
บัณฑิตผู้ต้องขังมสธ.ให้โอกาสการศึกษา
ผมไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสใส่ชุดครุย ฉลองรับปริญญา เพราะเมื่อก่อนไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ อ่าน เขียนหนังสือได้เพียงเล็กน้อย เพราะฐานะทางบ้านยากจน ตอนนี้ได้รับปริญญา 2 ใบ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ และสาขาวิชานิติศาสตร์
จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ทำให้ผมมองเห็นแสงสว่างของชีวิต” เสียงสะท้อนจาก น.ช.บุญทน บัณฑิตผู้ต้องขังจากคดียาเสพติด อายุ 51 ปี ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต ที่ได้รับอานิสงส์จาก มสธ.และกรมราชทัณฑ์ ร่วมกันขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ต้องขัง เพื่อพัฒนาความรู้ ความคิด และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม มาตั้งแต่ปี 2527
น.ช.บุญทน เริ่มเรียนหนังสือในคุกตั้งแต่ประถม มัธยม ต่อเนื่องปริญญาตรี มสธ. แต่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนวัยรุ่นที่เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย แม้มีห้องสมุด หนังสือ มีครูที่คอยให้คำแนะนำ ทำให้เขารับรู้ถึงคุณค่าของความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ละความโลภ โมหะ โทสะ เขาตั้งใจนำความรู้ไปถ่ายทอดให้ผู้คนในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย
เขาฝากบอกเด็กรุ่นใหม่ว่า ให้ตั้งใจเรียนหนังสืออย่างมีสติ เชื่อฟังพ่อแม่ เพราะบางครั้งอารมณ์ ความคึกคะนอง อาจทำให้อิสรภาพถูกจำกัด และควรนำความรู้ที่ได้พัฒนาชุมชนประเทศ ไม่ควรปล่อยให้ความรู้และปริญญาที่ได้ มีค่าเพียงกระดาษแปะข้างฝา
ขณะที่ น.ญ.สุภาภรณ์ บัณฑิตผู้ต้องขังสาขาวิทยาการจัดการ อายุ 33 ปี เล่าว่า ดีใจมากที่ได้เรียนหนังสือ และรับปริญญา ตั้งใจว่าจะความรู้นำไปใช้ประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษ เป็นเสมือนแสงสว่าง เพราะคนที่เข้ามาอยู่ในคุก ความฝัน และแสงสว่างจากโลกภายนอกถูกตัดขาดลง อยากให้เด็กรุ่นใหม่ทุกคนอย่าคิดว่า ความผิดที่กระทำไม่มีใครเห็น และไม่มีใครลงโทษ
เช่นเดียวกับ น.ช.วิษณุ บัณฑิตสาขานิติศาสตร์ ผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย เพราะความคึกคะนอง และอารมณ์โมหะ ครั้งเดียวทำให้ชีวิตวัยรุ่นของเขาจบลง แม้ว่าพ่อแม่มีฐานะร่ำรวย อยากได้อะไรก็ต้องได้ ทำให้เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือ ยังไงแม่พ่อก็มีปัญญาส่งเสีย เอาแต่เกเร คิดแต่สนุก และคิดว่าตัวเองโตแล้ว สามารถทำงานได้ โดยไม่ต้องพึ่งการศึกษา
"วันนี้ผมรับปริญญาใบแรก รู้เลยว่าสิ่งที่แม่พยายามให้เรียนหนังสือ ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีนั้น เป็นสิ่งที่แม่ทำเพื่อเรามาโดยตลอด อยากให้น้องๆ รู้จักแยกแยะและเชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่ สิ่งที่พ่อแม่ทำและพูดกับเรา ทุกอย่างล้วนเพื่อให้เราเป็นคนดี และที่สำคัญ อย่าคิดว่าเราเจ๋งที่สุด และลบหนีความจริงได้" น.ช.วิษณุ กล่าว
ขณะที่ น.ช.ประเสริฐ บัณฑิตผู้ต้องขังจากเรือนจำกำแพงเพชร เรียนจบสาขาวิชารัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ เพราะต้องการนำความรู้ที่ได้ไปบอกเล่าให้เพื่อนๆ ในชุมชนได้รับรู้เมื่อเขาพ้นโทษ แม้อีกหลายปีก็ตาม เพราะคนต่างจังหวัดที่ด้อยโอกาส ส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้ทางกฎหมายมักถูกหลอก และกระทำผิด
ปีนี้มีบัณฑิตทั้งหมด 269 คน จากเรือนจำ/ทัณฑสถาน 30 แห่งทั่วประเทศ ในวาระที่ครบรอบ 25 ปีของ มสธ.จัดขึ้นด้วยความยิ่งใหญ่ น.ช.วรยศ หรือ เพาเวอร์แพท อดีตนักร้องดัง บัณฑิตผู้ต้องขังคดีค้ายาเสพติด บอกว่า การศึกษาทำให้ได้ประสบการณ์ความรู้ รู้จักการมีวินัย ความอดทน รักการอ่าน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนคุกที่ครั้งหนึ่งอาจเคยผิดพลาด และได้โอกาสกลับตัวกลับใจ
“อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ เมื่อเรียนทางไกลกับ มสธ.” รศ.ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ อธิการบดี มสธ. กล่าวว่า ตลอดเวลา 25 ปี ที่ มสธ.ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ จัดการเรียนการสอนปริญญาตรีแก่บัณฑิตผู้ต้องขัง ทั้ง 11 สาขามาแล้ว 5,359 คน ชาย 4,739 คน และหญิง 610 คน คาดว่าอนาคตอาจเปิดระดับปริญญาโท เนื่องจากมีความต้องการสูง และการเรียนปริญญาตรีที่ผ่านมา ทำให้เห็นแล้วว่าการศึกษาจำเป็นต่อผู้ต้องขัง
ความรู้ คุณธรรมจริยธรรม ทำให้คนเป็นคนสมบูรณ์ พอๆ กับการมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ เพราะตราบใดคนเราไม่รู้จักแยกแยะ นึกแต่สนุก คึกคะนอง โอกาสและเวลาแห่งอิสรภาพของเราจะหมดไปในทันที
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



