ไลฟ์สไตล์

บริบทใหม่(1)การศึกษาไทยในทศวรรษหน้า

บริบทใหม่(1)การศึกษาไทยในทศวรรษหน้า

13 ต.ค. 2552

อีก 10 ข้างหน้า การศึกษาไทยจะพบกับโจทย์ใหญ่ ทั้งจากผลกระทบที่เป็นปัจจัยภายใน และผลกระทบที่เป็นปัจจัยภายนอก ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการพัฒนาการศึกษา เพื่อพัฒนาคนไปสู่การสร้างชาติที่เข้มแข็ง จึงเป็นบริบทใหม่ในการรวบรวมผลกระทบต่อการจัดก

 โจทย์หลักภายในกระทรวงศึกษาธิการคือ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศ ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียนที่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยบริบทของการพัฒนาทรัพยากรการศึกษาทั้งระบบครบวงจร โดยจะเน้นคุณภาพคนไทยยุคใหม่ ครูยุคใหม่ คุณภาพของสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และระบบบริหารจัดการยุคใหม่ เป็นโจทย์ที่ท้าทายต่ออนาคตของคุณภาพคนในภาพรวม เพราะได้นำเอาโจทย์ในอดีตมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างโจทย์ใหม่ให้ทันต่อโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ไม่เคยรอการศึกษาและไม่เคยรอคุณภาพคน หากประเทศใดปรับตัวเองให้ทันต่อโลก เศรษฐกิจใหม่ (Global New Economy) ย่อมชิงความได้เปรียบในการแข่งขันไปเป็นของเขาได้สูงยิ่ง

 1.บริบทของครูพันธุ์ใหม่ ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอโครงการการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ด้วยงบประมาณถึง 5,800 ล้านบาท ภายใน 10 ปี (2553-2562) โดยให้ทุนต่อคนต่อปี 103,500 บาท เพื่อผลิตครูมืออาชีพให้แก่การศึกษาขั้นพื้นฐานสาขาที่ขาดแคลน กับอาชีวศึกษาหลายพันคน

 “ครูมืออาชีพ” จึงเป็นตัวชี้วัดของโครงการนี้ว่าหน้าตาของครูพันธุ์ใหม่ มืออาชีพนั้น จะต้องมีอัตลักษณ์ของครูอันพึงประสงค์อย่างไร เป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง หากนำตัวอย่างที่ดี (Best Practice) ดังที่คุณอภิสิทธิ์ยกตัวอย่าง “ครูในโรงเรียนกวดวิชาที่สอนได้เก่ง สนุก ความรู้แน่น สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มาก จนพ่อแม่ ผู้ปกครองไปฝากฝังความหวังกับโรงเรียนกวดวิชา" จึงเป็นนัยสำคัญว่า ครูในระบบโรงเรียนส่วนหนึ่งเป็น “ครูมือสมัครเล่น” ยังมิใช่ “ครูมืออาชีพ” ที่พึงประสงค์ของกระทรวงศึกษาธิการกระมัง ถ้าเช่นนั้นปัจจัยที่จะให้เกิด “ครูมืออาชีพ” คงต้องใช้ปัจจัยที่จะส่งผลไปสู่ความสำเร็จ หลายด้านประกอบกัน

 1.1 นักศึกษา (Input) มีมากพออยู่แล้วที่จะสรรหานักเรียน ม.6 ที่มีผลการเรียนดี ไม่น้อยกว่าเกรดเฉลี่ย 3.00 หากมีเพียงแต่ทุนการศึกษาให้ปีละแสนบาท คงไม่จูงใจมากพอกระมัง เพราะหากรายได้ต่อเดือนในอาชีพครูยังเท่าเดิม ตามวุฒิที่ ก.พ.กำหนด คงไม่มีใครอยากจะเรียน เพราะครูยังยากจน ต้องกู้ทุกรูปแบบและหาอาชีพเสริมมาดำรงชีวิต เช่นในปัจจุบันจนไม่เป็นอันสอนนักเรียน

 1.2 หลักสูตร หลักสูตรครูพันธุ์ใหม่เป็นหลักสูตร 5 ปี ควบคู่ไปกับการฝึกสอนภาคปฏิบัติจริงในสถานศึกษา คุณภาพหลักสูตรคงเป็นไปตาม สกอ. และคุรุสภากำหนดอยู่แล้ว เพียงแต่ทำอย่างไรในกระบวนการเรียนการสอน 5 ปี จะต้องสร้างจิตวิญญาณของความเป็นครูให้เต็มร้อย มีทั้งหัวใจประชาธิปไตย เสียสละเพื่อชาติและลูกหลานไทยเป็นเดิมพัน เพื่อจะได้ “ครูน้ำดี” มาไล่ “ครูน้ำเสีย” บางส่วนที่หวังประโยชน์จากเพื่อนครูในการเป็นกรรมการของบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับครูให้เจือจางได้บ้าง โดยเฉพาะจะต้องให้สถานศึกษาบริหารจัดการยุคใหม่ สอดคล้องกัน มิฉะนั้นจะถูกครูพันธุ์เก่าครอบอุดมการณ์ให้เหมือนเดิมอีก

 1.3 ครูผู้สอนและกระบวนการเรียนการสอน หลักสูตรแม้จะดีเลิศอย่างไร แต่การนำหลักสูตรไปใช้ย่อมสำคัญกว่านั่นคือ ครูผู้สอน “ครูพันธุ์ใหม่” จะต้องมีคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน สร้างกระบวนการเรียนการสอนในระบบและวิธีการการสอนที่หลากหลาย ให้ “ครูพันธุ์ใหม่” นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม และหัวใจสำคัญคือ การปลูกฝังความเป็นครูมืออาชีพ ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และพร้อมที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เข้มแข็ง และเข้มข้นไปสู่นักเรียนอย่างมีคุณภาพ

 1.4 สถาบันการศึกษาวิชาครู การคัดเลือกสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทางด้านครุศาสตร์ หรือที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู คงต้องพิจารณาเป็นพิเศษให้ครบวงจรทั้งคุณภาพครู คุณภาพการจัดการศึกษากระบวนการเรียนการสอน และทรัพยากรสื่อการศึกษาที่ใช้ การประเมินในเรื่องของครูกับสถานบันการศึกษาที่จะบ่มเพาะครู ทั้งครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน และครูอาชีวศึกษา น่าจะให้ สมศ.ประเมินทั้งหลักสูตร สาขาวิชาและคุณภาพของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง ว่าที่ใดเหมาะสมที่จะพัฒนาครูมืออาชีพให้เป็นต้นแบบได้อย่างแท้จริง

 การผลิตครูมืออาชีพหรือครูยุคใหม่ หากเริ่มต้นได้ในปีการศึกษา 2553 กว่าจะได้ครูมาใช้คือ ปีที่ 6 หรือ ปี พ.ศ.2558 ทยอยออกมาเป็นรุ่นแรกจนครบสอดคล้องกับกลุ่ม “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เกิดขึ้นพอดีในการรวมเอา 10 ประเทศอาเซียนให้เป็นตลาดเดียว จึงเป็นอีกบริบทหนึ่งของโจทย์การศึกษาไทยที่พึงให้ความสำคัญ
 
  0 ดร.วิชัย   พยัคฆโส 0
 คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน
         มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
 [email protected]