
บอร์ดกช.ไฟเขียวนร.อนุบาล-ป.6ดื่มนมร.ร.ฟรี
นักเรียนร.ร.เอกชนได้เฮ! เปิดเทอมนี้ได้ดื่มนมฟรีทุกคน ส่วนนักเรียนร.ร.เอกชนการกุศลได้อาหารกลางวันแถมด้วย ขณะที่เด็กพิการที่เรียนในร.ร.เอกชนได้เงินสมทบค่าฝช้จ่ายเพิ่มอีกหัวละเกือบหมื่นบาทต่อปี
เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2552 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงผลกาประชุมคณะกรรมการบริหารงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้เพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนพิการที่เรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนทุกระดับทั้งโรงเรียนประจำและโรงเรียนไปกลับ โดยกรณีนักเรียนประจำ ระดับก่อนประถมศึกษา จะปรับเพิ่มเงินอุดหนุนจาก จาก 22,776 บาทต่อคนต่อปี เป็น 30,871 บาทต่อคนต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 8,095 บาท ระดับประถมศึกษา จาก 22,476 บาทต่อคนต่อปี เป็น 30,511 บาท เพิ่มขึ้น 8,035 บาทต่อคนต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จาก 24,347 บาทต่อคนต่อปี เป็น 32,297 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้น 7,950 บาทต่อคนต่อปี ระดับม.ปลายจาก 24,700 บาทต่อคนต่อปี เป็น 32,147 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้น 7,900 บาทต่อคนต่อปี
ส่วนนักเรียนพิการที่เรียนแบบไปกลับนั้นจะได้เงินรายหัวเพิ่มขึ้น 3,080 บาทต่อคนต่อปีทุกระดับชั้นโดยระดับก่อนประถมศึกษาเพิ่มจาก 13,896 บาทต่อคนต่อปี เป็น 16,676 บาทต่อคนต่อปี ระดับประถมศึกษา เพิ่มจาก 13,596 บาทต่อคนต่อปี เป็น 16,676 บาทต่อคนต่อปี ระดับม.ต้น เพิ่มจาก 15,467 บาทต่อคนต่อปี เป็น 18,547 บาทต่อคนต่อปี ระดับม.ปลาย เพิ่มจาก 15,769 บาทต่อคนต่อปี เป็น 18,847 บาทต่อคนต่อปี
รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า บอร์ด กช. ยังอนุมัติให้นักเรียนอนุบาลถึงป. 6 ของโรงเรียนเอกชนทั้งหมดจำนวน 3,066 โรงเรียนได้ดื่มอาหารเสริมนมฟรี ที่ผ่านมามีเฉพาะนักเรียนโรงเรียนเอกชนบางแห่งได้ดื่มนมฟรีประมาณ 77,888 คน แต่ต่อไปนักเรียนเอกชนทั้งหมด 1,400,000 คนจะได้ดื่มนมฟรีซึ่งจะต้องใช้งบประมาณ 2,502 ล้านบาท จากเดิมที่ใช้เพียง 125 ล้านบาท ขณะเดียวกันที่ประชุมได้อนุมัติให้นักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลได้รับประทานอาหารกลางวันฟรีทุกคนอีกด้วยโดยใช้งบประมาณรองรับ 862.2 ล้านบาท ทั้งนี้จะเริ่มแต่ปีงบประมาณ 2553 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไปเท่ากับเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 เด็กทุกคนจะได้ดื่มนมฟรี เด็กในโรงเรียนเอกชนการกุศลจะได้รับประทานอาหารกลางวันทุกคน และเด็กพิการจะได้เงินสมทบค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
"สาเหตุที่ดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อให้นักเรียนของโรงเรียนเอกชน ได้สิทธิ์เท่าเทียมกับนักเรียนโรงเรียนรัฐ ขณะที่การให้เด็กได้ดื่มนมและอาหารกลางวันก็เพื่อช่วยพัฒนาร่างกายของนักเรียนให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำหนักและส่วนสูงเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ลดภาวะทุพโภชนาการ ทั้งนี้ สช.ได้จัดทำร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการดำเนินการทั้ง 3 เรื่องแล้ว “ นายจุรินทร์ กล่าว



