ไลฟ์สไตล์

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

28 เม.ย. 2561

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย : คอลัมน์... ยานยนต์

 

          ตลาดรถจักรยานยนต์ยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง ยอดขายเติบโตทั้งรถทั่วไปและรถบิ๊กไบค์ รวมถึงรถที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะ ขณะที่ผู้เล่นในตลาดก็มีจำนวนมาก รุ่นรถก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

 

          ไทยเป็นตลาดอันดับต้นๆ ของรถจักรยานยนต์ มีทั้งซื้อไปใช้งานจริง เห็นได้ในเส้นทางการเดินทาง โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนที่ปริมาณหนาแน่นมาก แทรกมาระหว่างเลน ทำให้ผู้ขับรถยนต์จะเปลี่ยนเลนยังยาก นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มที่ใช้เพื่อกิจกรรมสันทนาการ งานอดิเรก หรือ รองรับการเดินทางท่องเที่ยว

          แต่การที่มีจราจรหนาแน่นและคนใช้รถทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวนมากไม่มีวินัย ไร้น้ำจิตน้ำใจบนท้องถนนก็ทำให้พาหนะที่มีความสะดวกในการเดินทางอย่างสองล้อนี้มีอันตรายไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งมาจากทั้งคนอื่นและตัวเอง

          ซึ่งภัยจากตัวเองก็เริ่มตั้งแต่การแต่งกาย หรือความพร้อมของอุปกรณ์ที่จำเป็น ทุกวันนี้เราเห็นคนขี่ แต่งตัวได้น่าหวาดเสียว เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เห็นแล้วก็นึกภาพไม่ออกว่าหากขับเร็วๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอย่างไร

          นอกจากนี้สิ่งที่บางคนยังขาดไปก็คือ ทักษะ เพราะคนขี่รถจักรยานยนต์บ้านเราส่วนใหญ่ขี่กันเอง หัดกันเอง เป็นกันเอง วัยรุ่นเมื่ออยากได้รถก็อ้อนพ่อแม่ต่างๆ นานา ถึงความจำเป็นโน่นนี่นั่น ได้รถมาก็ขี่กันเลย ซึ่งเรื่องนี้บางทีก็ต้องโทษพ่อแม่ด้วยเช่นกันที่ปล่อยปละละเลย

 

 

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย


          จริงๆ แล้ว บริษัทผู้จำหน่ายหลายบริษัทเขาก็เปิดสอนเทคนิคการขับขี่ควบคุมที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ควรจะหาโอากาสไปเรียนกัน เข้าใจว่าส่วนใหญ่จะฟรี แต่ต่อให้เสียเงินก็น่าจะยอมจ่าย

          ผมเป็นคนที่ขี่จักรยานยนต์เป็น แต่ผมไม่ขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป เพราะมีความรู้สึกตัวเองยังไม่พร้อม เพราะยังไม่ได้ไปร่ำเรียนเทคนิควิธีการที่ถูกต้อง และเมื่อมีโอกาสก็จะพยายามฝึกฝน ค่อยๆ ฝึกกันไป

          ก่อนหน้านี้ผมก็ไปฝึกขับขี่เบื้องต้นกับทีมงานของยามาฮ่า แถวๆ อ่างเก็บน้ำบางพระที่เขาใช้ลานกว้างๆ มาทำเป็นสนามชั่วคราว เอากรวยมาตั้งให้ขับตามเส้นทางที่กำหนด ทั้งการเข้าโค้ง การขับสลาลอม เป็นต้น

          และเมื่อเร็วๆ นี้ ยามาฮ่า ก็ชักชวนไปขี่จักรยานที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ สนามแข่งรถระดับโลกที่เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งโมโต จีพี

          เป็นการขี่จักรยานจริงๆ นะครับ ไม่ได้พิมพ์ตกคำว่ายนต์แต่อย่างใด เพราะที่นั่นเขามีงานไบค์ เฟสต์ แต่หลังจากจบการปั่นแล้ว ยามาฮ่าจัดรถ 3 รุ่น 3 อารมณ์ สปอร์ตขนาดเล็ก ไว้ให้ลองขี่กันในสนามโกคาร์ท และสนามฝึกซ้อม ซึ่งอยู่ด้านหน้าสนามช้าง

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

 

 

          รถทั้ง 3 รุ่นที่ยามาฮ่านำมาให้ลอง รูปร่างภายนอกต่างกัน เป็นรถคนละประเภท แต่ว่าทั้งหมดเป็นรถในตระกูลเครื่องยนต์ประมาณ 150 ซีซี แต่อย่าคิดว่ามันเล็กนะครับ ผมว่ามันก็เหมาะสมต่อการใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ต้องการความเร็วมากนัก และประหยัดเงินในกระเป๋า

          ในส่วน ของแอร็อกซ์ 155 ตัวนี้มีความสดที่เป็นสีใหม่ เป็นรถที่มีแนวคิดการออกแบบที่สืบทอดดีเอ็นเอจากสนามแข่ง แม้จะเห็นเป็นรูปทรงเหมือนสกูตเตอร์ก็ตาม ซึ่งเมื่อเปิดตัวหลายคงจะเห็นว่าคนที่มาร่วมงานคนหนึ่งก็คือ วาเลนติโน รอสซี นักแข่งชื่อดังของทีมยามาฮ่านั่นเอง

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

 

 

          เครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี และระบบวาล์วแปรผัน และมีเบรกเอบีเอสในรุ่นพิเศษ​ มีระบบสตาร์ท/สต็อก เครื่องยนต์จะดับอัตโนมัติในความเร็วต่ำ และเมื่อหยุดรถเกิน 5 วินาทีเพื่อลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและมลพิษ ทั้งนี้ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบไม่มีมอเตอร์สตาร์ท จึงสตาร์ทได้รวดเร็ว และเงียบ
  

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย


          ส่วน เอ็มสแลช เป็นสตรีทไบค์ รุ่นที่ขายดีอีกรุ่นของยามาฮ่า ใช้เครื่องยนต์ 150 ซีซี ออกแบบเน้นให้ขับสนุก คล่องตัวด้วยโช้คหัวกลับ Upside Down และมีแฮนด์บาร์ที่กว้าง

          ส่วนตัวเด่น วายแซดเอฟ อาร์ 15 เป็นรถสปอร์ตขนาดเล็กที่ถ่ายทอดมาจากรถแข่งตระกูล R-Series ใช้เครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำและกระบอกสูบไดอะซิล ระบบวาล์วแปรผัน

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

 

          และที่เด่นคือสลิปเปอร์คลัตช์ เพื่อช่วยลดแรงกระชากของล้อหลัง เมื่อผู้ขี่ลดเกียร์ลง ทำให้การขับขี่มีความต่อเนื่องและราบรื่น เพิ่มอารมณ์สปอร์ตด้วยล้อแม็กซ์และยางขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยยางหน้า ขนาด 100/80-17 ยางหลัง 140/70-17 ทำให้มีพื้นที่สัมผัสถนนเพิ่มขึ้น เข้าโค้งได้ดีขึ้น

          แผงหน้าปัดเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน มีตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่คือ วายแซดเอฟ-อาร์ 1 และ วายแซดเอฟ-อาร์ 6

          ทีมงานเตรียมเรซสูทมาให้เต็มที่เพื่อความปลอดภัย งานนี้จึงไม่รอช้าที่จะยัดตัวเองลงไปในชุดที่ทั้งแน่น ทั้งหนัก และร้อน แต่ทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัย

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

 

          หลังจากลงสนามจริงผมก็มีโอากาสได้ความรู้จากทีมงานยามาฮ่าที่ขับประกบช่วงแรก คอยบอก วิธีการควบคุมรถ วิธีการเข้าโค้ง วิธีการใช้คันเร่ง ใช้เบรก การถ่ายน้ำหนักตัวรถ ตัวเรา และการใช้สายตาในการมองเส้นทาง มองจุดเข้า จุดออก ซึ่งไม่นานนักจากเริ่มต้นแบบคลาน ผมก็เริ่มสนุก และกล้าที่จะใช้คันเร่งแม้อยู่ในทางโค้งก็ตาม

          และยังทำให้สามารถจับบุคลิกของตัวรถได้ อย่างเป็นเอ็มสแลซ ให้อารมณ์ปราดเปรียว คล่องแคล่วว่องไว แอร็อกซ์ ที่เห็นเป็นสกูตเตอร์ ขี่สบายๆ ก็กลับมีอารมณ์สปอร์ตให้ขับได้สนุกในแทร็กเช่นกัน หรือวายแซดเอฟ อาร์ 15 ที่มีรูปทรงสปอร์ต ตัวนี้เหมาะแก่สนามนี้มาก ในมุมมองของผม เพราะมันมีทั้งความคล่องตัวและเสถียรภาพ การทรงตัวที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือการเอียงผ่านโค้งต่างๆ ได้อย่างสนุกในอารมณ์

 

เรียนรู้ควบคุมสองล้อเพิ่มทักษะ-ความปลอดภัย

          ที่พูดมาทั้งหมดก็เพราะอยากจะบอกว่า การได้เรียนรู้ในภาคทฤษฎีที่ถูกต้องนั้นมีผลอย่างมาก ดีกว่าไปเข้าใจกันเอง ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะมือใหม่อย่างผมก็ยังเริ่มสนุกได้ไม่กลัวกองยางริมแทร็ก ดังนั้นท่านใดที่รักการขับขี่ ผมว่าหาโอกาสไปเรียนกันดีกว่า
  
           ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไม่รู้ หรือที่เราเคยรู้มามันอาจจะผิดก็เป็นไปได้เช่นกัน