วัยจิ๋วตะลุยค่าย"เศรษฐีน้อยพอเพียง"
บริษัท ติวเตอร์ดีดี จำกัด ได้จัดกิจกรรม "ค่ายเศรษฐีน้อยพอเพียง" เวิร์กช็อปให้ความรู้ด้านการออมและความพอเพียงให้แก่น้องๆ เยาวชนอายุระหว่าง 7-10 ปี และผู้ปกครอง
“การออม” ถือเป็นเรื่องสำคัญในสังคมไทย เพราะปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพหนี้ครัวเรือนสูงมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องมาจากการสร้างค่านิยมที่ผิดๆ ส่งผลให้เกิดเป็นสังคมบริโภคนิยมและวัตถุนิยม ดังนั้นสังคมไทยจึงควรตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและช่วยกันสร้างค่านิยมใหม่ โดยเริ่มจากการปลูกฝังนิสัยการออมและความพอเพียงตั้งแต่ในวัยเด็ก ล่าสุด บริษัท ติวเตอร์ดีดี จำกัด ได้จัดกิจกรรม “ค่ายเศรษฐีน้อยพอเพียง” เวิร์กช็อปให้ความรู้ด้านการออมและความพอเพียงให้แก่น้องๆ เยาวชนอายุระหว่าง 7-10 ปี และผู้ปกครอง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการพัฒนาเยาวชน เป็นผู้ให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ
ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ เล่าว่ากิจกรรมครั้งนี้ นอกจากความสนุกสนานที่จะได้รับแล้ว กิจกรรมในฐานต่างๆ ยังคงสอดแทรกเนื้อหา 4 เรื่อง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการออมและความพอเพียงเข้าไปด้วย ได้แก่ ออมเงินก่อนใช้เงิน ไม่จำเป็นเราไม่ซื้อ จดบันทึกรายรับรายจ่าย รู้จักพอเพียงและแบ่งปัน เพื่อให้น้องๆ ได้นำความรู้ดังกล่าวไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งกิจกรรมในครั้งนี้ ยังได้เชิญผู้ปกครองซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กๆ ในด้านการออม มาร่วมกันปรับทัศนคติและให้ความรู้เรื่องการออมเงินตามหลักความพอเพียง เพื่อช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ เกิดพฤติกรรมการออมอย่างถูกต้องและยั่งยืน
จิรวิทย์ หริญศักดิ์
“น้องฮีโร่” จิรวิทย์ หริญศักดิ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เล่าว่า สำหรับกิจกรรมที่ชื่นชอบที่สุดคือ “กระปุกออมสิน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้อยากออมเงินมากขึ้น เพราะคุณครูสอนให้เขียนเป้าหมายหรือสิ่งที่อยากได้ที่สุดลงไปบนกระปุกออมสิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงขับเคลื่อนในการเก็บเงิน นอกจากนี้ยังได้ความรู้ถึงวิธีการเก็บเงินมาออม โดยคุณครูบอกว่าถ้าเราได้เงินไปโรงเรียน ให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมาหยอดกระปุกทันที จากนั้นค่อยนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เก็บเงินได้ง่ายขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ที่เก็บเงินไม่ได้เนื่องจากจะเก็บเงินหลังจากที่ใช้เหลือในแต่ละวัน ซึ่งจะทำได้ยาก เพราะมีสิ่งยั่วยุให้ใช้เงินตลอดเวลา
ศิริญญากานต์ โชควรภัคกุล
ทางด้าน “น้องซินเซีย” ศิริญญากานต์ โชควรภัคกุล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เล่าว่า โดยปกติจะชอบเก็บออมเงินอยู่แล้ว เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่สอนอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ได้รับเป็นความรู้เพิ่มเติมจากกิจกรรม คือเรื่องของ “การเขียนรายรับรายจ่าย” เป็นเรื่องที่ง่าย หลายคนสามารถทำได้เป็นประจำทุกวัน เพียงทำตาราง 3 ช่อง ช่องแรกเป็นรายละเอียด สำหรับเขียนบรรยายเงินที่ได้รับและจ่ายออกไป เช่น รับเงินค่าขนม ซื้ออาหารกลางวัน ซื้อขนม เป็นต้น ช่องที่ 2 คือ รายรับ สำหรับใส่จำนวนเงินที่ได้รับ ช่องที่ 3 คือ รายจ่าย สำหรับใส่จำนวนเงินที่จ่ายออกไป เมื่อเราบันทึกข้อมูลในแต่ละวัน ก็จะทำให้รู้ว่าเราใช้จ่ายเงินมากน้อยเท่าไหร่ และนำข้อมูลมาวางแผนการใช้เงินในวันต่อๆ ไปได้



