ไลฟ์สไตล์

เผยผลบริหารจัดการผลไม้ปี52สำเร็จกว่าร้อยละ66

เผยผลบริหารจัดการผลไม้ปี52สำเร็จกว่าร้อยละ66

15 ต.ค. 2552

เกษตรฯเผยผลบริหารจัดการผลไม้ ปี 2552 สำเร็จกว่าร้อยละ 66 พร้อมวางแผนเดินหน้าป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2553 ตั้งทีมจัดทำข้อมูลเร่งลงพื้นที่สำรวจประมาณการผลผลิตเร็วขึ้น เพื่ออนุมัติงบฯ ถึงมือจังหวัดทันเวลา

         (15ต.ค.) นายธีระ  วงศ์สมุทร  รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานโครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2552  จำนวน 4 โครงการหลักมีการใช้จ่ายงบประมาณรวม 680 ล้านบาท โดย 3 ใน 4 โครงการหลักมีผลการดำเนินงานรวมปริมาณ 96,476 ตัน จากเป้าหมาย 145,010 ตัน คิดเป็น 66.53% แบ่งออกเป็น  1) โครงการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ใช้จ่ายงบประมาณ 74.45 ล้านบาท เป้าหมาย 42,000 ตัน  ผลการดำเนินงาน 26,992 ตัน คิดเป็น 64.27%  2) โครงการบริหารจัดการลิ้นจี่ ใช้จ่ายงบประมาณ 42.67 ล้านบาท  เป้าหมาย 22,000 ตัน  ผลการดำเนินงาน 20,344 ตัน  คิดเป็น 92.47% 

 3) โครงการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ใช้จ่ายงบประมาณ 187.91 ล้านบาท  เป้าหมาย 81,010 ตัน  ผลการดำเนินงาน 49,140 ตัน คิดเป็น 60.66%  ส่วนโครงการบริหารจัดการลำไย มีการใช้จ่ายงบประมาณ จำนวน 375  ล้านบาท  โดยวางเป้าหมายผลผลิตไว้ที่ 220,000 ตัน นั้น  รายละเอียดการดำเนินงานอยู่ระหว่างการสรุปผล ซึ่งทั้งหมดค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งสำหรับการบริหารจัดการผลไม้เป็นปีแรกในรูปแบบของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

 ส่วนแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2553 จะยังคงยึดหลักการให้จังหวัดเป็นแกนหลัก ในการจัดทำแผนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาของจังหวัดเอง โดยมีส่วนกลางให้การสนับสนุนและให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและกำกับดูแลการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ในพื้นที่รวมทั้งจะดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำข้อมูลประมาณการผลผลิตล่วงหน้าของไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานในปี 2553 ที่ได้มีการปรับปรุงช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามขั้นตอน ส่งผลให้การอนุมัติงบประมาณให้จังหวัดไปดำเนินงานได้ทันเวลา 

 โดยในส่วนของผลไม้ตะวันออกและลิ้นจี่ภาคเหนือจะมีการประมาณการผลผลิตล่วงหน้า ครั้งที่ 1 ในเดือนมกราคม และครั้งที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้มีการอนุมัติงบประมาณให้จังหวัดได้ภายในวันที่ 1 เมษายน   ส่วนผลไม้ภาคใต้และลำไยภาคเหนือ จะประมาณการผลผลิตล่วงหน้า ครั้งที่ 1 ในเดือนมีนาคม และครั้งที่ 2 ในเดือนเมษายน  เพื่อให้มีการอนุมัติงบประมาณให้จังหวัดได้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 

 ทั้งนี้ขั้นตอนหลังจากการประมาณการผลผลิตล่วงหน้า จะต้องมีการจัดทำแผน/โครงการระดับจังหวัด จะเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มากยิ่งขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา และมีการบูรณาการแผนดังกล่าวให้เป็นแผนระดับจังหวัดและระดับภาคโดยยึดหลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง                                   

 ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้  ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ ของยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2553-2557  นั้น  กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรกำลังศึกษาข้อมูลและความเป็นไปได้ในส่วนต่าง ๆ อาทิ การจัดเก็บภาษีหรือส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการตรวจรับรองผลไม้เพื่อการส่งออก การจัดเก็บรายได้หรือค่าธรรมเนียมจากกิจกรรมที่กองทุนฯ ให้การสนับสนุนซึ่งจะต้องพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและจัดทำเป็นรายละเอียดเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน พิจารณาอีกครั้งหนึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552