
ตั้งประทิน-หมอบรรลุสอบไทยเข้มแข็งสธ.
"วิทยา ตั้ง พล.ต.อ.ประทิน - หมอบรรลุ เป็นคระกรรมการกลางสอบสวนงบไทยเข้มแข็ง หลังถูกวิพากษ์ผลสอบหนัก แค่ลูบหน้าปะจูมก ด้าน หมอเกรียง ชี้ตั้ง พล.อ.ประทิน ยอมรับได้ แต่หากมีสายสัมพันธ์ ปชป. ถือว่าไม่เหมาะสม
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 13.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดแถลงข่าวด่วน “ตั้งคณะกรรมการคนนอกเพื่อสอบสวนปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข” โดยนายวิทยา กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้มีการแถลงผลสอบการจัดซื้อครุภัณฑ์ 6 รายการ ในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมี นพ.เสรี หงษ์หยก เป็นประธาน ได้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ผลสอบที่เกรงว่าจะเป็นแค่การลูบหน้าปะจมูก ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ และดูว่ามีลักษณะปกป้องกันการเมือง
ดังนั้นตนจึงได้หารือปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผลสอบสวนมีความตรงไปตรงมา และเห็นตรงกันว่า ควรมีการจัดคณะกรรมการกลางที่มีบุคคลาภายในเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นเห็นควรให้เชิญ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต สว.กทม. และอดีตประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาตรวจสอบปัญหาการทุจริต วุฒิสภา และ นพ.บรรลุ ศิริพาณิช อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง พล.ต.อ.ประทิน ได้รับปากแล้ว ส่วน นพ.บรรลุนั้นอยู่ระหว่างการประสาน ทั้งนี้หากทั้ง 2 ท่านรับปากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันพรุ่ง ( 15 ต.ค.) จะเชิญทั้ง 2 ท่านมาหารือร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อวางกรอบการตรวจสอบต่อไป รวมทั้งตัวบุคคลที่จะเข้าร่วมเป็นกรรมการ
“การตั้งคณะกรรมการกลางนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขพ้นข้อครหาการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือและสังคมให้การยอมรับ รวมทั้งแพทย์ชน หากเป็นคณะกรรมการสอบสวนก็จะเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย” รมว.สาธารณสุข กล่าวและว่า การที่ตั้ง พล.ต.อ.ประทิน เข้าร่วมตรวจสอบนอกจาก นพ.บรรลุ ที่ทางแพทย์ชนบทเสนอนั้น เนื่องจากท่านมีภาพลักษณ์การตรวจสอบที่ดี และไม่ได้เป็นการคานน้ำหนักในคณะกรรมการชุดที่จะตั้งขึ้นแต่อย่างใด
นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ในบ่ายวันนี้ ( 14 ต.ค.) ตนจะนำผลการสอบของ นพ.เสรี มาดูรายละเอียดทั้งหมด และหากพบว่ามีข้าราชการคนใดที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนข้อเท็จจริง ก็จำเป็นต้องให้พ้นจากหน้าที่นี้ไปก่อน ส่วนการเชิญ นพ.บรรลุมาเป็นกรรมการสอบนั้น หากท่านรับปากก็จะมาร่วมวางกรอบการทำงาน มาดูว่าอำนาจหน้าที่ของกรรมการชุดนี้มีแค่ไหน ซึ่งต้องมาดูกฎระเบียบและกรอบกฎหมายเพราะต้องมีการอ้างอิง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องในภายหลัง แต่การทำงานต้องยืนอยู่บนความเป็นธรรม ปราศจากอคติ
ส่วนที่เกรงว่าการตั้งคณะกรรมการคนนอกอาจทำให้การสอบสวนล่าช้าออกไป นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สังคมจับตามองและให้ความสนใจมาก หากล่าช้าและรอบคอบ ตรงไปตรงมาน่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า ทั้งนี้การทำงานของคณะกรรมการชุด นพ.เสรี ชี้มุลออกมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจแล้ว แต่การจะลงลึกรายละเอียดว่ามีใครกระทำผิดอะไรบ้าง ต้องให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งกระบวนการยังต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งต้องใช้เวลา
ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วถ้าเลือกได้อยากให้แต่งตั้งแต่ นพ.บรรลุ แค่ท่านเดียว แล้วให้ท่านได้มีโอกาสได้เลือกทีมงานของท่านเองก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น แต่หากมี พล.ต.อ.ประทิน เข้าร่วมด้วย ก็ถือว่ายอมรับได้ในระดับหนึ่ง แต่หากท่านมีสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงกับพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าไม่เหมาะสม แต่ส่วนที่ติดใจไม่ใช่เรื่องการตั้งคณะกรรมการคนนอก แต่เป็นเรื่องผลการสอบสวนที่พูดไม่หมด และถือว่าไม่เป็นธรรมกับข้าราชการเกษียณที่ถูกเอ่ยเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งตรงนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหากคนพูดพยายามที่จะปกป้องฝ่ายการเมือง เพราะเท่าที่รายงานในที่ประชุมก็ชัดเจนว่ามีภาคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ตัวประธานสอบสวนเองก็ยอมรับในผลการสอบกรณี ผอ.สำนักคนหนึ่งเอ่ยชื่อต่อคณะกรรมมาธิการสาธารณสุข สภาฯ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุถึงฝ่ายการเมืองที่ชัดเจน
"วิทยา”แจงไม่เปิดรายชื่อ“ไอ้โม่ง”รอผลสอบ
ก่อนหน้านี้ที่โรงแรมมิราเคิล แกรน์ นายวิทยา กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมและติดตามการดำเนินงานสถานีอนามัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลภาคกลางถึงผลการตรวจสอบโครงการไทยเข้มแข็ง ว่า ตนได้รายงานผลสอบดังกล่าวด้วยวาจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งการที่ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง เพราะต้องการให้มีการดำเนินการสอบสวนให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ อีกทั้งยังเกรงปัญหาการฟ้องร้องหมิ่นประมาทตามมาภายหลัง ดังนั้นจึงอยากให้ทุกอย่างชัดเจนก่อน ด้วยเหตุผลนี้ตนเองจึงไม่อยากเร่งรัด แต่ก็เข้าใจว่าสังคมก็อยากให้การตรวจสอบมีความรวดเร็ว รวมทั้งแพทย์ชนบทด้วย อย่างไรก็ตามก็จะลองหาทางดูว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความรวดเร็วมากกว่านี้ ส่วนกรณีที่ทางแพทย์ชนบทออกมาแสดงความไม่พอใจผลการตรวจสอบครุภัณฑ์ 6 รายการที่ได้มีการแถลงนั้น เนื่องจากไม่มีการระบุถึงฝ่ายการเมืองด้วยนั้น ตนก็รับฟัง และหากไม่พอใจก็จะหาวิธีการดำเนินการให้ดีกว่าเดิม
นายวิทยา ยังได้กล่าวถึงกรณีข้อเสนอให้มีการตั้ง นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธานคณะกรรมการคนนอก ว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการแต่งตั้ง นพ.บรรลุ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตในอดีต ตนไม่ทราบว่าแต่งตั้งมาอย่างไร และขณะนั้น นพ.บรรลุ ยังดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ เพราะการตั้งคณะกรรมการคนนอกมาสอบราชการมีระเบียบอยู่ ดังนั้นขอหารือกันก่อน อย่างไรก็ตามตนได้หารือกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม เพื่อขอคำแนะนำ เพราะหากข้อเท็จจริงระบุว่ามีข้าราชการในกระทรวงทุจริตก็ไม่มีปัญหา กระทรวงก็จะดำเนินการตามระเบียบวินัย แต่หากเป็นนักการเมือง หรือข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ควรใช้กระบวนการกฎหมายช่องทางใด ควรส่งเรื่องไปยัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ปปช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิ (สตง.) หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ)
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ท่านออกมาระบุว่า เท่าที่รับทราบผลสอบไม่มี สส. และอดีต สส แสดงว่าฝ่ายการเมืองไม่มีส่วนเกียวข้องใช่หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า สส. อดีต สส. และรัฐมนตรีเป็นนักการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในระดับ อบต. ที่ปรึกษาอื่นๆ ตนไม่การันตี
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกมาระบุว่า ขอให้ทางกลุ่มแพทย์ชนบทได้ทำงานตรวจสอบอย่างอิสระนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนก็ปล่อยให้แพทย์ชนบททำงานกันอย่างอิสระอยู่แล้ว เพราะนอกจากเป็นข้าราชการแล้ว ยังเป็นองค์กรพิทักษ์ผลประโยชน์ให้กระทรวงสาธารณสุข และหากไม่ออกมาเปิดเรื่องนี้ก็คงหาตัวคนร้ายได้ยาก ต่อข้อซักถามว่า หากผลการสอบออกมาพบว่ามีคนใกล้ชิดมีส่วนเกี่ยวข้องตามที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ จะลาออกจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า หากตนรับผิดและยอมลาออก หมายความว่าทั้งชีวิตคือโกงกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นจึงขอทำความจริงก่อนและหากไปเจอใคร และต้องดำเนินการก็อย่าเดือดร้อน



