
อภิสิทธิ์ยันไม่แทรกแซงกทช.ให้อิสระประมูล3จี
มาร์ค ยันไม่แทรกแซง กทช. ให้อิสระพิจารณา 3 จี ชี้บริการดีต้องมีกติกาแข่งดีด้วย ลั่นถึงเวลาแล้วไทยต้องใช้ 3 จี
(14 ต.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามถึงเรื่องผลการประชุมครม.เศรษฐกิจ เกี่ยวกับการเดินหน้าเรื่องเครือข่ายโทรศัพท์ในระบบ 3 G ซึ่งที่ประชุมครม.เศรษฐกิจมอบหมายให้กทช.กลับไปทบทวนว่า ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ครม.เศรษฐกิจมอบให้กทช.ไปคือ หากจะมีการประมูลนั้นอยากให้มีกติกาที่ชัดเจนก่อนการประมูลใสนเรื่องผ้ประมูลและเครือข่ายที่จะใช้ จะได้ทำให้เกิดความชัดเจนว่า ใครจะมาลงทุนในเครือข่ายหรือไม่ และลงทุนแล้วจะใช้เครือข่ายของใคร
“ตรงนี้จะทำให้ทศท. บ.ทีโอที กับกสท. ทราบว่ามีปัญหาเรื่องทรัพย์สินที่เป็นของตัวเองแต่ถูกใช้โดยผู้ประกอบการและมีสัมปทานอยู่นั้น มันจะมีโอกาสเข้าปผระมูลหรือไม่ ข้อสังเกตต่อมาคือการดูแลให้เป็นไปตามข้อกฎหมายกิจการโทรคมนาคมว่าผู้ประกอบการที่จะมาดำเนินการขออนุญาตต้องเป็นนิติบุคคลประเภทใด ก็ขอให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนซึ่งกทช.และผู้แทนก็รับฟังเรื่องนี้แล้ว และกทช.จะทำความชัดเจนอีกครั้งเพราะเป็นองค์กรอิสระที่ตัดสินใจเองได้ ส่วนโครงการของ บ.ทีโอทีกับกสท.ขอให้สรุปผลกระทบจากการประมูลว่าเป็นอย่างไรบ้างเพื่อให้ครม.พิจารณาได้ ” นายอภิสิทธิ์
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าหากอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายเดิมไป จะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่การใช้เครือข่ายเละทรัพย์สิน เรื่งอนี้ได้ตั้งข้อสังเกตและขอให้กทช.ไปช่วยดูและทำกติกาให้ชัด
เมื่อถามว่า การทำระบบสามจีจะทำให้เอกชนที่รับสัมปทานไปนั้นได้ประโยชน์มากกว่า นายกฯกล่วว่าเราต้องการให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้นแต่ค่าตอบแทนที่ให้กับรัฐในเรื่องใบอนุญาตนั้นต้องเป็นธรรม บริการจะดีนั้น กติกาการแข่งขันต้องดีและเรื่องนี้กทช.ดูแลอยู่เพียงแต่มีความซับซ้อนและบริษัทที่ร่วมประมูลรับสัมปทานประกอบกิจการโทรศัพท์ที่ไม่ใช่ระบบสามจีนั้นมีการถ่ายโอนลูกค้าและทรัพย์สินนั้น ต้องถือว่าโอนให้รัฐวิสหากิจ ตรงนื้คือข้องสังเกตที่ให้ไปแล้ว เมื่อถามว่าประเทศไทยมีความจำเป็นเพียงใดที่ต้องใช้ระบบสามจี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความจำเป็นเพระะทุกประเทศในภูมิภาคนี้ใช้กันหมดแล้ว ไทยช้ามาก และอยากให้มีการบริการที่ดีขึ้น กติตกาทุกอย่างต้องเป็นธรรมและโปร่งใส
เมื่อถามว่า กรรมการ กทช.วันนี้มี 3 คนเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ก้าวล่วง วันนี้เลขาธิการและรองเลขาธิการกทช.เข้าร่วมประชุมครม.เศรษฐกิจและได้รับข้อสังเกตไปว่ามันจะพันกัน เพราะหน่วยงานรัฐจะไปลงทุน ในขณะที่ความไม่ชัดเจนเรื่องผลกระทบจากการดำเนินการเรื่องนี้ในการเปิดประมูล รัฐบาลก็อยู่ในฐานะลำบากที่จะเดินหน้าหรือตัดสินใจใดๆ ตนอยากให้ทุกอย่างชัดเจนโปร่งใส
เมื่อถามว่าหากเดินหน้าในเรื่องนี้ในช่วงที่ไม่มี กสทช.อาจเกิดปัญหาเช่นเดียวกับรัฐธณรมนูญมาตรา 67 วรรคสองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่กทช.ที่ต้องพิจารณาอำนาจหน้าที่ของตัวเอง หากมีการโต้แย้งต้องมีองค์กรมาวินิจฉัย เมื่อถามว่การให้บริการเรื่องนี้จะผลักภาระให้ประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าได้สอบถามการกำหนดราคาแล้วได้รับการยืนยันว่าจะใช้กลไกการแข่งขันและกทช.เสนอมาว่าตอนนี้ไม่ได้ตั้งการเสนอค่าตอบแทนที่สูงเป็นเรื่องหลักในการพิจารณาแต่จะใช้คำว่าราคาที่เป็นธรรม



