ไลฟ์สไตล์

ชงเชือดฮั้วนมร.ร."รมต.-ปลัด"เอี่ยว"แฉสารพัดโกง

ชงเชือดฮั้วนมร.ร."รมต.-ปลัด"เอี่ยว"แฉสารพัดโกง

02 มี.ค. 2552

ป.ป.ท.แถลงผลสอบจัดซื้อนม ร.ร.ทั่วประเทศวันนี้ พบส่อฮั้วประมูลมากกว่า 10 เรื่อง แถมมีคนระดับรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงร่วมวง เตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ฟันฉับ แฉซ้ำครม.ปี 48 ต้นตอล็อกสเปก-ฮั้ว ยัน 2 ราย ยังมีบทบาทในรัฐบาลชุดนี้ อัดเกษตรฯ-มหาดไทย-อ.ส.ค.กำหนดนโยบายพล

ภายหลังปัญหานมโรงเรียนได้รับการเปิดเผยทั้งเรื่องคุณภาพของนมที่ตกมาตรฐาน และความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งคาดว่าอาจมีการล็อกสเปกและฮั้วประมูล กระทั่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งเจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบข้อมูลการประมูลจัดซื้อนมโรงเรียน 9 ภาคทั่วประเทศนั้น
 ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า การกำหนดนโยบายจัดโซนนิ่งและแบ่งโควตาการซื้อนมโรงเรียนให้แก่กลุ่มบริษัทนม เป็นนโยบายที่ส่อไปในทางการกีดกันการค้าเอื้อให้เกิดการฮั้วประมูล โดยนโยบายที่กำหนดตั้งแต่ปี 2548 น่าจะเป็นการกำหนดนโยบายผิดพลาดของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และองค์การส่งเสริมกิจการโคนม (อ.ส.ค.) ทั้งนี้ในส่วนผู้ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายคือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปี 2548 โดยจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ที่มีบทบาทอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน 2 คน ทำให้กรณีการจัดซื้อนมโรงเรียนอยู่นอกอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ท.
 ดังนั้นในวันที่ 2 มีนาคมนี้ จะมีการเสนอรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นของ ป.ป.ท. ให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่งต่อไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดซื้อนมโรงเรียน พบพฤติการณ์ส่อถึงการฮั้วประมูลหลายรูปแบบ มีทั้งการสมยอมราคากันระหว่างบริษัทนม โดยให้บริษัทหนึ่งเสนอราคาสูงมาก และอีกบริษัทเสนอราคาเท่ากับราคากลาง การเสนอราคาประมูลเพียงบริษัทเดียว และการที่บริษัทผู้ชนะการประมูลขายต่อสิทธิการจัดส่งนมโรงเรียนให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งความผิดที่ตรวจสอบพบเกิดจากกลไกของส่วนกลางที่เอื้อให้เกิดการสมยอมกันในพื้นที่ โดยไม่มีการแข่งขันกันจริงระหว่างบริษัทกว่า 18 แห่ง ที่มีรายชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิ์เสนอราคาขายนมให้แก่โรงเรียนในแต่ละพื้นที่
 นอกจากนี้ผลการตรวจสอบยังพบว่า บริษัทนมบางรายไม่ได้ประกอบกิจการผลิตนมจริง แต่กลับมีรายชื่ออยู่ในบัญชีเมื่อชนะการประมูลก็กินหัวคิว ด้วยการขายสิทธิ์ให้แก่บริษัทผู้ผลิตนม และมีบางบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองที่มีบทบาทในการกำหนดกลไกการแบ่งโซนนิ่ง และจัดโควตาการประมูลจัดซื้อนมโรงเรียน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบการจัดซื้อนมไม่ได้คุณภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 ภาคทั่วประเทศ โดยสุ่มตรวจ 15 จังหวัด 84 อปท. พบว่า มีการกระทำผิดกว่า 10 เรื่อง และการกระทำผิดเข้าข่ายการฮั้วประมูล ทั้งนี้ พบว่า สาเหตุของการสมยอมราคา เกิดจากการกำหนดนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการสนับสนุนให้เกิดการฮั้วประมูล โดยผู้เกี่ยวข้องเป็นข้าราชการระดับรัฐมนตรี และปลัดกระทรวง ซึ่งจะแถลงรายละเอียดที่ได้จากการตรวจสอบ ในเวลา 14.00 น.วันที่ 2 มีนาคม ก่อนนำสำนวนส่งให้ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป