ไลฟ์สไตล์

พอแล้วรวย  - ยุทธการถอยหลังเข้าคลองตอน-รักษ์ไม่จางที่บางปะกง(3)

พอแล้วรวย - ยุทธการถอยหลังเข้าคลองตอน-รักษ์ไม่จางที่บางปะกง(3)

10 ต.ค. 2552

ในการขับเคลื่อนภารกิจ คืนชีวิตให้สายน้ำ ในยุทธการถอยหลังเข้าคลอง รักษ์ไม่จางที่บางปะกง เราได้ขุนพลนักรบหนุ่ม อ.ไตรภพ โคตรวงษา แห่งสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

 เป็นขุนพลเอกในการเชื่อมประสานกองรบที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของแปดริ้ว นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว เชื่อมร้อยพลังเข้าด้วยกัน ประกอบร่างในรูปแบบเบญจภาคี แสดงแสนยานุภาพปักธงรบ ณ วันที่ 20 กันยายน 2552 ซึ่งถือเป็นวันอนุรักษ์คูคลองแห่งชาติ และประกาศก้องว่า ณ บัดนี้เราจะมิยอมให้ผู้ใดทำลายสายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ลุ่มน้ำบางปะกง ได้อีกต่อไป

 แต่เบื้องหลังความสำเร็จของยุทธการถอยหลังเข้าคลองนี้มิได้เกิดจากเงินตรา อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยใดๆ แต่เกิดจากศรัทธา ความเพียร ความพยายาม และความรักในท้องถิ่น ความรักในสายน้ำ ของผู้คนจากทุกกลุ่มทุกอาชีพที่อาศัยสายน้ำนี้ในการดำรงชีวิต สำหรับหัวหน้าขบวนอย่าง อ.ไตรภพ เป็นการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มภาคภูมิในฐานะ รา-ชะ-ภัฏ ที่มีความหมายอันลึกซึ้งว่า “คนของพระราชา” เพราะภารกิจข้อที่สำคัญข้อหนึ่งของคนที่เรียกตัวเองว่า รา-ชะ-ภัฏ คือ "การมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน”

  ยุทธการรักษ์ไม่จางที่บางปะกง จึงเป็นการขับเคลื่อนบนพื้นฐานความรักที่ยิ่งใหญ่สองประการ รักสายน้ำ และ รักในหลวง แต่ความเป็นจริงที่พบเห็นคือ มีกำลังรบเล็กๆ ในรูปแบบของกลุ่มก้อน ชมรมต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติภารกิจในการดูแลสายน้ำบางปะกงกันอยู่แล้วตามกำลังและความสามารถของตนเอง เช่น กลุ่มรักษ์บางปะกง กลุ่มรักษ์ป่าชายเลน ฯลฯ แต่กำลังในการ “รักษา” นั้นไม่ทันกับพลัง “การทำลาย” อันมหึมาที่มากับอุตสาหรรม เกษตรกรรมปุ๋ยเคมี ปศุสัตว์ นากุ้ง ซึ่งต่างใช้เคมีภัณฑ์ในขบวนการผลิตและการเพาะปลูก และระบายของเสีย กากพิษทั้งหมดลงสู่แม่น้ำ พลังการป้องกัน รักษา จึงดูปวกเปียก ไร้เรี่ยวแรง ไม่ทันการ เปรียบเสมือนกับการเอา “ไม้ซีกงัดไม้ซุง”
 
 ยุทธการถอยหลังเข้าคลองแห่งลุ่มน้ำบางปะกง จึงเป็นการจัดทัพระดมสรรพกำลังของเหล่า“ไม้ซีก” เข้าด้วยกันและดึงพลานุภาพเล็กๆ ของไม้ซีกเหล่านี้ออกมาประกอบร่างเป็น เบญจภาคี ที่ทรงพลังเพื่อต่อกรกับไม้ซุง พลังเบญจภาคีดังกล่าวประกอบด้วย ภาคีภาครัฐที่นำโดยกองทัพภายใต้การนำของ พล.ต.ยศนันท์ หร่ายเจริญ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล สำนักงานชุมชนพอเพียง โดยมี ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ เป็นตัวแทนภาคีภาควิชาการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมี ผศ.เอนก เทพสุภรณ์กุล อธิการบดีเป็นตัวแทน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการท่องเที่ยว การโรงแรมและธุรกิจการบิน โรงเรียนวัดเปี่ยมนิโครธาราม โรงเรียนวัดเกาะจันธาราม โรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล โรงเรียนบ้านวังรี จากปราจีนบุรี โรงเรียนบ้านกุดแต้ จากสระแก้ว สำนักงาน กศน.จากหลายพื้นที่

 ภาคีภาคประชาชน ประกอบด้วย เครือข่ายอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำบางปะกง เครือข่ายท่องเที่ยวลุ่มน้ำบางปะกง ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฉะเชิงเทรา ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ ฉะเชิงเทรา เครือข่ายคุ้มครองบางคล้า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา กลุ่มพัฒนาม้าไทย ภาคตะวันออก ภาคีภาคประชาสังคมได้แก่ ชมรมร่มบินบูรพาและศูนย์ปฏิบัติการการบินสิริภาจุฑาภรณ์ภายใต้มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สสส. สำนักงานองค์กรเครือข่ายงดเหล้า กรีนพีซ กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทยที่นำขบวนช้างมาร่วมเรียกร้องทวงสิทธิ์แห่งสายน้ำคืน

 สำหรับสื่อที่ร่วมกันขับเคลื่อนในครั้งนี้ก็มี ทีวีบูรพา ธันวาโปรดักชั่น เอเอสทีวี ภาคีภาคเอกชนประกอบด้วย ชุมพรคาบาน่า เมืองโบราณ และเหล่าประชาชนอีกจำนวนมากที่เข้าร่วมยุทธการฟื้นฟูลุ่มน้ำบางปะกงในครั้งนี้ เพราะต่างก็หวังว่าเราจะสามารถร้องเพลง “โอ้งามแท้บางปะกง ใครได้เห็นเมื่ออัสดง ก็คงสุดกล่าวคำเฉลย ยากจะกล่าวชมให้สมความงามนั้นเลย” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจริงๆ อีกครั้ง
     อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู