ไลฟ์สไตล์

สห+ภาพ บันทึกแผ่นดินน่าน

สห+ภาพ บันทึกแผ่นดินน่าน

19 ต.ค. 2552

หลังจากที่กลุ่มสห+ภาพ Fotounited.net ได้รับการตอบรับอย่างดีในการจัดนิทรรศการ "ตลาดยังไม่วาย" รวมภาพบรรยากาศ "ตลาด" ที่มวลมิตรช่างภาพ ได้เก็บบันทึกเอาไว้ และความสำเร็จจากโครงการ "โพท้องท่องภูเก็ต นั่งรถโพท้อง" (รถสองแถว) ตระเวนถ่ายภาพในเมืองภูเก็ต ในเวลา

 คลอดโครงการ  “น่านนิรันดร์ ๑๐๐ ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน"  หลังจากที่ลูกชายของ "พี่จี๊ด" จิระนันท์ พิตรปรีชา ร่วมงานถ่ายแบบให้กับหนังสือเล่มหนึ่ง ได้สัมผัสกับความงามอันน่าหลงใหลของเมืองน่าน หรือเมืองนันทบุรีในอดีต ธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์และสวยงาม ความมีมิตรไมตรีของผู้คน ตึกรามบ้านช่องที่ยังขยายตัวไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นที่ได้ผ่านพบมา 

 จ.น่าน เป็นจังหวัดที่ต้องตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วไปให้ถึง เพราะที่นี่ไม่ใช่ทางผ่านไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้ ทุกด้านล้วนแต่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขา ที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้นานาชนิด ด้านตะวันตกสุดยังประชิดชายแดนประเทศลาว ฉะนั้นถ้าไม่ได้ตั้งเข็มทิศปลายทางที่นี่แล้วนั้น คงมาไม่ถึงที่นี่แน่ๆ  จึงเกิดแนวความคิดที่จะลองเสนอโครงถ่ายภาพ จ.น่าน ต่อ ท่านวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ด้วยความที่เป็นนักกิจกรรมรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งมีเข้าใจความหมายความสำคัญของการถ่ายภาพเป็นอย่างดี เล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้รับในการจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้ จึงไม่ลังเลที่จะสนับสนุนจนเกิดโครงการเป็นรูปเป็นร่าง

 และด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน การเตรียมการทุกอย่างเริ่มต้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ระยะเวลาการตระเตรียมงาน เพียงเดือนครึ่ง สามารถตอบโจทย์การจัดการยากๆ ได้อย่างไม่ติดขัด การกระจายข่าวผ่านทางช่องทางออนไลน์ และการบอกต่อและเชื้อเชิญ ทำให้มีนักสร้างภาพทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่สมัครเข้าร่วมลงแขกถ่ายภาพครั้งนี้ถึง 65 คน แม้ว่าจะต้องลงทุนเอง บันทึกภาพด้วยจิตอาสา

 เริ่มลงไม้ลงมือลั่นชัตเตอร์ในวันที่ 24-26 กันยายน 2552 ไปยังจุดต่างๆ ที่น่าสนใจของเมืองน่าน 8 เส้นทาง เก็บภาพทั้งวิวทิวทัศน์ โบราณสถาน วิถีชีวิต ต้นไม้ใบหญ้า ถ่ายทอดตามเทคนิคและอุปกรณ์ที่ตัวเองถนัด เปรียบเสมือนผืนผ้าใบที่จิตรกรใช้ในการสร้างสรรค์งาน ด้วยความที่ร่ำรวยอุทยานแห่งชาติ น่านจึงเป็นจังหวัดที่มีความมั่งคั่งทางธรรมชาติอย่างแท้จริง

 และด้วยความหลายหลากทางชีวภาพ ทำให้น่านมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากถึง 7 แห่ง และอุทยานแห่งชาติดอยภูคา กินพื้นที่ครอบคลุม ถึง 8 อำเภอ เกินกว่าครึ่งหนึ่งของอำเภอใน จ.น่าน มีดอกชมภูคาที่หาชมได้เพียงแห่งเดียวในโลก วัดภูมินทร์ ที่งดงามทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม ซุ้มพญานาคที่ใครได้ลอดเพื่ความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังต้องกลับมาเยือนอีกครั้งและอีกครั้ง ภาพจิตรกรรมฝาผนังผันจินตนาการ การเล่าเรื่องพทุธประวัติและสังคมในเวลานั้นที่เมืองนี้ "หนานบัวผัน"  หรือ “ทิดบัวผัน” ศิลปินชาวไทลื้อ และแวดวงงานจิตรกรรมฝาผนังไม่มีใครไม่รู้จักภาพ "กระซิบบันลือโลก" เป็นต้นกำเนิดงานศิลปะอีกมากมาย

 อ.วินัย ปราบริปู ผู้ก่อตั้งหอศิลป์ริมน่านหอศิลป์เอกชน ให้ความเห็นเอาไว้ว่า เป็นที่น่าดีใจที่บริเวณนี้ไม่มีสายไฟระโยงระยางให้สูญเสียสุนทรียภาพ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่นี่ อ.สมเจต วิมลเกษม ผู้ทรงคุณวุฒิของน่าน พยายามส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งดีงามที่มีอยู่ มีธรรมชาติที่สวยงาม วิถีวัฒนธรรม ผู้คน รอยยิ้มที่เป็นมิตร ล้วนแล้วเป็นความน่าสนใจต้องสัมผัสด้วยตนเองถึงจะเข้าใจ

 วันนี้น่านกำลังเปิดตัวสู่โลกนอกอ้อมกอดของขุนเขาสู่ใจของนักเดินทาง ด้วยความภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง เดินก้าวหน้าด้วยความไม่ประมาท ไม่ให้ซ้ำรอยโจทย์ของการพัฒนาท่องเที่ยวอย่างไร้ทิศทางและไร้เส้นกำกับที่ไม่ยั่งยืน

 การเลือกรูปและการปรับปรุงคุณภาพของรูป ก่อนนำไปจัดแสดง ตกเป็นหน้าที่ของ เกรียงไกร ไวยกิจ ผู้คร่ำหวอดกับการถ่ายภาพ แนวท่องเที่ยวสารคดีมานาน ก่อนจัดพิมพ์ออกมาเป็นภาพ ด้วยเครื่องปริ้นท์คุณภาพสูงของ "แอปสัน"

 ผู้ชมงานเนืองแน่นตั้งแต่เริ่มติดภาพ ในช่วงก่อนแดดร่มลมตก หลังเปิดนิทรรศการภาพถ่ายกลางแจ้ง ในช่วงท้ายของงาน ฝนได้กระหน่ำลงมาโดยไม่มีสัญญาณบอกเหตุล่วงหน้า ตัวเขาพร้อมทีมช่างภาพ วิ่งเก็บภาพเข้าไปเก็บในเรือนหมอกฟ้าที่อยู่ใกล้กันนั้น ทุกคนที่เข้ามาชมต่างร่วมไม้ร่วมมือโดยที่ไม่มีใครต้องขอความช่วยเหลือ

 ปุณยนุช ภูประภัสสร ช่างภาพแฟชั่นอิสระ ซึ่งถนัดในการถ่ายบุคคล ได้รับการชักชวนจากเกรียงไกร ไวยกิจ ให้เข้าร่วมตั้งแต่กิจกรรมแรกของกลุ่ม เพราะได้เห็นผลงานถ่ายภาพบุคคลซึ่งมีมุมมองและการนำเสนอ แตกต่างออกไป ทั้งที่ไม่ถนัดในการถ่ายภาพทิวทัศน์ และสถาปัตยกรรม แต่ได้อยู่ในกลุ่มที่ต้องถ่ายรูปเมือง มองเห็นว่าอุปกรณ์ไม่ใช่เรื่องสำคัญ มุมมองนั้นสำคัญกว่า เธอจึงเลือกใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือในการเก็บภาพวัด "พระธาตุช่อแฮ" แล้วนำมาเรียงต่อกัน เพื่อให้ได้ภาพที่มีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้น เพียงพอที่จะขยายใหญ่ได้

 สนุกสนานและประทับในกิจกรรมในคราวนี้ ต้องเดินขึ้นลงเนินตามธรรมชาติ ทั้งเหนื่อยและเจ็บขา แต่แน่นอนต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง หลังจากนี้ภาพทั้ง 100 ภาพ จะถูกนำไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2552 และจะหมุนเวียนไปแสดงยังส่วนต่างๆ ของประเทศ ในทุกที่ที่มีกิจกรรมของกลุ่ม สห+ภาพ

 การลงทุนลงแรงของทีมช่างภาพ ได้บันทึกเรื่องราวในวันนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีจะไม่สูญหายไป ได้มอบแก่ จ.น่าน เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป  ขอบคุณ สายการบินบีพีแอร์ ที่พาเราข้ามเขตขันของขุนเขาและเมืองอันวุ่นวาย

 เวลาเพียง 25 ชั่วโมงที่ได้มาอยู่ที่นี่หมดไปอย่างว่องไว คงไม่มีอะไรอธิบายความรู้สึก "หลงรัก" นันทบุรี ได้ดีเท่าการมารับรู้ด้วยประสาทสัมผัสของตนเอง

กิตตินันท์ รอดสุพรรณ [email protected]