ไลฟ์สไตล์

"ดอกไม้ประดิษฐ์"จากเศษผ้าหม้อห้อม
แปลงเศษขยะไร้ค่าสู่สินค้า"โอท็อป"

"ดอกไม้ประดิษฐ์"จากเศษผ้าหม้อห้อม แปลงเศษขยะไร้ค่าสู่สินค้า"โอท็อป"

17 ต.ค. 2552

อาจกล่าวได้ว่า ผ้าหม้อห้อม ถือเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ จ.แพร่ มีกระบวนการผลิตโดยใช้สีย้อมผ้า ซึ่งเป็นพืชจากธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารพิษ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการย้อมผ้าที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ภูมิปัญญา

     "ขณะนี้ทางชมรมได้นำเศษผ้าจากศูนย์หัตถกรรมผลิตผ้าหม้อห้อมมาผลิตเป็นดอกไม้ผ้าแล้วนำมาจัดแต่งในโหลแก้ว และทำเป็นดอกไม้กลัดติดเสื้อ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนได้นำไปแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้าน เนื่องจากทางบ้านของนักเรียนหลายๆ คนฐานะค่อนข้างยากจน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ทำนา ปีไหนฝนแล้งผลผลิตไม่ดี รายได้ก็จะไม่พอใช้ งานประดิษฐ์นี้จึงเป็นประโยชน์แก่นักเรียนในการมีรายได้พิเศษ และเป็นสิ่งจูงใจให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วย" ปานเนตร วงศ์ฟู ครูที่ปรึกษาชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ย้อนถึงที่มา

 โดยยอมรับว่า สาเหตุที่จัดตั้งกลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์นี้ขึ้น ก็เพราะใน จ.แพร่ มีการผลิตเสื้อผ้าหม้อห้อมเป็นจำนวนมาก ทำให้ในแต่ละวันมีเศษผ้าที่ไร้ประโยชน์เหลือเป็นขยะจำนวนมาก ครูและนักเรียนโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์จึงมาร่วมกันคิดเพื่อหาวิธีลดปริมาณขยะ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษผ้าหม้อห้อม ซึ่งจะเป็นการหารายได้พิเศษได้อีกทางหนึ่งด้วย

 เธอแจงรายละเอียดถึงวิธีการทำงานว่า เริ่มแรกจะแบ่งเป็นกลุ่มที่สนใจงานประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อมเป็นกลุ่มหลักในการผลิต โดยจัดบ้านพักอาจารย์ภายในโรงเรียนมาเป็นห้องเรียนงานประดิษฐ์ชิ้นเอกนี้ พร้อมอธิบายให้นักเรียนทุกคนได้รู้ว่า ผ้าหม้อห้อมเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ เพื่อจะได้รู้ถึงคุณค่า และจะได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญหายไปในอนาคต และจากการที่เด็กๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของชมรมได้นำแนวทางการดำเนินงานโครงการทูบีนัมเบอร์วันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการช่วยพัฒนา ด้านของความคิดสร้างสรรค์การออกแบบดีไซน์ และโอกาสของสมาชิกที่ได้ไปดูงานแสดงสินค้าตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งการเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันของชมรมทูบีนัมเบอร์วันต่างโรงเรียน ส่งผลให้งานดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อมของชมรมเป็นงานประดิษฐ์ที่มีความสวยงามแปลกตา ดูดีและมีสไตล์ จนได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมการส่งออกให้เป็นสินค้าโอท็อประดับพรีเมียมอีกด้วย 

 “ปัจจุบันสินค้าจากเศษผ้าหม้อห้อมของ จ.แพร่ จะมีลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่น และประเทศโมร็อกโก สั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นงานประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นงานแฮนด์เมด ทุกขั้นตอนจะประดิษฐ์ด้วยฝีมือของนักเรียนในชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โดยส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากผ้าหม้อห้อมจะนำไปตกแต่งบ้าน เพื่อเพิ่มความเก๋ไก๋แปลกตาและความน่าอยู่ของบ้านเขาเองด้วย” ปานเนตร กล่าว

 การทำดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อม ถือเป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถตอบสนองต่อเป้าประสงค์ตามยุทธศาสตร์ในการดำเนินโครงการทูบีนัมเบอร์วันได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นกิจกรรมทางเลือก ที่ช่วยให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสามารถแสดงถึงศักยภาพและความสามารถที่มีอยู่ในตัวเองได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาขยะจากเศษผ้าหม้อห้อมจนกลายมาเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกของชมรมได้เป็นอย่างดี
      
ขั้นตอนการทำดอกไม้จากเศษผ้า
 นุชศรา วรรณศรี และชนัญชิดา วิมลโสภารัตน์ สองสมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนร้องกวางอนุสรณ์ ผู้ริเริ่มคิดทำดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อม เล่าว่า หลังเข้าเป็นสมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ก็นำเศษผ้าหม้อห้อมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเริ่มจากแนวคิดที่อยากจะมีรายได้พิเศษ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของทางบ้าน เพราะเห็นพ่อแม่ทำงานหนัก และเห็นว่าเศษผ้าที่เหลือจากการรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าหม้อห้อมของแม่น่าจะนำมาใช้ประโยชน์และช่วยสร้างรายได้ได้บ้าง จึงปรึกษากับครูที่โรงเรียนและได้ข้อสรุปด้วยการเริ่มทำดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อมขึ้น

 นุชศรา อธิบายถึงวิธีทำดอกไม้ประดิษฐ์จากเศษผ้าหม้อห้อมว่า ขั้นแรกจะนำผ้ามาย้อมให้เป็นสีอ่อนและสีแก่ตามแบบที่เราชอบ หลังจากนั้นจะนำมาเคลือบกาวให้เกิดการแข็งตัว เพื่อง่ายต่อการจัดทำเป็นรูปทรง เมื่อได้ชิ้นงานแล้วก็จะนำมารีด และตัดกลีบตามแบบ จากนั้นจะอัดกลีบและเข้าช่อเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 "ทุกวันนี้หนูและเพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่มมีรายได้ในแต่ละเดือน 500-1,000 บาทต่อคน และสมาชิกทุกคนรู้จักคุณค่าของเงินที่หามาได้เป็นอย่างดี เพราะเห็นความลำบากของพ่อและแม่ จึงมีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และฝากธนาคารเมื่อเหลือจากใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ทางการศึกษา และสมาชิกทุกคนยังได้แบ่งรายได้ 10% เข้ากองทุนของชมรม เพื่อไว้เป็นทุนในการพัฒนาชมรมทูบีนัมเบอร์วันของโรงเรียน" นุชศรา กล่าวอย่างภูมิใจ

"สุรัตน์ อัตตะ"