
'บีบี' พะยี่ห้อจีนบุกตลาดไทย
ควันหลงงานโมบายเอ็กซ์โป คงหนีไม่พ้นกระแสฮิตบีบี หรือโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ ที่ทำเอาไอโฟนมีสะดุดบ้าง ที่ต้องเจอคู่แข่งหน้าใหม่ไฟแรง นอกจากจะมีแบล็กเบอร์รี่แท้ราคาหลักหมื่นอัพ ยังมีน้องๆ แบล็กเบอร์รี่ราคาถูกที่ส่งตรงจากโรงงานในจีนประชันโฉมให้เห็น
หนึ่งในนั้นคือ แบล็กเบอร์รี่จำแลงในเรือนร่างและยี่ห้อ “ไอโนโว (inovo)” มือถือแบรนด์จากฮ่องกง ที่พิศดูแล้ว ทรวดทรงองค์เอวไม่ต่างจากแบล็กเบอร์รี่เท่าไหร่ แต่กลับเพิ่มฟังก์ชันทั้งไว-ไฟ, ดูทีวีได้ แถมยังใส่ได้ 2 ซิม สนนราคาเพียง 4,990 บาท
เอสเคจี (SKG) มือถือจากจีนที่ตามกระแสแบล็กเบอร์รี่อีกตัว มาพร้อมวิทยุ ใช้งานแบบ 2 ซิม และการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ผ่านไว-ไฟ ตามด้วยมิโซ (Miso) มือถือสัญชาติจีนเช่นกันเน้นการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ตผ่านไว-ไฟ ราคา 4,990 บาท แม้กระทั่งซีเอสแอล (CSL) แบรนด์จีนแต่นำเข้าจากบริษัทมาเลเซีย ราคา 5,990 บาท ก็ยังคงตามกระแสบีบี
มือถือจีนพะยี่ห้อ ไอ-มิวสิค (i-Music) ก็มีรูปทรงเป็นแบบบีบี ที่กำลังฮิต คีย์บอร์ดคุ้นมือทำให้ใช้งานง่าย โดยเฉพาะการแชทหรือส่งข้อความ ซึ่งผู้ขายบอกว่าช่วงโมบายเอ็กซ์โป ขายได้หลายสิบเครื่อง โดยเฉพาะเครื่องที่ทรงเหมือนบีบีขายดีที่สุด
“มือถือจีนราคาถูกทำให้ขายง่าย เพราะบางคนใช้ไม่นาน โดยเฉพาะวัยรุ่นหรือนักศึกษาที่มักเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อย พอออกแบบให้ใกล้เคียงกับมือถือหลักหมื่น คนที่มีรายได้น้อยแต่อยากเกาะกระแสก็มีทางเลือก” พนักงานขายจากบูธไอ-มิวสิค บอกรูปแบบการตลาดตามกระแส
แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายที่พร้อมจะเกาะกระแส นายทองเอก ไพรรุ่งเรือง กรรมการบริหาร บริษัท โมเดิร์น เทคโนโลยี โมบาย จำกัด ผู้นำเข้าโทรศัพท์มือถือเอ็มทีเอ็ม (MTM) แบรนด์น้องใหม่จากประเทศจีน กล่าวว่า จริงๆ ที่โรงงานมีผลิตออกมา 1 รุ่นที่ตามแบบบีบีมาเลย แต่ก็ไม่เลือกมาทำตลาดในไทย
“เรามองตลาดตอนนี้จะเห็นว่ามีมือถือสไตล์บีบี ราคาถูกออกมาเยอะมาก ไม่อยากไปแบ่งเค้กก้อนโตที่มีคนแชร์มากๆ” นายทองเอกกล่าว
มือถือเอ็มทีเอ็มลองตลาดครั้งแรกเมื่อต้นปี กับมือถือสไตล์แฟชั่น หน้าจอระบบสัมผัส แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะขายยาก ด้วยความเชื่อมั่นของมือถือแบรนด์จีนยังมีน้อย
ผู้บริหารมือถือจีนน้องใหม่จึงลงทุนวิจัยตลาดและพบว่า มือถือจีนยังมีภาพลบในแง่ของความปลอดภัย แต่ด้วยราคาถูกและมีฟังก์ชันครบถ้วน จึงมีตลาดรองรับอยู่มาก โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มกลางถึงล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก
ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพ เอ็มทีเอ็มจึงมุ่งไปที่การสร้างศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน ตั้งเป้า 5 แห่งในกรุงเทพฯ และกระจายไปตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมนโยบายส่งซ่อมภายในเกิน 2 สัปดาห์, หาอะไหล่ไม่ได้ หรือซ่อมไม่ได้ เปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ทันที
“เราพยายามสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ของมือถือจีนให้มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ราคาถูก สินค้าเหมือนของแพง แต่ของไม่มีคุณภาพ” ผู้นำเข้ามือถือจีนย้ำ
7 คุณสมบัติที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อมือถือนำเข้าจากจีน
1.ต้องมีสติกเกอร์ตราครุฑ ที่แสดงการผ่านการตรวจสอบและเสียภาษีจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
2.มีศูนย์ซ่อมที่เป็นหลักแหล่งชัดเจน ไม่ใช่ซ่อมตามตู้ขายมือถือ
3.ต้องตรวจเช็กคุณภาพสินค้าไม่ว่าจะเป็นการทดลองเปิดเครื่อง ใส่ซิม
4.แบตเตอรี่มือถือมีหลายเกรด บริษัทที่ถูกต้องจะมีการพิมพ์โลโก้ของมือถือลงไป แต่หากเป็นแบตเตอรี่ที่มีภาษาจีนอย่างเดียวอาจจะเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าเป็นแบตเตอรี่แบบไหน
5.ลักษณะการเปิดเครื่อง จะต้องมีโลโก้แบรนด์นั้นๆ ปรากฏ ชี้ให้เห็นว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทเขียนขึ้นโดยเฉพาะ
6.กล่องโทรศัพท์มีโลโก้ต่างๆ ครบ
7.คู่มือควรมีภาษาไทยที่จะเป็นตัวชี้ให้เห็นการเตรียมงาน รวมถึงมีการศึกษาผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาเขียนเป็นคู่มืออย่างจริงจัง
สาลินีย์ ทับพิลา