ไลฟ์สไตล์

เลี้ยงสาหร่ายลงทุนน้อยรายได้ดี
 เล็งต่อยอดสกัดผลิต "ไบโอดีเซล"

เลี้ยงสาหร่ายลงทุนน้อยรายได้ดี เล็งต่อยอดสกัดผลิต "ไบโอดีเซล"

20 ต.ค. 2552

หลัง "ศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงาน" โรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย มีแนวคิดวิจัยสาหร่ายสไปรูลิน่า เพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลโดย "วิรุณ คำภิโล" ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยโรงเรีย

  แต่ด้วยกระแสคนรักสุขภาพปัจจุบันพบว่าสาหร่ายสไปรูลิน่ากำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสรรพคุณในการรักษาโรคได้หลากหลายชนิด รับประทานง่าย คล้ายกับเป็นอาหารเสริม จึงทำให้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผลงานยืนยันทางวิชาการหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศออกมายืนยันถึงคุณสมบัติจึงการันตีถึงคุณประโยชน์ที่มากมายมหาศาล

 วิรุณเล่าให้ฟังว่า ตนเองในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนวิรุณบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเชียงราย  มีนโยบายในการส่งเสริมเรื่องพลังงานทางเลือกโดยเฉพาะน้ำมันไบโอดีเซล จึงตั้งศูนย์วิจัยสาหร่าย เพื่ออาหารและพลังงานขึ้นเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นแปลงศึกษาสำหรับนักเรียนในการเพาะเลี้ยงและศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากตนเองมีโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมันและน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งมีกำลังการผลิตวันละ 50,000 ลิตร

 ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่าสาหร่ายสไปรูลิน่ามีปริมาณน้ำมันที่สามารถนำมาสกัดทำน้ำมันไบโอดีเซลได้เป็นอย่างดี แต่จากการทดลองเพาะเลี้ยงกลับพบว่าสาหร่ายพันธุ์ที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงจากประเทศจีนนั้นมีปริมาณสารอาหารประเภทโปรตีนค่อนข้างสูงมีกว่า 60-70% ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ ดังนั้นจึงเบนเข็มมาศึกษาสาหร่ายสไปรูลิน่าที่เพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารแทนการนำมาสกัดเป็นน้ำมัน

 สำหรับบ่อเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าขณะนี้ตั้งอยู่ที่ อ.แม่สาย มีจำนวน 22 บ่อ ขนาดกว้าง 5*50 เมตร เนื้อที่ประมาณ 3-4 ไร่ พื้นที่ยังมีขนาดเล็ก แต่ได้มาตรฐานผ่านการควบคุม เนื่องจากยังเป็นฟาร์มทดลอง ส่วนเงินลงทุนในการทำบ่อเลี้ยงสาหร่ายนั้นเพียงไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้นแต่รายได้ที่คืนกลับมาค่อนข้างสูง ทั้งนี้ การเลี้ยงสำหร่ายที่ศูนย์วิจัยสาหร่ายนี้จะใช้กำลังของนักเรียนที่ยากจนและขาดแคลนรายได้ส่วนหนึ่งมาเป็นบุคคลากร เพื่อเป็นการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน พร้อมกับต่อยอดความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

 วิรุณกล่าวอีกว่า ในส่วนของกำลังการผลิตหากเป็นสาหร่ายสดจะสามารถเก็บผลผลิตได้วันละ 400-500 กิโลกรัม แต่เมื่อผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะเหลือน้ำหนัก 50 กิโลกรัม หากเป็นสาหร่ายสดจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 40 บาท แต่หากอบแห้งแล้วราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 700 บาท ทั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีการต่อยอดสร้างแบรนด์จำหน่ายเอง 

 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่าในประเทศไทยยังมีผู้ริเริ่มเพียงไม่กี่รายเท่านั้น จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งกว่าในอนาคตหากมีการประชาสัมพันธ์รณรงค์อย่างต่อเนื่องและมีผลงานทางวิชาการยืนยันว่าสาหร่ายดังกล่าวมีคุณประโยชน์มหาศาล สาหร่ายสไปรูลิน่าจะสร้างรายได้ให้เป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก

"วรัทยา ไชยลังกา"