
โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ขับสนุก นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน
โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ขับสนุก นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน : คอลัมน์... ยานยนต์ โดย... สินธุ์ชัย ภมรพล
รถยนต์รุ่นล่าสุดของโตโยต้า “ซี-เอชอาร์” กระแสตอบรับดีทีเดียว ทั้งในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา รวมถึงยอดขายในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ส่งผลให้ครองอันดับ 1 ยอดขายกลุ่มรถยนต์นั่ง
โตโยต้าผลิต ซี-เอชอาร์ ออกมา 2 กลุ่มหลักๆ คือรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที มี 2 รุ่นย่อย และอีกกลุ่มคือไฮบริด ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเช่นกัน แต่คนละรหัส ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ให้กำลัง 72 แรงม้า และแรงบิด 163 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันได้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ อี-ซีวีที
เป็นไฮบริดเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งติดตั้งอยู่ในโตโยต้า พรีอุส สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลักๆ คือ แบตเตอรี่ นิกเกิล เมทรัล ไฮดราย ที่มีขนาดเล็กลง สามารถย้ายไปไว้ใต้เบาะนั่งแถวหลังได้ ทำให้ไม่รบกวนพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระและยังลดน้ำหนักลง ซึ่งทำให้น้ำหนักโดยรวมไม่สูงเกินไปนักคือ 1,455 กก. ขณะที่รุ่นเบนซิน 1,380-1,385 กก.พร้อมปรับเปลี่ยนระบบระบายความร้อนใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ระยะทางไกลขึ้น ขณะที่มอเตอร์กินไฟลดลงจาก 650 โวลต์ เหลือ 201.6 โวลต์
ซี-เอชอาร์ ไฮบริด ถือว่ามาดี แบบไม่ให้กองเชียร์ผิดหวังการรอคอยที่ยาวนาน เพราะนอกจากรูปลักษณ์แนวคิดใหม่ แตกต่างไปจากโตโยต้าก่อนหน้านี้ มีเทคโนโลยีไฮบริดที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นเดิม แล้วก็ยังมีอุปกรณ์มาตรฐาน มีลูกเล่นอีกหลายๆ อย่างใส่เข้ามา เช่น ด้านความปลอดภัย มีระบบป้องกันการชนที่ตรวจจับวัตถุด้วยเรดาร์ก่อนส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบปรบไฟสูงอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ กล้องมองภาพขณะถอยหลัง ถุงลม 7 ตำแหน่ง
ระบบเชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์หรือ โตโยต้า ที-คอนเนคท์ เทเลเมติกส์ ที่จะรับข้อมูลและความช่วยเหลือต่างๆ ในการเดินทาง เช่น ระบบนำทาง ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ สัญญาณไวไฟ สำหรับให้อุปกรณ์อื่นๆ เชื่อมต่อใช้งานได้ เรียกว่าเอาใจโลกยุคโซเชียลอย่างแท้จริง
กระจกมองหลังปรับลดแสง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้ายขวา ปุ่มดันหลังไฟฟ้าสำหรับเบาะคนขับเบรกมือไฟฟ้า ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ หรือ auto brake hold ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับขี่ที่ต้องเบรกบ่อยๆ จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์และไม่ต้องเหยียบเบรกค้างเอาไว้ตลอดเวลา
กำลังที่ได้จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ในการทดลองขับขี่เส้นทางลำปาง-แพร่-น่าน ซึ่งมีทั้งทางใหญ่ ทางเล็ก ทางที่ลัดเลาะไปตามคดโค้งของเขา เพียงพอต่อการใช้งาน การออกตัวอาจจะไม่ได้รวดเร็วทันใจนัก แต่ก็ไม่ได้อืดอาด ส่วนหนึ่งต้องอย่าลืมว่านี่เป็นเกียร์ซีวีทีที่ไม่ชอบการขับขี่แบบกระทืบคันเร่งนัก ต้องนุ่มนวลกับมันแล้วจะตอบสนองกลับมาอย่างน่าพอใจ เช่นเดียวกับการเพิ่มความเร็ว หรือการเร่งแซง ใช้วิธีกดคันเร่งอย่างนุ่มนวลจะตอบสนองได้ดีกว่า ซึ่งจากการขับขี่ซึ่งมีหลายช่วงที่แซงในทางแคบๆ 2 เลนสวนทางและอยู่บนเขา ซึ่งจะมีพื้นที่ให้แซงไม่มากนัก แต่ซี-เอชอาร์ ก็ทำงานได้ดี แซงได้ปลอดภัยไม่ต้องลุ้น ส่วนการทำความเร็วก็ไล่ขึ้นไปไม่ยาก ครู่เดียวก็ได้ 150-160 สบายๆ (เป็นการลองแค่ช่วงสั้นๆ) ถือว่าสอบผ่านสำหรับเรื่องของขุมกำลัง
และการขับในเส้นทางเช่นนี้ที่ต้องเปลี่ยนความเร็วบ่อยๆ เร่งแซงบ่อยๆ อัตราสิ้นเปลืองที่ผมทำได้ในระยะทางกว่า 200 กม. อยู่ที่ 19.3 กม./ลิตร ผมพอใจ แต่แอบกระซิบว่ามีเพื่อนๆ น้องๆ หลายคันเขาได้เกิน 20 กันทั้งนั้น
จุดเด่นในการขับขี่ผมว่าอยู่ที่อารมณ์โดยรวม ไม่ว่าเป็นเรื่องของช่วงล่างหรือพวงมาลัย ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง อิสระปีกนกคู่ หรือดับเบิลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง ใช้ยางขนาด 215/60 R17 ช่วงล่างให้ความรู้สึกที่ดี ผสมผสานกันได้ลงตัวระหว่างการยึดเกาะถนน และการดูดซับแรงสั่นสะเทือน
บางช่วงของเส้นทางอยู่ระหว่างซ่อมทาง ขยายทาง จึงมีทางขรุขระที่ต้องผ่าน ซึ่งพบว่ารถมีความนุ่มนวลชนิดที่คนนั่งชื่นชอบ รวมถึงช่วงขึ้นลงคอสะพาน การกระแทก การเด้งมีน้อย ช่วยให้นั่งสบาย ขณะที่การขับขี่ในเส้นทางโค้งก็เกาะถนนได้ดี สร้างความมั่นใจได้ แม้ว่าหากเข้าแรงๆ จะพบการโยนตัวของตัวถังให้รู้สึกได้บ้าง แต่ไม่มีปัญหาต่อการควบคุม และเมื่อมองถึงการผสมผสานกันระหว่างความสบายในการนั่ง กับความสามารถในการควบคุมหรือความสนุกในการขับขี่ก็ต้องบอกว่าทำได้ดี
ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้พวงมาลัยที่แม่นยำ ช่วยได้มากในการควบคุมรถ แม้จะใช้ความเร็วและมีการโยนตัวของตัวถัง พวงมาลัยยังมีน้ำหนักที่ดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงการขับขี่ที่ความเร็วต่ำหรือสูงก็ตาม
ซี-เอชอาร์ ออกแบบเบาะนั่ง นั่งได้สบาย ทัศนวิสัยดี ทำให้การขับขี่ทางไกลไม่เมื่อยล้า เบาะแถวหลังก็นั่งสบาย แต่บางคนอาจจะไม่ชอบในส่วนของความรู้สึกที่ไม่โปร่งโล่งจากหลังคาที่ลาดลงและกระจกหน้าต่างด้านหลังที่ค่อนข้างเล็ก เนื่องจากโครงสร้างการออกแบบบานประตูที่ยกตัวขึ้นด้านท้ายทำให้กินพื้นที่ของกระจก ก็ต้องแลกกันระหว่างการใช้งานกับมุมมองโดยรวมของรูปทรงรถ
แต่เมื่อดูภาพรวมทั้งหมด ผมว่าเป็นรถที่น่าใช้ ทั้งเรื่องของรูปทรงที่ดูสปอร์ต ปราดเปรียว การขับขี่ที่สนุกได้ แต่ผู้โดยสารก็นั่งสบายได้เช่นกัน รวมถึงความประหยัดที่เสริมเข้ามากับระบบไฮบริดครับ
สำหรับราคาตัวท็อป ไฮบริดที่ผมขับอยู่นี้ หรือรุ่น HV Hi 1.159 ล้านบาท ส่วนรุ่นรองลงมา HV Mid 1.069 ล้านบาท และรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Mid 1.039 ล้านบาท ส่วนตัวเริ่มต้น 1.8 Entry 9.79 แสนบาท



