
ข่าวลือ-ข่าวลอง
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวลือที่ก่อให้เกิด อนิฏฐารมณ์ (อารมณ์อันไม่น่าพอใจ) ของชาวไทยเป็นอันมาก หลายคนพากันประณามคนผู้เป็นต้นข่าวลือนั้น ด้วยถ้อยคำรุน แรง ซึ่งก็เป็นการช่วยกระพือกระแสข่าวลือนั้นให้ลุกลามมากยิ่งขึ้นไปอีก
การตั้งรับกระแสข่าวลือที่บ่าไหล คือการใช้ปัญญาพิจารณาความจริง ตามความเป็นจริง ด้วยจิตใจสงบนิ่งแน่วแน่ ไม่เต้นตามคลื่น ไม่ตื่นตามลมไปตามกระแสข่าวลือ จนกลายเป็นส่วนสร้างกระแสข่าวลือให้มากขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรียกได้ว่า คนชอบฟังข่าวลือ และพูดตามเสียงเล่าลือนั้น ได้กลายเป็น "แนวร่วมข่าวลือ"
อย่างไรก็ตาม สังคมไทยกับข่าวลือนั้น ไม่อาจแยกกันได้เลย แต่ละคนจึงควรใช้ประโยชน์จากข่าวลือ ด้วยการไม่ด่วนสรุป ที่จะเชื่อไปตามข่าวลือนั้น
ให้ฟังไว้ ครึ่งหู แต่เก็บเอาไว้ หูครึ่ง มิใช่การฟังหูไว้หู เพราะนั่นยังเป็นการให้ความสำคัญกับข่าวลือ มากเกินไป ซึ่งมิใช่ลักษณะของผู้มีปัญญาอันแยบยล ที่จะต้องมีความหนักแน่นดุจแผ่นดิน ดังคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า “บัณฑิต ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นๆ ลงๆ”
การทำใจไปกับข่าวลือนั้น เป็นการใช้ประโยชน์จากข่าวลืออีกประการหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อมีข่าวลือในเรื่องใด ก็ให้คิดไปตามนั้นพลางๆ ก่อนเถิดว่า ถ้าเป็นไปตามข่าวลือนั้น เราจะทำจิตใจให้มีพลังตั้งรับกับเรื่องราวตามข่าวลือนั้นอย่างไร
โดยเฉพาะ ข่าวลือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความตายของบุคคลอันเป็นที่รักของเราท่านทั้งหลาย ยิ่งต้องหมั่นทำใจไว้อยู่เสมอ เพื่อว่าแต่ละคนจักได้มีสติ และปัญญายืนหยัดมากพอที่จะไม่เป็นอะไรมากไปนัก เมื่อต้องพบเจอเหตุการณ์แบบที่ข่าวลือกระพือพัดอยู่นั้น
ลงความว่า เมื่อไม่สามารถทำลายศัตรูได้ ก็น่าจะใช้กุศโลบาย “ทำให้ศัตรูกลายเป็นมิตร-ทำพิษให้เป็นเซรุ่ม” ทำข่าวลือให้เป็นข่าวลองสำหรับฝึกฝนจิตใจไปพลางๆ
ทำนองเดียวกับการพิจารณา “อภิณหปัจจเวกขณ์” ที่ว่า พึงพิจารณาเนืองๆ ว่า เรามีความแก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา ไม่อาจล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตาย ไปได้ ดังนี้เป็นต้น
ข่าวลือจะเป็นจริง หรืออิงนิยาย อย่าตื่นเต้นโวยวายตามเขาว่า ฟังครึ่งหู-ไว้หูครึ่ง มิพึงข้องคา ทำใจในกระแสธารา-ข่าวลือ
ท่านจันทร์ www.prajan.com



