ไลฟ์สไตล์

น่านนิรันดร์ 100 ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน

น่านนิรันดร์ 100 ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน

10 ต.ค. 2552

เย็นวันหนึ่ง ชาวบ้านร้านตลาดในตัวจังหวัดเล็กๆ อันไกลโพ้น พากันหอบลูกจูงหลานมาชมการแสดงภาพถ่าย ณ ลานใจกลางเมือง บางคนนั่งมาในรถเข็น บางคนให้ลูกขี่คอเดินชมเหมือนไปเที่ยวงานวัด หลานบางคนจูงคุณยายออกมาจากบ้านในรอบหลายปี

เพราะมีคุณยายอยู่ในภาพด้วย คุณพี่ร้านข้าวซอยจูงเจ้าตูบตัวโปรด มาชื่นชมภาพที่มีตัวเธอและน้องหมาชื่อ “ลีลา” ยิ้มแฉ่งอยู่ในภาพ แววตาของแทบทุกคนเปี่ยมปีติ เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกของจังหวัดเล็กๆ ที่มีการเผยโฉมหน้าอันตระการตาทั้งทางธรรมชาติ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม จากแทบทุกอำเภอ ผ่านภาพถ่ายในแง่มุมที่หลากหลาย และที่สำคัญ นี่อาจเป็นครั้งแรกเช่นกัน ที่ศิลปะการถ่ายภาพถูกนำมาตั้งวางให้สัมผัสกันแบบติดดิน มิพักต้องปีนขึ้นไปชมบนห้างสรรพสินค้าเลิศหรูอลังการ

 นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในการแสดงนิทรรศการภาพถ่ายชุด “น่านนิรันดร์ 100 ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน” เมื่อเย็นวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ข่วงเมืองน่าน หรือลานใจกลางเมืองน่าน โดยชุมชนคนรักการถ่ายภาพ ที่รวมตัวกันในนาม “กลุ่มสห+ภาพ” (Foto United Club) กว่า 60 ชีวิต ทุ่มเทใจออกไปตระเวนบันทึกภาพทั่ว จ.น่าน วันที่ 24-25 กันยายน แล้วนำมาจัดแสดงทันทีในเย็นวันที่ 27 จากการสนับสนุนอย่างแข็งขันของภาคราชการจังหวัดน่าน นำโดย วีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคธุรกิจเอกชน นำโดยนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน ที่หมายมั่นจะสะท้อนภาพอันเป็นอัตลักษณ์น่าน ออกสู่สายตาสาธารณชน เพื่อบอกว่าแม้น่านอาจสูญเสียโอกาสในการพัฒนาเมืองให้ทันสมัย เพราะน่านเป็นเมืองปิดในหุบเขาอันห่างไกลจากศูนย์กลางความเจริญ

ซ้ำร้ายยังเคยมีการสู้รบกันทั้งทางความคิดและอาวุธปืนอย่างรุนแรง ระหว่างรัฐบาลกับพลพรรคคอมมิวนิสต์ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา จนคนน่านอาจยากจน หากวัดผลจากตัวเลข GDP ทว่า กลับมั่งคั่งด้วยธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม รุ่มรวยความสุข สูงส่งด้วยพุทธศรัทธา หากใช้ระบบคิด GNH (Gross National Happiness) ของอดีตราชาธิบดีภูฏาน เป็นมาตรวัด จนมีคำกล่าวว่า...น่านเป็นเมืองน่าอยู่ แม้แต่สุนัขยังมีรอยยิ้ม โดยมีคุณ “ลีลา” เป็นนายแบบคนสำคัญ รอยยิ้มที่น่ารักของน่านสัมผัสได้ง่าย ขนาดเพื่อนช่างภาพจอดรถแวะซื้อยาในร้านสะดวกซื้อ ช่างภาพนิติศักดิ์ก็โดดลงไปลั่นชัตเตอร์บันทึกภาพคุณลีลากับนายสาวได้ในชั่วอึดใจ

 น่านอาจเป็นจังหวัดเดียวที่ธรรมชาติสมบูรณ์ขนาดจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้ถึง 7 แห่ง นอกเหนือจากการเป็นดินแดนเดียวในโลกที่พบพันธุ์ไม้งามนาม “ชมพูภูคา” สุนทรียภาพแห่งสายน้ำน่าน ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้คนเมืองน่านนำไปประดิษฐ์คิดสร้างผ้าทอ “ลายน้ำไหล” แต่วันนี้ยังสร้างแรงระทึกใจให้นักล่องแก่งในอ้อมกอดแห่งพงไพรอันพิสุทธิ์ วิหารวัดภูมินทร์ของน่านมีขนาดเล็ก แต่สั่นสะเทือนอารมณ์ศิลปินให้สั่นสะท้าน ด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังบันลือโลก และความหาญกล้าของช่างผู้ประดิษฐ์คิดสร้างสถาปัตยกรรม 1 หลัง แต่ทรงพลังเพราะเป็นทั้งโบสถ์ วิหาร และเจดีย์ เบ็ดเสร็จ กระทั่งได้รับเกียรติเป็นวัดต่างจังหวัดวัดเดียวที่ไปปรากฏโฉมบนธนบัตรรัฐบาลไทย อีกทั้งวันนี้ยังเป็นจังหวัดเดียวที่สามารถนำสายไฟฟ้ากรุงรังรอบวัดสำคัญลงดินได้สำเร็จ จนแขกไปใครมาต่างชมว่าละเมียดตา ละมุนใจเป็นที่สุด

 น่านมีความพร้อมจะเป็น “มรดกโลก” ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่ไม่เคยเร่งรีบร้อนรน เพื่อใช้เวลาระหว่างทางสู่การเป็นมรดกโลก รณรงค์ให้พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยอย่ารีบรื้อโบสถ์เก่า วิหารแก่ อยากสร้างหลังใหม่ไม่ว่า ขออย่ารื้อของเก่าไปทำฟืน เดี๋ยวจะหางบมาบูรณะให้เป็นสง่าราศรีของชุมชน ตามแนวคิด...คนมักไม่มองไม่เห็นขนตาตนเอง และ...จะมีประโยชน์อันใดถ้าได้มรดกโลก โดยคนน่านยังไม่รู้ค่ามรดกตน การเป็นแชมป์ ยังไม่ยากเท่าการรักษาแชมป์ นี่อาจเป็นคำตอบว่า ถ้าคนมาเยือนน่านมากๆ แล้วน่านจะมีอันเป็นไปอย่างที่หลายเมืองเป็นหรือไม่ ในเงื่อนไขที่จะห้ามไม่ให้ใครแห่มาน่านคงไม่ได้ อีกทั้งจะจับคนน่านใส่ช่องแช่แข็งไว้ในตู้เย็นก็คงไม่ได้ ในที่สุดน่านคงต้องเปลี่ยน แต่....พลังที่เข้มแข็งด้วยตระหนักรู้คุณค่าตนของคนน่านเองต่างหาก ที่จะเป็นเกราะกำบังสิ่งแปลกปลอมที่มาพร้อมคลื่นติจิทัล และอย่างน้อยวิสัยทัศน์แหลมคมของพ่อเมือง ที่ตระหนักรู้ถึงต้นทุนอันมั่งคั่งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของน่าน จะทำให้น่านไม่เปลี่ยนเร็วไปจนไม่หลงเหลือความเป็นน่าน

 เย็นวันนั้น ท่ามกลางชาวน่านที่แห่มาชมนิทรรศการภาพ “น่านนิรันดร์” กันคับคั่ง ณ ข่วงเมืองน่าน (ก่อนจะย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน จนถึง 30 ตุลาคม) หลายคนสังเกตเห็นแววปีติในดวงตาและหัวใจกวีซีไรต์ - จิระนันท์ พิตรปรีชา ประธานที่ปรึกษาสห+ภาพ ผู้มีบทบาทสำคัญนำเสนอโครงการนี้ต่อท่านผู้ว่าฯน่าน ตามแนวคิดที่เธอเป็นผู้จุดประกายให้ชาวสห+ภาพตระหนักว่า...ภารกิจของเราคือการนำศิลปะการถ่ายภาพกลับคืนสู่สังคม!

เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล