
สหภาพกสท-ทีโอทีบุกสภายื่นค้านประมูล3จี
สหภาพ กสท-ทีโอที บุกสภา ยื่นหนังสือค้านประมูล 3 จี หวั่นขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ย้ำต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ เกรงต่างชาติฮุบกิจการโทรคมนาคม ด้านประธาน กมธ.สิทธิฯ รับลูก เตรียมตรวจสอบพฤหัสนี้
(13ต.ค.) ที่รัฐสภา กลุ่มสหภาพแรงงานบริษัททีโอทีจำกัด (มหาชน) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นำโดยนายพงศ์ฐิติ พงศ์สิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัททีโอที นายสุขุม ชื่นมะนา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท. เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน และนายประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษากรรมาธิการ
นายสุขุม กล่าวว่า ตามที่กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะดำเนินการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ให้กับผู้ประกอบการในเดือน พฤศจิกายนนี้ ซึ่ง บริษัท กสท.โทรคมนาคม และ บริษัททีโอที เห็นว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ 3 จี ดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเฉพาะมาตรา 47 ที่กำหนดให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ ดังนั้นคณะกรรมการ กทช. จึงไม่ใช่คณะกรรมการตามรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องผ่านการตีความอย่างเคร่งครัด เพราะขณะนี้คณะกรรมการ กทช. มีจำนวนกรรมการเหลือ 3 คน จากที่กำหนดไว้จะต้องมี 7 คน จึงไม่ครบองค์ประชุมตามมาตรา 50 ของ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ นอกจากนี้ไม่ควรนำคลื่นความถี่ 3 จี มาจัดประมูลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความพร้อม อีกทั้งเป็นเรื่องที่สำคัญต่อประเทศชาติ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสช. จึงทำให้ไม่มีคณะกรรมการร่วมทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ตามมาตรา 62 ดังนั้น กทช. จึงไม่มีอำนาจที่จะจัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ในครั้งนี้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดว่ามีอำนาจหรือไม่
นายสุขุม กล่าวต่อว่า คลื่นความถี่ถือเป็นทรัพยากรของชาติ จึงจำเป็นต้องรักษาไว้สำหรับหน่วยงานรัฐหรือธุรกิจของคนไทยเท่านั้น จึงควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติให้ชัดเจนและเหมาะสมก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นความถี่ 3 จี ตกไปเป็นของต่างชาติ และเกรงว่าจะทำให้เอกชนที่มีต่างชาติถือหุ้นและมีเงินลงทุนสูงจะได้เปรียบในการประมูล อย่างไรก็ตามการกำหนดเงื่อนไขในการประมูลคลื่นความถี่มีข้อความกีดกันหน่วยงานรัฐไม่ให้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ดังนั้นหน่วยงาน กสท.โทรคมนาคม และบริษัททีโอที จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ด้วย ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐ ประเทศชาติ และผู้ใช้บริการหรือผู้บริโภค
ด้านนายสมชาย กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชนฯ ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ และจะตรวจสอบ กทช. เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการของประชาชน รวมถึงจะตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลที่เร่งรีบการจัดประมูลในครั้งนี้
นายประสาร กล่าวว่า กรรมาธิการจะต้องไปดูว่าการเปิดประมูลของกทช. ในครั้งนี้มีความชอบธรรมหรือไม่ และการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือครองจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติหรือไม่ รวมทั้งหากมีการถ่ายโอนลูกค้าจะทำให้รัฐเสียหายกว่าแสนล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ตนอยากให้รัฐบาลนึกถึงความมั่นคงของประเทศชาติมากกว่าคำนึงถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ



