
เล่นหูเล่นตา-ตาย
ส่องกระจกทุกวัน แต่เพิ่งสังเกตเห็น เม็ดสีแดงๆ 2 เม็ดเป้ง ผุดขึ้นบนใบหน้ากว้าง 2 เมตร 20 เซนต์ ไม่กล้าเรียกมันว่า สิว คิดว่า ฝี วัยป้าซะขนาดนี้ แต่มันเป็น สิว จริงๆ ด้วย วุ้ย! ดีใจ สมวัย วัยรุ่นเป็นสิว!!?
คงไม่ใช่เพราะฮอร์โมน เทสโทสเทอโรน หรือเอสโตรเจนใดๆ ในวัยหนุ่มสาวที่ทำให้เกิดสิว เพราะเลยวัยนั้นมานาน…น…น แล้ว แต่ความเครียดก็ทำให้เกิดสิวได้ใช่มั้ย?
ความเครียดของเรื่องราวรอบตัว ที่มันเผลอสะสมทับถมหมักหมมในหัวสมองของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ รู้อีกทีก็ทั้งสิว ทั้งท้องอืด ท้องผูก ปวดหัว ตัวร้อน นอนไม่หลับ อยู่หลายวัน จนร้อนใจ (ไม่ใช่วัยทองซะหน่อย)
นั่งทำผม ทำเล็บไป อ่านหนังสือพิมพ์ไป ทำไมใครๆ สมัยนี้ชอบฆ่าตัวตาย ไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหายอดฮิต “ตกงาน“ ฝรั่งชาวอิตาเลียนหัวห้อยอยู่สะพานพระราม 8 ก็ฆ่าตัวตายเพราะตกงาน ไร้ญาติ ขาดมิตร ไม่มีที่ไป เลยเลือกไปตาย…
เฮ้อ! “ติดหนี้“ อันนี้ไม่เจ้าหนี้ก็ลูกหนี้ต้องตายกันไปข้าง (ง่ายแบบนี้เลย)
“ติดเด็ก“ ตาแก่ติดเด็กที่เป็นลูกของเพื่อน พอเด็กเชิดใส่ เลยตามไปยิงให้สาใจ ทำไมไม่ฆ่าตัวตายเองก็ไม่รู้ (โธ่! ไอ้เฒ่าหัวงู) แม้แต่ปัญหาเด็กๆ สอบตก อกหัก รักเพื่อน (ชายด้วยกัน) ก็ยังฆ่าตัวตาย อะไรมันจะฮิตขนาดนี้ ชีวิตยังอีกยาว แต่คิดสั้น ก็ยังเข้าใจได้ว่า…คิดแบบเด็กๆ (เด็กโง่!)
ผู้คนที่ฉันประสบพบเห็น ก็มีทั้งตกอับ ตกต่ำ ตกงาน ตกกระป๋อง ตกที่นั่งลำบาก ตกกระไดพลอยโจน ร่ำๆ จะไปตกตึกอยู่หลายคน ยังดีที่หันหน้าเข้าหาพระ พระก็ยังมาแต่งหญิงอีก (เซ็ง!) งั้นก็อ่านหนังสือธรรมะแทน บ้างก็หันหน้าเข้าหาเพื่อน หรือจะหันหลังให้เพศเดียวกันก็แล้วแต่
โลกนี้มันแย่ ชีวิตมันห่วย ฟ้าดินกลั่นแกล้ง โชคชะตาไม่เข้าข้าง…ร้อยแปดเหตุผลที่จะอาไว้โทษ ยกเว้น…โทษตัวเอง! ชีวิตมันคือการต่อสู้ คนเข้มแข็งเท่านั้นที่สมควรอยู่บนโลก จะเลว หรือดี ว่ากันอีกที เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าทุกอย่างในชีวิต คือ ฟ้าลิขิต (คิดแบบคนตาหยีเขาคิดกัน) แต่เมื่อฉันเข้าใจการใช้ชีวิต ฉันก็คิดใหม่ว่า ฟ้าลิขิตก็ส่วนหนึ่ง ที่เหลือมันคือผลรวมของหลายสิ่ง ตั้งแต่คน โอกาส ความคิด ความพยายาม ฯลฯ เมื่อไหร่ที่ฉันพบกับปัญหา ฉันจะกลับไปตรวจสอบสิ่งที่ผ่านมา
มันคงต้องผิดพลาดสักอย่าง 2 อย่าง หรือทั้งหมด สิ่งแรกที่ฉันจะโทษ คือ “ตัวเอง“ ฉันอาจจะมองคนผิดไป คาดการณ์ผิดไป หรือทำอะไรผิดเวลา หามันให้เจอแล้วจำมันเป็นบทเรียน ถ้ากลับไปแก้ไขทันก็จะแก้ไขทีละจุด อย่างน้อยก็ไม่ให้มันแย่ลงไปกว่าที่เป็น แต่ถ้าทำอย่างนั้นไม่ได้ ก็แค่…ช่างมัน! เอาใหม่หมด เริ่มต้นใหม่ เพราะเมื่อฉันโทษตัวเองได้ ฉันก็อภัยให้ตัวเองได้ คนเราต้องไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และต้องไม่ยอมตายง่ายๆ เพราะความตายคือ ทางออกของร่างกาย ไม่ใช่ปัญหา ตัวอาจจะหายไปจากโลกนี้ แต่ปัญหายังคงอยู่ แต่มันจะถูกลืมไปทั้งคนและปัญหาในเวลาต่อมา
“Die for something or die for nothing"
ประโยคที่ แจ็ค บาวเออร์ จากซีรีส์ฮิต 24 พูดไว้ว่า สาระของการตายมันอยู่ที่ตายเพื่ออะไรสักอย่าง ไม่ใช่ตายไปเฉยๆ…การตายเพื่อหนีปัญหามันคงจะเรียกได้ว่า ตายไปเฉยๆ ไม่ได้เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร แต่เพราะกลัวที่จะต้องต่อสู้กับปัญหา
“การตาย คือ ทางออกสุดท้ายที่ธรรมชาติมอบให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลก เพื่อให้พ้นจากความเจ็บปวด"
ครูคนหนึ่งของฉันเคยพูดไว้ แต่ท่านหมายถึง ความเจ็บปวดทางกาย เมื่อร่างกายมันทนไม่ไหว ระบบต่างๆ ของมันก็จะเริ่มหยุดทำงาน มัน shut down ปิดเครื่องของมันเอง การรับรู้ความเจ็บปวดก็จะหมดไปพร้อมกับระบบสมอง แต่มนุษย์มัก “โกงธรรมชาติ“ ด้วยการใช้ความตายเป็นทางออกของความเจ็บปวดทางใจ…
ด้วยความซับซ้อนของจิตใจคนและระบบสังคม ตลอดจนภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้คนขาดความศรัทธาและเชื่อมั่น ทั้งในตัวเองและผู้อื่น อีกทั้งคนเรายังชอบตีกรอบ “ความหวัง“ ให้กลายเป็น “ความคาดหวัง“ สิ่งที่ตามมาคือ “ความกดดัน" เมื่อมันล้มเหลว ก็จากโลกนี้ไปง่ายๆ ด้วยคำว่า “ตาย“ อย่างตั้งใจ
เปลี่ยนจากตั้งใจตาย เป็นตั้งใจอยู่และสู้ แล้วจะรู้ว่า ชีวิตของเรามีค่ามากกว่าที่เราคิด…
สู้เขานะทาเคชิ!
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



