ไลฟ์สไตล์

ก.อุตฯ เร่ง "อุ้ม SMEs" ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา

ก.อุตฯ เร่ง "อุ้ม SMEs" ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคา

30 พ.ค. 2561

....

ก.อุตฯ เร่ง “อุ้ม SMEs” ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน และราคาพลังงาน

กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน และราคาพลังงาน โดย ออกมาตรการเร่งด่วนทางด้านการเงิน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน และราคาพลังงาน

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเปิดเผยว่าจากการหารือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยในเรื่องการขอปรับขึ้นราคาค่าขนส่งตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่เกินร้อยละ5 นั้น พบว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ที่อาจได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม มีโครงการและมาตรการพิเศษสำหรับ SMEs ทั้ง 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. SMEs ภาคการผลิต ดำเนินการภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานสำหรับ SME จำนวน 2,000 ราย โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะเข้าไปช่วยสนับสนุนการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ในการตรวจวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลให้ SMEs สามารถลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หรือประหยัดต้นทุนไม่น้อยกว่า 340 ล้านบาท
  2. SMEs ภาคบริการ (ด้านขนส่งและโลจิสติกส์) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะดำเนินการภายใต้มาตรการขับเคลื่อน SMEs สู่ 0 โดยเชื่อมโยงกระบวนการขนส่งและโลจิสติกส์ หรือการกระจายสินค้าของ SMEs กับบริษัทที่เป็น Big Brother ได้แก่ SCGLogisticsผ่านโครงการ Fleet Card ของ SCG Logistics ซึ่งจะทำให้ SMEs สามารถลดต้นทุนราคาน้ำมันลงไม่น้อยกว่า 20-40 สตางค์ต่อลิตร

นอกจากนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะร่วมมือกับโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ในเครือ SCG Logistics พัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรด้านขนส่งและโลจิสติกส์ โดยกำหนดหารือในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในต้นสัปดาห์หน้าพร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังเร่งดำเนินการสนับสนุนโครงการลดการขนส่งเที่ยวเปล่า (Backhauling) โดยจะร่วมกับกรมการขนส่งทางบกในการสนับสนุนให้ SME ทั้งภาคการผลิต และภาคบริการ (ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า / Logistics Service Provider) ใช้แพลทฟอร์มศูนย์รวมข้อมูลการขนส่งด้วยรถบรรทุก(Truck Data Service Center: TDSC) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ในภาพรวมต่อไป

ทั้งนี้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนและช่วยเหลือผ่านศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SME Support & Rescue Center: SSRC)ซึ่งมีศูนย์บริการกระจายอยู่กว่า 270 แห่งทั่วประเทศ หรือ ขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทาง Online ได้ที่ www.smessrc.com หรือ สายด่วน 1358

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการ SMEs หลายกลุ่มมีการปรับตัวเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผลกระทบด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ สำหรับปัญหาด้านพลังงานผู้ประกอบการ SMEs ได้เตรียมความพร้อม โดยลดปริมาณการใช้พลังงานเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร และปรับเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน