ไลฟ์สไตล์

บันทึก...ประสบการณ์เด็กไทยใน "กิจกรรมลูกเสือ" อิตาลี

บันทึก...ประสบการณ์เด็กไทยใน "กิจกรรมลูกเสือ" อิตาลี

29 เม.ย. 2561

เด็กไทยเล่าประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมกิจกรรมลูกเสือที่อิตาลี ระหว่างเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน "ลูกเสือ" ที่นั่นทำอะไรกัน เหมือนหรือต่างจาก "ลูกเสือ" ที่เมืองไทย

 

                 กิจกรรม "ลูกเสือ" หรือ Scout ที่อิตาลี เป็นกิจกรรมที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งที่เด็กวัยรุ่นจะไปทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด Pinwad Kasamarat เด็กไทยที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่นั่น เล่าถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมนี้ 

                 "ต้องบอกก่อนว่า ตอนนี้อยู่ในกลุ่มลูกเสือของที่นี่ "ด้วยความเต็มใจและมีความสุข" (อาจมีบางครั้งที่แอบขี้เกียจแต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ไป) 

                 ทุกๆคนที่รู้ว่าเราไปลูกเสือมีแต่ถามกลับมาว่า บ้าหรือเปล่า เรียนลูกเสือเนี่ยนะ จะเรียนทำไม บลาๆๆ

                 แต่ลูกเสือที่นี่ คือลูกเสือจริงๆ ไม่ใช่ลูกเสืออะไรก็ไม่รู้แบบที่ไทย
                 ไม่ใช่จะมาตำหนิว่าลูกเสือที่ไทยไม่ดี แต่อยากให้ทุกคนเห็นถึงความแตกต่าง

 

บันทึก...ประสบการณ์เด็กไทยใน "กิจกรรมลูกเสือ" อิตาลี

 

                 Scout ที่นี่ ไม่ใช่วิชาเรียน
                 Scout ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องบังคับ
                 Scout ที่นี่ คือทำกิจกรรมสนุกสนาน ไม่ใช่กิจกรรมเหมือนทหาร (ไม่ต้องอธิบายมากก็น่าจะเข้าใจ)

                 Scout ที่นี่ มีทุกรุ่นทุกอายุ ประเด็นที่สำคัญคือ ทุกคนเต็มใจและสมัครใจเข้าไปเอง ไม่ใช่บังคับว่าทุกคนต้องเข้าร่วม ทุกคนต้องทำ

                 Scout ที่นี่ มีทำกิจกรรมร่วมกันแทบทุกสัปดาห์ และมีออกไปนอนข้างนอกทุกเดือน (เสาร์-อาทิตย์ 2วัน1คืน) เพื่อไปทำกิจกรรม เล่นเกม ร้องเพลง พูดคุย ร่วมกัน ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างสนุก กิจกรรมผูกเงื่อน สอนปฐมพยาบาลก็มี แต่ไม่ได้เรียนแบบโอเว่อ เรียนแค่ที่ใช้จริง อย่างผูกเงื่อน ก็เฉพาะที่สำคัญ* ไม่ใช่เรียนเพื่อไปสอบกับครูหลังจากนั้นก็ลืม (บางคนอาจจะไม่ลืม แต่ส่วนใหญ่จุดประสงค์หลักก็คือแค่ส่งครู) 

                 เวลากินข้าวเป็นเวลาของการนั่งเป็นวงกลมใหญ่ๆและนั่งคุยนั่งเล่นกับเพื่อน ไม่ใช่เวลาของการตั้งฉากขัดฉากตบฉาก

                 เวลารอบกองไฟคือเวลาที่ทุกคนมาร้องเพลง เล่นเกมกัน ซึ่งเป็นอะไรที่อบอุ่น ทั้งที่ก็มีกันไม่ใช่กลุ่มใหญ่ขนาดนั้น** ที่สำคัญคือจุดกองไฟจริงๆนี่ทำโคตรยาก

                 ทุกอย่างทำอย่างสนุกสนานเพราะทุกคนก็เต็มใจที่จะมาทำ ไม่ใช่ฝืนให้ทำแล้วก็ไม่มีความสุข 

                 ส่วนตัวมีความสุขนะ ยินดีมากๆด้วยที่ได้เข้าร่วม ได้มาเรียนรู้ความแตกต่าง ซึ่งหลายๆคนไม่รู้

                 และที่ภูมิใจ(กับตัวเอง)มากๆคือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(11 ก.พ.) ออกไปนอนข้างนอกเป็นครั้งที่3 แล้วก็ได้พูดคำปฏิญาณลูกเสือ (เป็นภาษาอิตาเลียน) เพื่อเป็นการบอกว่าเราได้เข้าร่วมกับลูกเสือที่นี่แบบเต็มตัวแล้วนะ  สิ่งที่ได้มาคือของตามรูปที่1

 

บันทึก...ประสบการณ์เด็กไทยใน "กิจกรรมลูกเสือ" อิตาลี

                 คนดูแล(ลูกเสือรุ่นใหญ่)บอกว่า เออเขายินดีมากที่เราที่เป็นเด็กต่างประเทศมาเข้าร่วมกับเขา แล้วก็ไม่คิดว่าเราจะขอพูดคำปฏิญาณเลย เพราะมันเป็นภาษาอิตาเลียน แล้วเราก็มีเวลาเหลือตั้งเยอะ แต่เราก็ทำเลย และก็ทำได้ 

                 สำหรับบางคนอาจไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร แต่สำหรับเรา การที่ต้องท่องคำปฏิญาณในภาษาอื่น ไปพูดต่อหน้าทุกๆคน มันยากนะ แต่ก็ทำได้นะ แล้วก็มาพูดกับตัวเองว่า 'เห้ยพว! ...ก็ทำได้นี่ เจ๋งว่ะ' 

                 *ของเมื่อเดือนก่อน กลุ่มเราได้สร้างเสาธง ซึ่งมันคือสร้างฐานและเสาธงจริงๆ ด้วยท่อนไม้ยาว2,3,4เมตร กลุ่มอื่นก็มีสร้างที่นั่ง ห้องครัว บลาๆๆ
                 **ลูกเสือที่นี่แบ่งกลุ่มตามเขตบ้าน ซึ่งกลุ่มก็แยกชายหญิง แต่รวมๆกันก็50กว่าคนได้ นี่ได้อยู่กลุ่มที่อายุเด็กกว่า อายุไม่เกิน15 เพราะไปกับกลุ่มที่มีซิส(เก่า)

                 ตั้งแต่นั้นมา เราก็ยังคงอยู่ในกลุ่มลูกเสือ
                 ไปทำกิจกรรมกับพวกเขาครบเกือบทุกครั้ง

 

บันทึก...ประสบการณ์เด็กไทยใน "กิจกรรมลูกเสือ" อิตาลี

                 แต่หลังจากนั้นไม่นาน เราก็ได้ย้ายโฮส ย้ายบ้าน
                 บ้านใหม่ไกลกว่าเดิมเยอะเลย
                 เราก็ยังคงไปตามความตั้งใจที่.. เออ เราเข้าไปอยู่แล้ว เราก็อยากเต็มที่

                 แต่พอไปได้สักพัก เวลาในอิตาลีเราก็ลดลงไปทุกวัน โดยที่เรา 'แทบไม่เคย' ไปเที่ยวที่ไหนเลยในอิตาลีในวันหยุด และแทบไม่มีเวลาว่างอยู่กับครอบครัวในวันหยุดเลย

                 เราเลยตัดสินใจละว่า เออ เราคงต้องหยุดไปลูกเสือเท่านี้แหละ ไม่งั้นเราจะแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่มีเวลาให้ตัวเอง

                 ก่อนไปแค้มป์นี้ (*Campo di Pasqua* แค้มป์วันอีสเตอร์ 29-31 มี.ค.) ก็คุยกับมัม ตัดสินใจละว่าแค้มป์นี้จะเป็นครั้งสุดท้าย มัมเขาก็แล้วแต่เรา ถ้าเราชอบหรือไม่ชอบก็ตัดสินใจเองเลย เขาไม่มีปัญหา 
                 เราเลยบอกว่า เออ เราชอบนะ แต่เพราะเวลามันเหลือน้อยมากแล้ว

                 พอวันแรกที่ไปถึง ก็บอกกับ Capo (ลูกเสือรุ่นใหญ่อายุประมาณ 22-23 ที่เป็นคนดูแล) ว่า เออครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ บอกเหตุผลเขาไปตรงๆ เขาก็โอเค เขาเสียใจด้วย ไม่อยากให้ออก แต่เข้าใจ ละเขาก็บอกให้เราเตรียมบทพูดลากับเพื่อนๆ สำหรับวันสุดท้ายของแค้มป์ 

                 ทุกๆวันที่ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ(น้องๆ) ก็ทำแบบเต็มที่ที่สุดอะ เวลามันผ่านไปเรื่อยๆ ที่สำคัญคือมันผ่านไปเร็วมาก แป้ปเดียววันสุดท้ายมันก็มาถึงแล้วอะ..

                 วันสุดท้ายตอนที่เขาเรียกทุกคนรวมเหมือนปกติ (เป็นวงกลม) เขาก็บอกกับทุกคนว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ที่พิณจะอยู่กับพวกเรา
                 ทุกคนที่ยังไม่รู้ก็มีความงงๆ ฮือฮาๆ ละเขาก็ให้เราพูดบทอะไรที่เราเตรียมไว้

                 "Mi dispiace di dire che oggi è il mio ultimo giorno con voi. Grazie mille di tutto quello che avete fatto per me. Grazie di avermi accettata in questa grande famiglia. Sono molto contenta ogni volta che siamo insieme. Non dimenticherò nessun momento di questi 5 mesi che siamo stati insieme. Mi mancherete. Grazie mille"

                 (แปล : เราเสียใจที่จะต้องบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราที่จะได้อยู่กับพวกเขาแล้ว ขอบคุณมากๆสำหรับทุกๆอย่างที่พวกเขาทำให้เรา ขอบคุณที่รับเราเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ เรามีความสุขมากทุกๆครั้งที่เราได้อยู่กับพวกเขา เราจะไม่ลืมความรู้สึก ความทรงจำดีๆที่ผ่านมา5เดือนกับพวกเขาเลย เราจะคิดถึงพวกเขานะ ขอบคุณมากๆจริงๆ)

                 ตอนพูดไปอยู่ๆมันก็จุกอะ น้ำตาเริ่มคลอๆ ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะเศร้าเบอร์นั้น แต่ตอนพูดไป ละนึกถึงที่ผ่านมา5เดือน มันก็คงโหวงๆเนาะ จะไม่ได้เจอหรือไปทำกิจกรรมกับคนกลุ่มนี้แล้วอะ

                 พอพูดเสร็จทุกคนก็ปรบมือให้ เพราะทุกคนก็รู้ไงว่าเราไม่ใช่คนอิตาลี ไม่ใช่คนพูดอิตาลี แต่เราก็พูดลาเขาเป็นอิตาลีได้

                 หลังจากนั้นเขาก็ให้เราเดินกอดเพื่อนๆ49คน + Capo 9 คน รอบวง ทุกคนกอดๆๆๆ พูดหลายอย่างกับเรา บลาๆๆ กอดครบทุกคนก็คิดว่าเออ จบละ แต่ยังไม่จบจ้า!5555555 เขาให้เราไปยืนกลางวง นี่ก็ห้ะ จะทำอะไร... ทุกคนก็ร้องเพลงให้ ไม่ยาวมาก ละจู่ๆก็นับ 1..2... (ในใจ : เห้ยนับอะไร!!!) ..3!!!! ทุกคนวิ่งเข้ามาหาฉันที่อยู่ตรงกลางแล้วกอดกันเป็นก้อน นึกสภาพว่าคนตรงกลางอย่างฉันจะเป็นอย่างไรถถถถถถ หลังจากนั้นก็จบจริงๆ ละก็ถ่ายรูปรวมกันทุกคน

                 ขอบคุณมากๆจริงๆที่ให้โอกาสเด็กไทยคนนี้เข้าไปอยู่ในกลุ่ม ขอบคุณที่รับเราเข้าไปให้ทำกิจกรรมหลายๆอย่าง ทั้งที่ตอนแรกๆเราพูดอะไรฟังอะไรไม่เข้าใจเลย ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่คอยคุย คอยเล่น คอยถามไถ่นู่นนี่กับเรา จะไม่ลืมความทรงจำที่โคตรมีความสุขช่วงนี้จริงๆ"