
นศ.ปทุมวันประกาศยุติความขัดแย้งกับอุเทน
นศ.เทคโนโลยีปทุวันประกาศยุติความขัดแย้งกับนศ.อุเทนถวายฯ ขอยู่อย่างสงบ หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ยืนยันทำด้วยใจจริงไม่ได้สร้างภาพ ด้านผู้บริหารปทุมวันส่งหนังสือแจ้งประสานผู้บริหารอุเทนถวายพร้อมเผยมือที่สามคอยจุดไฟให้นศ.สองสถาบันทะเลาะกัน
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2552 ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เวลา 11.30 น. นายธวัชชัย ชูรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการวัดคุม ในฐานะนายกองค์การนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันได้เป็นตัวแทนนักศึกษาประกาศเจตนารมณ์ในการยุติปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งมีนักศึกษาเข้าร่วมเป็นสักขีพยานประมาณ 200 คน โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า 1.พวกเราชาวสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจะขอเป็นผู้ตื่นก่อนจากความโง่งม และจากอวิชาทั้งปวงด้วยการกระโดดออกจากวังวนของความขัดแย้งทั้งปวงนับแต่บัดนี้ 2.พวกเราจะไม่ปฏิบัติตนที่ส่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสถาบัน และเราดีใจที่มีโอกาสที่ดีที่ได้อยู่ในละแวกวังของพระองค์ท่านด้วยกัน (วังสระปทุม) และจะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการก่อให้เกิดการระคายเคืองเบื้องยุคลบาท
3.เราจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาอุเทนถวาย และจะไม่ยอมให้ใครสวมรอยแอบอ้างการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะด้วยความมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ใดๆ ทั้งสิ้น และ4.พวกเรามีความหวังอย่างยิ่งว่า ชาวปทุมวันและอุเทนถวายจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ กอบกู้ชื่อเสียงศรัทธาของสถาบันตนเอง และร่วมกันทำงานสร้างสรรค์สังคม เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน และเพื่อประเทศชาติได้เป็นอย่างดีในอนาคตข้างหน้า
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า การประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าว เกิดจากการระดมความคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลและผลและสติปัญญา รวมทั้งได้ฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่ศิษย์เก่า ตลอดจนครูอาจารย์ ซึ่งตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมาของนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน ความบาดหมางต่างๆ มีทั้งเรื่องที่จริงและไม่จริงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนก่อให้เกิดความเสียหายเจ็บปวดทั้งร่างกาย และบางครั้งถึงแก่ชีวิต จนทำให้ภาพลักษณ์ของสถาบันตกเป็นจำเลยแก่สังคม ตลอดจนความศรัทธาและเชื่อถือของสาธารณชนลดน้อยลงด้วย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดที่ในครั้งนี้ ชาวปทุมวันขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนผู้ปกครองและญาติพี่น้อง ขณะเดียวกันก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับความชอกช้ำ และเจ็บปวดจากการกระทำของชาวปทุมวันในเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มาด้วย
“พวกเรานักศึกษาปทุมวันไม่ได้จัดฉาก หรือสร้างภาพ เราทำด้วยใจจริง เพื่อยุติไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก ผมไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นการสร้างภาพ เพราะหากมองเช่นนั้นก็จะยิ่งทำให้ไม่เกิดความจริงใจต่อกัน หลังจากนี้นักศึกษาปทุมวันทุกคน จะปฏิบัติตามเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้ โดยจะมีสติ อดทนต่อการยั่วยุ ไม่หาเรื่องใคร หากเจอปัญหาก็จะหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลาย และจะพัฒนาจิตใจโดยนำหลักพระพุทธศาสนามาใช้ และจะออกไปช่วยเหลือสังคมด้วย
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ปัญหาที่ผ่านมาโดยการจับเด็กทั้ง 2 สถาบันมานั่งคุยกันนั้นถือว่าล้มเหลว ไม่ถูกจุด ไม่ฟังเด็กก่อน เนื่องจากพวกเราทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ได้เคลียร์ใจกัน ทั้งที่จริงแล้วควรต้องให้เวลา และให้พูดคุยกันก่อน
พล.ต.เกียรติชัย เกรียงกิตติไกร รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและกิจกรรมพิเศษ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า การที่นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประกาศยุติความขัดแย้งกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออก (มทร.) วิทยาเขตอุเทนถวาย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อตัวเองและสถาบัน ต่อไปนักศึกษาปทุมวันกับนศ.อุเทนถวายจะไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเห็นของนักศึกษาร่วมกันต่างจากที่ผ่านมาที่ผู้ใหญ่ไปช่วยแก้ไขปัญหาโดยจัดเวทีให้นักศึกษามาพูดคุยและจับมือกัน ซึ่งเป็นการหวังผลที่เร็วเกินไป หลังจากนี้จะทำหนังสือประสานแจ้งไปยังผู้บริหารและผู้นำนักศึกษาของอุเทนถวาย เพื่อให้รู้ถึงการประกาศเจตนารมณ์อย่างจริงใจต่อไป
“เชื่อว่าการที่นักศึกษาปทุมวันประกาศยุติความขัดแย้งครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ได้ผลยั่งยืนมากกว่า หลังจากนี้ 1 ปี หากนักศึกษาทั้ง 2 สถาบันไม่ทะเลาะกันเลย สถานการณ์จะดีขึ้นกว่านี้ ส่วนการดูแลความปลอดภัยได้มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดูแลความปลอดภัยทั้งในและนอกสถาบันโดยสถาบันจะยึดตามแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในการดูแลไม่ให้นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยเฉพาะการห้ามนักศึกษาพกพาอาวุธ” พล.ต.เกียรติชัย กล่าว
พล.ต.เกียรติชัย กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งที่ผ่านมาค่อนข้างเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากนักศึกษาของ 2 สถาบันก่อเหตุกันเองเพราะได้มีการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างผู้บริหารทั้งสองสถาบันพบว่าหลายๆ ครั้ง ผู้ที่ก่อเหตุจะก่อเหตุกับนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน และระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยพบว่าผู้ก่อเหตุมีรูปพรรณสัณฐาน และใช้ยานพาหนะแบบเดียวกัน ส่วนกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนั้นเป็นช่วงที่นักศึกษาปทุมวันกลับบ้านหมดแล้ว และวันนั้นมีการจัดงานบริเวณสี่แยกปทุมวัน ซึ่งมีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก อาจเป็นโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุได้ ส่วนการหาผู้กระทำผิดคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ



