
วิทยาขอรอฟังผลสอบยูวี-แฟนพรุ่งนี้
วิทยา ขอรอฟังผลสอบ ยูวี - แฟน พรุ่งนี้ หากไม่คืบ สาวถึงคนสั่งไม่ได้ เตรียมตั้งคนนอกสอบแทน ยอมรับแปลกใจแพทย์ชนบทออกโรงจี้ รมต. สธ. ลาออก แต่ไม่กังวลเพราะถือเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่รับส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ รมว.สธ. เผยเตรียมเสนอโยกย้าย ซี 9-10
ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 11.00 น. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนโครงการไทยเข้มแข็งว่า ในวันที่ 13 ต.ค. จะให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประชุมร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสอบสวนการจัดซื้อเครื่องฆ่าเชื้อโรคแสงอุลตร้าไวโอเลตระบบยูวีแฟน หลังจากนั้นจะเป็นการแถลงข่าวโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยตนจะลงไปร่วมรับฟังความคืบหน้าผลการสอบสวนในครั้งนี้ด้วย และยืนยันว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซง เนื่องจากเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบบราชการ ส่วนจะชี้ตัวบุคคลผู้สั่งการได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นพ.เสรี หงษ์หยก ประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการจัดซื้อเครื่อฆ่าเชื้อโรคแสงอุลตร้าไวโอเลตระบบยูวี - แฟน และครุภัณฑ์ทาการแพทย์รวม 6 รายการ ระบุชัดว่า ไม่มีอำนาจในการชี้ตัวผู้ดำเนินการนั้น เรื่องนี้ขอรอดูผลสรุปในวันพรุ่งนี้ก่อน
“ขอรอดูผลสอบในวันพรุ่งนี้ก่อน หากไม่มีความคืบหน้าใดๆ และไม่สามารถสาวไปยังผู้ดำเนินการที่กระทำผิดได้ คงต้องหากคณะกรรมการที่เป็นคนนอกมาตรวจซ้ำ และหากคนนอกยังไม่สามารถดำเนินการได้อีก คนที่ออกมาปูดเรื่องนี้คงต้องรับผิดชอบเช่น ” รมว.สาธารณสุข กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ทางชมรมแพทย์ชนบทออกมาเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแสดงสปิริตลาออก นายวิทยา กล่าวว่า ก็รู้สึกแปลกๆ นิดๆ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่กังวล เพราะตนเป็นนักการเมือง ถือเป็นบุคคลสาธารณ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อยากให้รอผลสอบสวนออกมากก่อน ส่วนที่มีข่าวว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเสนอให้มีการปรับเปลี่ยน รมว.สาธารณสุข นายวิทยา กล่าวว่า ทางพรรคไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ และนายกรัฐมนตรีเองก็เชื่อว่าตนจะสามารถสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้
ส่วนที่มีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นตรวจสอบปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากคณะกรรมการที่กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งขึ้นจะไม่เป็นกลางนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ตนให้ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น และเชื่อมั่นต่อคนในกระทรวง แต่หากไม่ไหวจริง และเชื่อไม่ได้ จึงจะค่อยตั้งคณะกรรมการขึ้น ดังนั้นขอให้รอดูการทำงานไปก่อน อีกทั้งคนที่อกมาเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการกลางนั้น ก็เป็นหนึ่งในกรรมการชุดตรวจสอบเช่นกัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนได้กำชับการทำงานของคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดมาโดยตลอดว่าต้องมีความโปร่งใสในการตรวจสอบ และต้องอธิบายต่อสาธารณชนให้ได้
“ ผมไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งโครงการไทยเข้มแข็งถือเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธาณสุขนั้น ที่ผ่านมาผมได้เดินสายชี้แจงและกำชับกับทางผู้บริหารในพื้นที่ต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือเพื่อช่วยกันตรวจสอบ โดยขณะนี้เหลือเพียงภาคเหนือและภาคกลางเทานั้น ” รมว.สาธารณสุข กล่าว และว่า ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ย้าย 2 ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน หากพบว่ามีมูลหรือข้อเท็จจริงก็เป็นเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อเอาผิดตามระบบราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีการนำเสนอรายชื่อโยกย้ายข้าราชการใน 9 และ 10 ต่อ ครม. หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับวันนี้จะสรุปแล้วเสร็จหรือไม่ ซึ่งหากเสร็จทันก็จะนำเสนอเข้า ต่อข้อซักถามว่า การโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตุว่า มีการต่อรองตำแหน่งซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุขที่เกิดขึ้น นายวิทยา กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง และไม่อยากให้นำเรื่องปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งไปเกี่ยวโยงกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เพราะจะทำด้วยความโปร่งใส ซึ่งตนย้ำมาโดยตลอดว่าจะไม่มีการวิ่งซื้อตำแหน่ง เพราะการเข้ามาดำรงตำแหน่งของตนก็ไม่ได้เสียสตางค์ซักบาท แต่มาโดยประชาชน จึงไม่ต้องมีการวิ่งเต้นตำแหน่งแต่อย่างใด
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ตนอยากให้กระทรวงสาธารณสุขมีความโปร่งใส และต้องเข้าใจว่าโครงการนี้ยังไม่ได้มีการใช้งบประมาณ เพียงแต่มีการชี้ว่าอาจจะมีการทุจริตขึ้น จึงอยากทำทุกอยากให้กระจ่าง ต้องการให้กระทรวงโปร่ง แต่ธรรมชาติของสังคมจะไม่เชื่อนักการเมือง ซึ่งนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ลาออกไปหมดแล้ว เหลือแค่ตนคนเดียวที่ต้องทำหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงอยากให้ช่วยติดตามดูต่อไป ต่อซักถามว่า ขณะนี้โครงการไทยเข้มแข็ง พรรคประชาปัตย์ถูกโดดเดียวจากพรรคร่วมหรือไม่ เพราะถูกปล่อยให้ชี้แจงและแก้ไขปัญหาเอง นายวิทยา กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของตนในฐานะ รมว.สาธารณสุข หากไม่ชอบมาพากลก็จำเป็นต้องทำให้โปร่งใส่ และที่ผ่านมาก็ได้หารือปัญหาโครงการไทยเข้งแข็งกระทรวงสาธารณสุข กับ นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาโครงการไทยเข้มแข็งกระทรวงสาธารณสุข กระทบภาพลักษณ์ของ รมว.สาธารณสุข หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ย่อมกระทบแน่นอน เพราะเรื่องนี้เป็นข่าวทุจริต ซึ่งต้อทำการพิสูจน์ข้อเท็จกับสาธารณชนก่อน อย่างไรก็ตามอยากฝากเรื่องนี้กับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแพทย์ชนบทที่ต้องอยู่กระทรวงนี้ไปอีกนาน จึงต้องช่วยกัน
นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีที่ทางแพทย์ชนบทเรียกร้องให้ย้าย 2 ข้าราชการที่มีส่วนในการดำเนินโครงการไทยเข้มแข็งนั้น การจะย้ายข้าราชการคนใดต้องมีที่มาที่ไปและต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบข้าราชการ ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่มีมูลชี้ชัดถึงการกระทำผิด ดังนั้นต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อน หากพบว่ามีส่วนผัวพันหรือผิดจริงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเอาผิดทางวินัย ส่วนข้าราชการทางการเมืองนั้น ก็คงเป็นอำนาจของ รมว.สาธารณสุข ที่จะต้องดำเนินการหลังผลการสอบสวนปรากฎชัด



