
อภิสิทธิ์เปิดศูนย์ข้อมูลการเรียนรู้ผ่านสื่อไฮเทค
เมื่อเวลา 09.45 น.9 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์เครือข่ายข้อมูลแห่งการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์” ( Electronics Learning and Information Network Center ) ณ ชั้น 8 อาคาร 50 ปี โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม โดยมีผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารคณะครุศาสตร์ ผู้บริหารโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการศูนย์ฯ ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเครือข่าย 50 โรง ให้การต้อนรับ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่แก่ผู้อุปการคุณ และกล่าวเปิดงานว่า การมาเปิดศูนย์เครือข่ายข้อมูลแห่งการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการมาติดตามโครงการเสริมสร้างสมรรถนะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการศึกษาสู่โรงเรียนเครือข่ายในประเทศไทยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น เป็นโครงการที่ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าสังคม ประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะมีความก้าวหน้าได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องคุณภาพของคนเป็นสำคัญหรือเป็นหลัก และคุณภาพของคนในวันนี้ก็ผูกพันอยู่กับข้อเท็จจริงว่า คุณลักษณะของคนและพลเมืองที่ดี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงกระบวนการของการเรียนรู้ และทักษะการเรียนรู้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากการประเมินคุณภาพการศึกษาในภาพรวมของประเทศยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผลสัมฤทธิ์ของเด็กไทยในทักษะที่เป็นทักษะพื้นฐานสำคัญ ๆ เช่น ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องของคุณภาพการศึกษายังเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลถือเป็นเรื่องที่จะต้องผลักดันปรับปรุงแก้ไขและเป็นหัวใจของการเดินหน้าในการที่จะปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 โดยตั้งใจที่จะให้ คนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งในโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นทั้งเครื่องมือและสื่อ ที่เราทุกคนควรจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับส่วนรวม และการที่โครงการนี้ได้ เชื่อมโยงกับโรงเรียนในเครือข่ายทั่วประเทศถือเป็นก้าวสำคัญของการที่จะทำให้การเร่งในเรื่องของการสร้างทักษะ ทั้งสำหรับครูผู้สอนและถ่ายทอดไปยังผู้เรียนในส่วนของหลักสูตรใน 3 วิชาสำคัญคือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นั้น จะมีความก้าวหน้าไปได้มาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการขาดแคลนครูว่า อาจจะมีในภาพรวมระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงกับรุนแรงมาก แต่ข้อเท็จจริงคือครูในบางสาขาวิชาขาดแคลนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้หรืออุดช่องว่างตรงนี้ รวมทั้งปัญหาในเรื่องการกระจายครูในวิชาเหล่านี้ในชนบท ซึ่งในภาพรวมของนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ก็กำลังเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องของวิชาชีพครู และถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ทั้งเรื่องการที่จะจัดตั้งสถาบัน และการเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู
นอกจากนั้น ในเรื่องเทคโนโลยี ในปฏิบัติการไทยเข้มแข็งได้ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนในเรื่องตัวเลขของจำนวนนักเรียนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องในประเทศไทย ยังอยู่ที่ 38 คนต่อ 1 เครื่อง ซึ่งถือว่ายังสูงมาก โดยหวังว่า หลังจากการลงทุนในปฏิบัติการไทยเข้มแข็งแล้ว ตัวเลขนี้จะสามารถปรับลดลงมาได้ เหลือประมาณ 20 คนต่อ 1 เครื่อง ซึ่งก็ยังสูงกว่ามาตรฐานที่เรายังอยากจะไปให้ถึง คือ 10 คนต่อ 1 เครื่อง แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือการจะใช้อุปกรณ์เหล่านั้นให้ได้ผลทางด้านการศึกษาอย่างแท้จริง จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาทั้งตัวซอฟต์แวร์และหลักสูตรที่มีความสอดคล้อง คือปรับเข้ากับรูปแบบของการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Learning และที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมในส่วนของบุคลากรที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเเสดงความชื่นชมทุก ๆ ฝ่ายที่ได้มีส่วนในการจัดทำโครงการนี้ เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในต่างจังหวัดที่มีความขาดแคลน และถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการที่มีการแบ่งปัน และให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา



