ไลฟ์สไตล์

บ้านเขาเมืองเรา

บ้านเขาเมืองเรา

18 ต.ค. 2552

ไม่บ่อยครั้งนักที่รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเข้าไปล้วงลูกในอุตสาหกรรมรถยนต์ถึงขั้นที่ออกคำสั่งว่าให้จัดการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน (อาจจะเป็นมหากาพย์เรื่องยาวระหว่าง TOYOTA vs NHTSA ที่ผมจะนำเสนอในโอกาสต่อไป)

และเช่นกันไม่บ่อยครั้งเลยที่เราจะได้เห็นได้ยินว่าผู้บริหารสูงสุดของผู้ผลิตรถยนต์ไม่ว่าจะรายยักษ์ใหญ่หรือรายเล็กย่อย ออกมาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับความผิดพลาดของผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผู้ใช้เสียชีวิตในขณะใช้รถเช่นคุณ Akio Toyoda ประธานบริหารสูงสุดของโตโยต้า

  กรณีที่เกิดขึ้นกับรถยนต์โตโยต้าในสหรัฐอเมริกาที่ทำให้เกิดการเรียกคืนเพื่อแก้จุดที่บกพร่องมากเป็นประวัติการณ์ถึง 3.8 ล้านคัน ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2004-2009 หลายรุ่นหลายแบบที่วิ่งกันอยู่บนถนนในสหรัฐอเมริกา จะเป็นโชคดีของผู้ใช้รถยนต์โตโยต้าในสหรัฐอเมริกาหรือเป็นโชคร้ายของโตโยต้าก็แล้วแต่ 

 เรื่องเกิดขึ้นจากรถเล็กซัสอีเอส 350 ที่ระบบเบรกไม่ทำงานเมื่อผู้ขับต้องการหยุดรถพร้อมๆ กับที่คันเร่งค้างเมื่อถอนคันเร่ง ผู้ใช้รถคันนั้นแจ้งสถานการณ์ฉุกเฉินไปยัง 911 และมีการบันทึกเสียงการแจ้งข่าวนั้นไว้ หลังแจ้งข่าวแล้วรถคันนั้นไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เกิดอุบัติเหตุคนขับและผู้โดยสารเสียชีวิต 4 ราย

 จากบันทึกขอความช่วยเหลือของ 911 ทำให้หน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเช่น NHTSA เข้าตรวจสอบค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุน่าสลดใจนั้นแล้วก็พบว่าเหตุที่เกิดต้นเหตุมาจากพรมปูพื้นมีความบกพร่องจากการผลิต กล่าวคือ พรมปูพื้น จะเลื่อนไหลไปขวางแป้นเบรกทำให้เบรกไม่ทำงาน พร้อมๆ กับแป้นคันเร่งไม่คืนกลับเมื่อถอนเท้าจากคันเร่ง

 ที่ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้เจตนาที่จะดิสเครดิตผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าและเข้าใจดีว่าสาเหตุที่เกิดจากพรมปูพื้นนั้นเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดคิดและอยู่เหนือการควบคุม

 ผมมีความเชื่ออยู่ว่าการเรียกคืนหรือการ Recall เป็นเรื่องปกติของการผลิตในระดับแมส รถยนต์คันหนึ่งๆ ประกอบขึ้นด้วยชิ้นส่วนมากมายเป็นร้อยเป็นพันชิ้นโดยมีที่มาแตกต่างกัน ความบกพร่องที่เกิดขึ้นจนถึงกลับมีการเรียกคืนเพื่อปรับปรุงแก้ไขนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้บริโภคและเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดสำหรับผมถ้ารถยี่ห้อใดไม่มีการเรียกคืน

   ผมเพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าผู้คนใน สหรัฐอเมริกา ได้รับการปกป้องคุ้มครองระแวดระวังจากหน่วยงานของรัฐได้อย่างดีเยี่ยมคุ้มค่ากับค่าภาษีที่ต้องจ่ายออกไป เพื่อการค้นหาตรวจสอบแสวงหาแนวทางที่จะทำให้ผู้ใช้รถใช้รถได้อย่างปลอดภัยในทุกกรณี ต่างกันกับบ้านเราถ้าเหตุเช่นนั้นเกิดขึ้นหน่วยงานของรัฐในบ้านเราก็คงสรุปได้แต่เพียงว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความประมาท (ซิ่ง) ของผู้ใช้รถแล้วปิดคดี

 มีเรื่องร้องเรียนมากมายกับรถที่ใช้งานในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นรถนำเข้าหรือรถที่ประกอบในประเทศ สิ่งที่ผู้ร้องเรียนได้รับก็คือการถูกเชิญจากหน่วยงานของรัฐให้เข้าไปไกล่เกลี่ยหรือสมยอมกับผู้ผลิตหรือผู้ขาย โดยไม่มีใครตรวจสอบเลยว่าสิ่งที่ได้ร้องเรียนไปนั้นปัญหาเกิดจากอะไรและจะแก้ไขอย่างไร

  ตัวอย่างการร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องถึงความปลอดภัยของผู้ขับ เช่น เมื่อรถวิ่งอยู่ดีๆ เกิดวูบดับ ขึ้นมาทันทีทันใดหรือการหมุนคว้างของตัวรถเมื่อ ถอนคันเร่งเพื่อลดความเร็ว อาการ เครื่องดับอย่างกะทันหัน นับเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงกับอันตรายถึงชีวิตทั้งจากผู้ขับและผู้โดยสาร เพราะเมื่อเครื่องยนต์ดับกลางถนนไม่ว่าจะเป็นในช่วงความเร็วต่ำหรือสูง รถคันนั้นก็จะไม่ต่างจากโลงศพที่ตั้งวางอยู่กลางถนน

 เพราะระบบเบรกก็จะใช้งานไม่ได้ ระบบบังคับเลี้ยวก็จะสูญเสียการควบคุม การเตือนจากระบบช่วยเหลือต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น เมื่อร้องเรียนเรื่องนี้ถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างมากที่ผู้ร้องเรียนจะได้รับสนองตอบคือ การปฏิเสธจากผู้ผลิต ได้รับเชิญจากหน่วยงานของรัฐให้เข้าไปฟังการไกล่เกลี่ย แล้วปัญหาที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรก็จะยังคงอยู่ต่อไป ชีวิตของผู้ใช้รถในบ้านเราจึงต้องฝากไว้กับโชค เคราะห์หรือพวงมาลัยตามข้างถนนเท่านั้น

 บ้านเรามีอุบัติเหตุและความสูญเสียจากการใช้รถปีหนึ่งๆ ที่ติด อันดับสูง ของโลกและไม่มีวี่แววว่าจะลดลง และไม่มีใครหรืออะไรมาบ่งชี้ได้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากคน (ประมาท) หรือเกิดจากรถ (ที่บกพร่อง) รัฐหรือใครก็ได้ครับควรริเริ่มที่จะสร้างหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องอุบัติเหตุจากการใช้รถกันได้แล้ว การสนับสนุนให้มีหน่วยงานที่เป็นกลางอย่าง NHTSA ของสหรัฐอเมริกานั้น คงไม่ยากเกินกว่าการดิ้นรนที่จะรักษาอำนาจตำแหน่งหน้าที่ไว้ กระมังนะขอรับ