
ใช้เหตุผล-เปิดใจฟังดึงเยาวชนกลับเป็นคนดี
ไม่มีมนุษย์คนไหนเกิดมาเพื่ออยากเป็นคนเลว ครูไม่เชื่อว่าเด็กทุกคนที่เกิดมาบนโลกนี้ จะคว้าความเป็นอาชญากรมาจากมดลูกแม่ และไม่มีเด็กคนไหนคว้าความเป็นบัณฑิตผู้นำทางจิตวิญญาณมาจากมดลูกแม่ด้วยเช่นกัน
คือความเชื่อในตัวเด็กของ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก จ.นครปฐม หรือ ครูมล ของเด็กๆ โดยสถานะเธอไม่ใช่ข้าราชการครู แต่เด็กยกย่องให้เธอเป็นครู เป็นญาติผู้ใหญ่ และแม่คนที่สองของกลุ่มเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก บ้านแห่งการดูแลฟื้นฟูเยียวยาเยาวชนตามที่ศาลสั่งให้มาอาศัยอยู่ที่นี่ เป็นสถานฝึกอบรมตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว
ปี 2519 ครูมลเริ่มงานด้านเด็กฯ ที่สหทัยมูลนิธิ กลุ่มองค์กรดูแลผู้เสียหายในคดีทางเพศ หรือมารดาที่ตั้งท้องไม่พร้อม กับแนวทางให้คำปรึกษา หาครอบครัวบุญธรรมให้เด็กๆ ภารกิจหลักของเธอดูแลเด็กอ่อนกำพร้าบ้านปากเกร็ด จ.นนทบุรี ณ เวลานั้นเป็นความร่วมมือของสหทัยมูลนิธิกับกรมประชาสงเคราะห์
ปลายปี 2546 กระทรวงยุติธรรมโดยกรมพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เชิญครูมลมาช่วยบริหารบ้านกาญจนาภิเษก บ้านหลังนี้จึงถูกออกแบบให้คนนอกมาบริหารได้
สองปีแรกเธอปรับความคิดของเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ที่เชื่อมาตั้งแต่เมื่อแรกก่อตั้งสถานพินิจปี 2495 ว่าเด็กกลุ่มนี้ชอบใช้ความรุนแรง ด้วยการ "ไม่ใช้ความรุนแรงต่อยอดความรุนแรง” รับฟังความต้องการของเด็ก ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานบนพื้นฐานความเข้าใจเด็ก นำไปสู่ความพึงพอใจของทุกฝ่าย เด็กมีส่วนสร้างข้อตกลง บรรยากาศในบ้านดีขึ้น เด็กให้ความร่วมมือ
เมื่อความคิดไม่ถูกต้อง ย่อมส่งผลต่อการกระทำ การจัดกิจกรรม "ซ่อมความคิด” ให้เด็กและเยาวชน จำนวน 200 คน เรียนรู้ดูสื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ เพื่อปรับระบบวิธีคิดที่ผิดพลาด ขบคิดเหตุที่เกิดและผลของการกระทำ เป็นคติสอนใจเยียวยาตัวเอง เช่น วิเคราะห์ข่าวเหตุการณ์ในแต่ละวัน วิเคราะห์ภาพยนตร์ รวมถึงการฝึกทักษะอาชีพ
สิ่งที่ครูมลทำเป็นแสงนำทางก้าวเดินข้ามหลุมดำ ที่ แอม เด็กหนุ่มวัย 19 ปี เคยก้าวพลาด แอมยกย่องครูมลดั่งแม่ผู้ให้ชีวิต อ้อมกอดรักในวันแรกที่ครูมอบให้เขา ทำให้รู้ซึ้งตนเองมีคุณค่า ทุกคนถูกปลูกฝังการดูแลควบคุมพฤติกรรมตนเอง ปฏิบัติตัวตามข้อตกลงที่สร้างร่วมกัน เพื่อรักษาคะแนนเต็ม100 ไม่ให้ต่ำกว่า 60 คะแนน คะแนนจะเพิ่มหรือลดลง ขึ้นอยู่กับการกระทำ แถมมีรางวัลความดีตอบแทนเด็กๆ ให้ได้กลับบ้านทุกวันศุกร์สิ้นเดือน
เช่นเดียวกับความรู้สึกผูกพันของ ม่อน หนุ่มน้อยวัย 18 ปี บ้านกาญจนาคือโอกาสครั้งที่ 2 กล้าเปลี่ยนชีวิตในแนวทางที่ครูหยิบยื่นให้ สร้างกระบวนการเรียนรู้คิดปรับปรุงตน เลิกบุหรี่และยาเสพติด ตลอดจนไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น สองหนุ่มทั้งม่อนและแอมต่างมองปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครอบครัวขาดความอบอุ่น แต่เกิดขึ้นจากความคึกคะนองของตัวเด็กเอง อย่างที่พวกเขาเป็น 1 ใน 15 คน ร่วมบันทึกความจริงของชีวิตที่พลิกผัน เยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ถ่ายทอดเรื่องราวลงในหนังสือ "ก้าวที่พลาดบันทึก 15 เรื่อง โดย 15 ชีวิตที่ก้าวพลาด" สำนักพิมพ์สารคดี ให้ประสบการณ์ชีวิตของพวกเขา เป็นคติเตือนใจแก่ผู้อ่าน
วันนี้ครูมล มีโครงการห้องเรียนพ่อแม่ รองรับเด็กทุกคนที่พ้นโทษ เฉพาะกลุ่มครอบครัว เช่น มี 15 ครอบครัวที่ลูกได้รับการปล่อยตัว ทางบ้านจะเชิญพ่อแม่ผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง มาทำกิจกรรมร่วมกัน 2 วัน 1 คืน ทบทวนความผิดพลาดในอดีต และผ่านกระบวนการเขียนภาพฝัน พ่อแม่รับฟังความคิดความต้องการที่ลูกอยากจะเป็นหรืออยากจะทำ แลกเปลี่ยนแนวทางระหว่างพ่อแม่ ส่งลูกถึงฝั่งฝันได้อย่างไร
ทั้งนี้ เด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนพ่อแม่ จะถูกลบรายชื่อออกจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ "ขอให้สังคมเปิดโอกาส ยอมรับเข้าใจเด็กผู้ที่ยังไม่เคยผ่านวันคืนความเป็นผู้ใหญ่ อย่าคาดหวังว่าเขาจะรู้ถูก รู้ผิดในทุกเรื่อง การใช้เหตุผลอธิบายเป็นเครื่องมือดึงใจลูกวัยรุ่นที่ดีที่สุด" ครูมลฝากทิ้งท้าย
0 กิตติยา ธนกาลมารวย0



