
ชมชิม"เมล่อน"หลากสายพันธุ์จาก"สวนวาสนา"
แคนตาลูปและเมล่อน นับเป็นผลไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่ตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง และมีราคาดี ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานไม่เพียงแต่จะถูกป้อนเข้าตลาดระดับบนอย่างห้างสรรพสินค้าชั้นนำเท่านั้น แต่ยังมีการผลิตเพื่อส่งออกอีกด้วย
"ท่องโลกเกษตร" จะพาไปชมสวนวาสนา อ.หนองแค จ.สระบุรี นับเป็นแหล่งผลิตแคนตาลูปและเมล่อนรายใหญ่อันดับต้นๆ ของบ้านเรา ด้วยพื้นที่การผลิต 130 ไร่ กับปริมาณผลผลิตที่ส่งป้อนห้างสรรพสินค้าสัปดาห์ละ 3-5 ตัน มานานกว่า 6 ปี ภายใต้ชื่อ “ฟาร์มเฟรช” (FARM FRESH) โดย ภานุวัฒน์ อรุณโรจน์ศิริ ผู้ดูแลสวนวาสนาและเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่นำความรู้เชิงวิทยาศาสตร์มาใช้ในการวางแผนการผลิต คัดเลือกสายพันธุ์ และปรับปรุงคุณภาพเมล่อนและแคนตาลูปของสวน เปิดเผยเทคนิคการปลูกว่าระยะปลูกที่เหมาะสมคือ ระยะระหว่างต้น 40 ซม. ระยะระหว่างแถว 50-60 ซม. จะได้จำนวนต้นต่อไร่ประมาณ 3,000 ต้น
การไว้ผลจะเลือกไว้ผลในข้อที่ 9-11 และเลือกไว้ผลที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงผลเดียว โดยให้ความสูงของต้นอยู่ที่ 20-25 ใบ และจะทำการตัดแต่งใบวันเว้นวันจนต้นอายุได้ 50 วัน
ส่วนการให้ปุ๋ยจะให้ไปพร้อมระบบน้ำ โดยใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ ที่ใช้เป็นหลักจะมีเพียง 2 สูตร คือ สูตร 13-13-13 จะใช้ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเลือกไว้ผล เมื่อต้นอายุประมาณ 45 วัน จากนั้นก็จะเปลี่ยนมาใช้สูตร 12-6-18 ไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยว ปริมาณการให้ปุ๋ยเฉลี่ย 1 กรัมต่อต้น นอกจากการให้ปุ๋ยทางระบบน้ำแล้วยังมีการให้ธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซียม-โบรอน แมกนีเซียม สังกะสี เป็นต้น
"โรคเหี่ยวจากไวรัสนับเป็นโรคที่สร้างความเสียหายให้กับแหล่งปลูกแคนตาลูปในหลายพื้นที่ แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับสวนวาสนา แม้จะมีการปลูกซ้ำที่มานานกว่า 8 ปี เนื่องจากมีระบบการจัดการและการเตรียมดินที่ดี มีการใช้ขี้เถ้าแกลบ โดโลไมท์ ร็อกฟอสเฟต ในการปรับปรุงดิน และเมื่อพบการระบาดของโรค-แมลง ก็จะเลือกสารเคมีที่เหมาะสมและพ่นให้ตรงกับช่วงเวลาการระบาดมากที่สุด ซึ่งจะมีการป้องกันด้วยการขึงซาแลนสีดำรอบสวนเป็นแนวรอบพื้นที่ปลูก"
เจ้าของสวนคนเดิมระบุอีกว่า สำหรับสายพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การปลูกประสบความสำเร็จ ซึ่งสวนวาสนาได้มีการทดสอบสายพันธุ์เมล่อนและแคนตาลูปมากกว่า 30 สายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์ของไทย ไต้หวัน และญี่ปุ่น จนได้สายพันธุ์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน 8 สายพันธุ์ คือ กลุ่ม เมล่อน ได้แก่ ออเรนจ์เน็ต (เนื้อส้ม) กรีนเน็ต (เนื้อเขียว) ไซตามะเมล่อน กลุ่ม แคนตาลูป ได้แก่ ท็อปซัน (เนื้อส้ม) ท็อปสตาร์ (เนื้อเขียว) แคนตาลูปสีทอง ได้แก่ ท็อปโกลด์ (เนื้อขาว) โกลเด้นท์ ซัน (เนื้อส้ม) และซันไช่ แอปเปิ้ลเมล่อน ซึ่งเป็นพันธุ์จากไต้หวัน โดยพันธุ์ที่มีความโดดเด่นที่สุดคือ “ไซตามะเมล่อน” ที่มีรูปทรงผลสวย ลายสวย รสชาติอร่อย ในญี่ปุ่นมีการซื้อขายผลสดกันในราคาสูงถึงผลละ 3,000-4,000 บาท ในขณะที่ราคาจำหน่ายในห้างสยามพารากอนนั้น เพียง 270 บาท/กก. เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ลูกค้าจะตอบรับเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่เตรียมเปิดตัวในช่วงปลายปี คือ เมล่อนเลมอน ที่เกิดจาการพัฒนาพันธุ์ร่วมกันของจีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน เป็นพันธุ์ที่มีความโดดเด่นมากในส่วนของเนื้อและรสชาติแปลกใหม่ หวานอมเปรี้ยว เป็นผลไม้สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ และเป็นพันธุ์ที่น่าสนใจสำหรับการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ ซึ่งไม่นิยมผลไม้รสหวาน
ใครสนใจเรียนรู้เทคนิคการผลิตเมล่อน หรือต้องการเลือกซื้อผลผลิตสดจากสวน ในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 นี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จะจัดกิจกรรมเกษตรทัศนศึกษา พาชมสวนเมล่อน (สวนวาสนา) สวนมะละกอฮอลแลนด์ และฟาร์มเห็ดเศรษฐกิจ ที่ จ.สระบุรี สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมฯ โทร.0-2940-5425-6, 08-6341-1713 ทุกวันในเวลาราชการ
ทีมข่าวเกษตร



