
ปลัดสธ.สั่งย้ายผอ.ภูมิภาคสังเวยยัดไส้ครุภัณฑ์
นายกฯ เตรียมตั้ง หมอบรรลุ-ประทิน สอบ ไทยเข้มแข็ง ด้าน วิทยา ให้ กก.สอบว่าใครสั่งอดีตที่ปรึกษาของบ ยูวี-แฟน สั่งชะลอทุกโครงการ ด้าน ปลัด สธ. สั่งย้าย หมอสุชาติ ชั่วคราว ด้าน หมอสุชาติ ไม่ห่วงถูกย้าย เผยเป็นคนเสนอเอง ยันมีหลักฐานชี้แจงได้
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 15 ต.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุขแถลงว่า นพ.บรรลุ ศิริพานิช อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ตอบรับเข้าเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีจะนัดหมายทั้ง 2 ท่าน เพื่อหารือในเรื่องกรอบการพิจารณา รวมทั้งผู้ที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการที่ทั้ง 2 เสนอชื่อมา ห
ลังจากนั้นนายกฯ จะลงนามคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกรอบอำนาจหน้าที่ ระยะเวลาการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปอย่างกว้างขวางและโปร่งใสที่สุด ขณะเดียวกันได้ให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขทำหนังสือแจ้งจังหวัด ชะลอโครงการไว้ทั้งหมดและทบทวนการจัดซื้อจัดจ้าง 7,000 กว่ารายการ และต้องขอโทษบุคลากรสาธารณสุขทุกคนและประชาชนทั่วประเทศ ที่ทำให้โครงการต้องล่าช้าไปบ้าง ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้เม็ดเงินงบประมาณจากเงินกู้กว่า 86,000 ล้านบาท เกิดประโยชน์กับกระทรวงสาธารณสุขและประชาชนอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีโทรสาร (แฟกซ์) สรุปเหตุการณ์ในการของบประมาณเครื่องค่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าไวโอเลต (ยูวี-แฟน) นายวิทยา กล่าวว่า เพิ่งเห็นแฟกซ์ ซึ่งเนื้อหาก็เป็นไปในแนวทางเดียวกับที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มี นพ.เสรี หงษ์หยก เป็นประธาน คือ มีข้าราชการประจำ อดีตข้าราชการ และคนของฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้อง
ต่อข้อถามว่า ในแฟกซ์ระบุชัดเจนว่า การของบประมาณยูวี-แฟนเริ่มต้นจากอดีตที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข นายวิทยา กล่าวว่า คณะกรรมการฯที่นายกฯตั้งขึ้นมาจะไปสอบต่อว่า ใครเป็นคนสั่งการอดีตที่ปรึกษาคนดังกล่าว
“กระทรวงจะยึดผลสอบของคณะกรรมการฯที่นายกฯตั้งขึ้นมาเป็นหลัก หากคณะกรรมการฯที่มี นพ.บรรลุเป็นประธานอยากได้สิ่งใด ก็สามารถเรียกข้อมูลจากคณะกรรมการตรวจสอบ 2 ชุดที่ กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้นมาได้” นายวิทยา กล่าว
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีคำสั่งย้ายนายแพทย์สุชาติ เลาบริพัตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค ไปปฏิบัติงานที่สำนักวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข ชั่วคราว และให้ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย สาธารณสุขนิเทศ รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาคไปก่อน จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น โดยขณะนี้ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ สธ 0220/ว. 1047 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ให้ชะลอการจัดซื้อจัดจ้างรายการสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ทุกรายการ ภายใต้แผนปฏิบัติการโครงการไทยเข้มแข็ง ปี 2555 ไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อยุติของคณะกรรมการทุกชุด และขอให้พื้นที่ร่วมให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับคณะกรรมการทุกชุดที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อที่จะช่วยกันหาผู้ที่เจตนาจะกระทำผิดมาลงโทษ ไม่ให้กระทรวงสาธารณสุขต้องมีมลทินในเรื่องของการทุจริต
นพ.ไพจิตร์ กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องว่า ขณะนี้มีข้าราชการที่เกี่ยวข้องเพียง 1 คน ส่วนจะดำเนินการได้หรือไม่ ต้องหารือฝ่ายกฎหมายก่อน ขณะเดียวกันต้องดูว่า จะสามารถดำเนินการสอบสวนทางวินัยควบคู่ไปกับคณะกรรมการฯชุด นพ.บรรลุ ได้หรือไม่ ส่วนที่เกรงว่า การสั่งย้ายข้าราชการครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่การหาแพะมารับผิดชอบนั้น นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเป็นการทำตามระบบราชการ สามารถอธิบายได้ และยืนยันว่าไม่มีการเมืองแทรกแซง รมว.สาธารณสุขไม่เคยเข้ามาแทรกแซง ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของตน
ต่อข้อถามว่า ในกรณีข้าราชการเกษียณไปแล้วสามารถเรียกมาสอบสวนได้หรือไม่ นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ถ้ามีข้อมูลข้อเท็จจริงว่าอดีตข้าราชการน่าจะเกี่ยวข้อง ก็อาจจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป.
นพ.สุชาติ เลาบริพัตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค กล่าวว่า ทราบข่าวจากสื่อมวลชนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับหนังสือ ซึ่งการโยกย้ายถือเป็นเรื่องปกติตามระเบียบราชการ หากข้าราชการคนใดถูกสอบสวนก็ต้องไปทำหน้าที่อื่นก่อน และก่อนหน้านี้ตนเองก็เป็นผู้เสนอตัวเองว่า ให้ย้ายตนออกจากตำแหน่งนี้ก่อน เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ ทั้งนี้หากตนยังอยู่ในตำแหน่งเดิมอาจถูกกล่าวหาว่ายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ดังนั้นการย้ายตนออกไปอยู่ข้างนอกจึงดีที่สุด และสบายใจมากกว่า
“ไม่รู้สึกกังวลที่ถูกย้ายในครั้งนี้ และพร้อมที่จะให้ดำเนินการสอบสวนต่อปัญหาการทำรายการจัดซื้อที่เกิดขึ้น เพราะผมมีข้อมูลข้อเท็จจริง และหลักฐานที่จะชี้แจงได้อยู่แล้ว และคงชี้แจงไปตามนั้น” นพ.สุชาติ กล่าว และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่คิดว่ามีการเมืองแทรกแซง ส่วนกรณีที่มีการตั้งสังเกตว่า ในการจัดทำโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุขมีข้าราชการที่เกี่ยวข้อหลายคน แต่กลับมีคำสั่งย้ายตนเพียงคนเดียว เรื่องนี้ตนไม่ทราบ และไม่ติดใจ แต่มั่นใจข้อมูลที่มีและชี้แจงได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการส่งแฟกซ์คำชี้แจงในการลำดับเหตุการณ์การใส่รายการจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟน โดยมีรายชื่อผู้ที่เกี่ยงข้องมายังห้องผู้สื่อข่าวกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุชาติ กล่าวยอมรับว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลของตนที่ส่งถึงคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ได้เป็นความลับอะไร แต่ที่เอกสารดังกล่าวส่งไปยังห้องนักข่าวได้อย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ



