
ขู่สั่งปิด-ฟันผู้บริหารแก้อุเทน-ปทุมวันไม่ได้
ชัยวุฒิร่อนหนังสือกำชับอุเทนถวาย-ปทุมวันยึดประกาศศธ.พร้อมคุมเข้มไม่ให้นศ.พกอาวุธป้องกันไม่ให้นศ.ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ลั่นเกิดเหตุซ้ำผู้บริหารต้องรับผิดชอบ ขู่แก้ปัญหาไม่ได้อนาคตมีสิทธิ์สั่งปืดยาว รองเลขาธิการกกอ.ยอมรับห่วงสถานการณ์ลุกลาม แฉมือที่สามก่อเห
จากกรณีกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวายถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ทำร้ายและยิงปืนใส่ขณะโดยสารรถประจำทางทำให้มีนักศึกษาอุเทนถวาย 1 รายได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2552 ผศ.ดร.สรรค์ วรอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ว่า เท่าที่ได้รับทราบขณะนี้นายธีรณัฐ อรุณพูลทรัพย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวที่ รพ.หัวเฉียว ขณะนี้ได้ย้ายมารักษาตัวที่ รพ.ปิยมินทร์ และอาการอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว
รองเลขาธิการกกอ. กล่าวอีกว่า จากการประชุมวันนี้(8ต.ค.)ผู้บริหารปทุมวัน และอุเทนถวายให้ข้อมูลว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งเป็นวันก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ได้มีชายนุ่งกางเกงขาสั้นใส่หมวกกันน็อคยิงปืนเข้ามาในอุเทนถวาย ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีคนขับขี่จักรยานยนต์ไปไล่ยิงนักศึกษาปทุมวันซึ่งเป็นประธานค่ายอาสาฯ ของสถาบัน ที่บริเวณด้านหน้าสถาบัน ขณะกลับจากงานเลี้ยง โดยกระสุนถูกคนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารสถาบันทั้ง 2 แห่ง ไม่แน่ใจว่า ผู้ที่ก่อเหตุในช่วงค่ำวันที่ 6 ต.ค. เป็นนักศึกษาของทั้ง 2 สถาบันหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นมือที่สามหรือผู้ไม่หวังดีที่ต้องการให้ความขัดแย้งระหว่างสถาบันทั้งสอง แห่งบานปลาย และกลายชนวนที่ทำให้นักศึกษาปทุมวัน ออกมาดักทำร้ายนักศึกษาอุเทนถวาย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ
“ขณะนี้สถานการณ์ระหว่าง 2 สถาบัน ยังไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะเมื่อมีนักศึกษาโดนยิงได้รับบาดเจ็บ ก็อาจทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อเนื่องไปได้ ดังนั้น ระหว่างนี้ทั้ง 2 สถาบันจะต้องหาแนวทางที่จะระงับไม่ให้นักศึกษาไปก่อเหตุซ้ำอีก เช่น อาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลภายในสถาบันทั้ง 2 แห่ง ส่วนมาตรการระยะยาวเน้นการสร้างความสามัคคีโดยจะให้นักศึกษาทั้ง 2 สถาบันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน เช่น การพัฒนาโรงเรียนในจ.ลพบุรีที่จะดำเนินในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.นี้ ” ผศ.ดร.สรรค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างนี้จะต้องมีการปิดการเรียนการสอนหรือไม่ ผศ.ดร.สรรค์ กล่าวว่า คงต้องมีการหารือถึงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารทั้ง 2 สถาบันก็พยายามหาทางป้องกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทราบว่าขณะนี้นักศึกษาอุเทนถวายอยู่ระหว่างการสอบ ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือน ต.ค. จากนั้น นักศึกษาปทุมวันจะเริ่มสอบในช่วงเดือน พ.ย.เป็นต้นไป ทั้งนี้ คิดว่าระหว่างนี้ทางผู้บริหารสถาบันน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่หากเกิดเหตุลุกลามอาจจะต้องมีการพิจารณามาตรการปิดทำการเรียนการสอนชั่วคราวต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ามาตรการในการแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้มเหลวหรือไม่ รองเลขาธิการกกอ.กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาทุกคนทั้งศธ. ผู้บริหารทั้งสองสถาบันต่างทำงานอย่างเต็มที่ แต่ไม่รู้จริงๆ ว่ามีการก่อชนวนความขัดแย้งขึ้นอีก ซึ่งก่อนหน้านี้เหตุการณ์ระหว่าง 2 สถาบันก็ถือว่าสงบขึ้นมากแต่ไม่รู้ใครมาจุดชนวนใหม่อีก
วันเดียวกันที่โรงพยาบาลปิยะมินทร์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) เดินทางไปเยี่ยมนายธีรณัฐ นักศึกษาอุเทนถวาย ที่ถูกยิงบาดเจ็บระหว่างเหตุนักศึกษาทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา และให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ได้คุยกับแพทย์ที่ดูแลนายธีรณัฐ ทราบว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่แพทย์ยังต้องเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดอยู่ในห้องไอซียู โดยนักศึกษาถูกยิงเข้าที่หน้าอกด้ายซ้าย กระสุนทะลุปอด ออกไปฝังอยู่ที่สะบัก ขณะนี้ ได้ให้ยาปฏิชีวนะ และยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเอากระสุนออก
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ไปเร่งหารือมาตรการในการป้องกันเหตุการณ์ต่าง ๆที่อาจจะบานปลาย รวมทั้งได้ทำหนังสือกำชับให้ 2 สถาบัน ปฎิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาว่าด้วยเรื่องนโยบายและมาตรการป้องกันนักศึกษาทะเลาะวิวาทที่เคยประกาศไปแล้ว โดยเฉพาะการห้ามนักศึกษาพกพาอาวุธ อย่างเคร่งครัด
”ถ้ายังมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีกผู้บริหารต้องรับผิดชอบ อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือจากตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบให้เข้ามาช่วยดูแล 2 สถาบันเป็นพิเศษด้วย ส่วนการดำเนินคดี ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นฝีมือของใคร ผมไม่อยากให้ไปด่วนสรุปว่าฝีมือของสถาบันใด เบื้องต้นสถานการณ์อยู่ในขั้นควบคุมได้ นักศึกษาทั้งสองสถาบันอยู่ระหว่างสอบปลายภาค จึงไม่จำเป็นจะต้องสั่งปิดสถาบันช่วงนี้ จะเกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอน แต่หากปัญหายังยืดเยื้อ รุนแรงขึ้นอีกอาจจำเป็นต้องพิจารณาและมีมาตรการสั่งปิดสถาบันไปเลยก็ต้องทำ” นายชัยวุฒิ กล่าว
นายธีรณัฐ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุยืนอยู่บนรถประจำทาง มีกลุ่มชายฉกรรจ์ส่งเสียงดังขึ้น และเกิดเหตุการณ์ชุลมุน หลังตนถูกกระสุนเข้าที่หน้าอก และลงจากรถวิ่งหนีไปขึ้นรถแท็กซี่ ให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว โดยระหว่างที่อยู่บนแท็กซี่ รู้สึกหายใจไม่ออกและเจ็บแผลมาก ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตนไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร เพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร และไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของมือที่สามหรือไม่ แต่อยากจะฝากถึงตำรวจขอให้เร่งจับคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษให้ได้
นางอรวรรณ แม่ของนายธีรณัฐ กล่าวว่า ลูกชายของตนเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน ไม่กินเหล้าเมายา ไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร และที่ผ่านมาเคยปรึกษากันเรื่องหาที่เรียนใหม่เพราะกลัวลูกจะไม่ปลอดภัยแต่มาเกิดเหตุการณ์ขึ้นก่อน ดังนั้นขอให้ทางสถาบัน เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการพกอาวุธของเด็ก ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กมีอาวุธปืน สามารถกราดยิงใจกลางเมืองได้
”ขอฝากตำรวจว่าอย่ามองเรื่องเด็กช่างกลตีกันเป็นเรื่องเล็ก เพราะจากที่ได้ฟังลูกชายเล่าให้ฟังทราบว่าช่วงที่เกิดเรื่องมีเตำรวจอยู่บริเวณดังกล่าว แต่ไม่ได้เข้ามาช่วยใด ๆ ส่วนการรักษาลูกชายนั้นขณะนี้ใช้สิทธิ์ 30 บาท อยากให้ช่วยดูแลลูกชายอย่างเต็มที่และดีที่สุด “นางอรวรรณ กล่าว



