
ทุจริตสอบ"เอเน็ต"2ราย ปลอมบัตรสอบภาษาไทย ตัดสิทธิ์เข้าอุดมศึกษา3ปี
สกอ.เผยสอบเอเน็ตวันแรก พบ นร.ทุจริตสอบ 2 ราย ปลอมบัตรสอบเข้าสอบในวิชาภาษาไทย เด็กยอมรับเพื่อนช่วยปลอมบัตรสอบ ลงโทษตัดสิทธิ์ไม่ให้สมัครสอบเข้าอุดมศึกษา 3 ปี พร้อมตรวจสอบเพื่อนของ นร.2 คนที่ช่วยทำบัตรสอบปลอม สั่งศูนย์สอบทุกแห่งตรวจสอบเข้มหวั่นทุจริตซ้ำ
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 น. ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้มาตรวจเยี่ยมสนามสอบการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) ประจำปีการศึกษา 2552 วันแรก ที่ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา มีจำนวนผู้เข้าสอบรวม 2,910 คน โดยมีนายวิศรุต สนธิชัย ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา และอาจารย์ ต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้จัดสอบเอเน็ต ระดับชั้น ม.6 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคมนี้ โดยมีนักเรียนเข้าสอบทั่วประเทศกว่า 2 แสนคน ในศูนย์สอบ 12 แห่ง โดยวันแรกจะสอบวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และสังคมศึกษา โดยสนามสอบ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา เจ้าหน้าที่คุมสอบได้ตรวจสอบเข้มงวด ทุกห้องสอบแจกถุงดำไว้ให้นักเรียนใส่เครื่องมือสื่อสารไว้ใต้โต๊ะ โดย สกอ.ทำจดหมายเวียนให้ทุกสนามสอบเตรียมถุงพลาสติกไว้ใส่เครื่องมือสื่อสารแก่นักเรียนเพื่อป้องกันการทุจริต
นายชัยวุฒิกล่าวหลังตรวจเยี่ยมว่า การสอบเอเน็ตปีนี้ สกอ.วางระเบียบป้องกันทุจริตอย่างเข้มงวด โดยต้องมาก่อนเข้าห้องสอบเอเน็ตไม่เกิน 15 นาที ห้ามออกก่อนเวลา 30 นาที ต้องนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดใส่ถุงดำ หรือถุงพลาสติกไว้ใต้โต๊ะ และตรวจสอบนาฬิกา อุปกรณ์ที่สามารถสื่อสารได้ เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ทุจริต อีกทั้งในทางลับได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ช่วยป้องกัน ตรวจสอบการทุจริตด้วย
รมช.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า กรณีผู้ปกครองนักเรียนที่พลาดเอเน็ต ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง และศาลไม่รับฟ้อง จะเดินหน้ายื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด เป็นสิทธิที่ทำได้ สกอ.ยินดีปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยรัฐยังเปิดรับตรง บางคณะไม่ใช้คะแนนเอเน็ต ส่วนการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 คงทำไม่ได้ เพราะต้องแจ้งเด็กล่วงหน้า ส่วนบางคณะ บางสาขา ห่วงว่าแอดมิชชั่นส์ได้เด็กไม่ตรงตามต้องการนั้น ทำให้มหาวิทยาลัยหันไปรับตรงมากขึ้น ทั้งนี้ การกำหนดสัดส่วนรับเด็กไม่ใช่หน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือ สกอ. แต่ผู้กำหนดสัดส่วนคือคณะและมหาวิทยาลัยที่รวมตัวกันวางเป็นระบบกลาง เพื่อไม่ให้เด็กวิ่งรอกสอบ
“หลายฝ่ายบอกว่าแอดมิชชั่นส์ล้มเหลว ผมมองว่าแอดมิชชั่นส์เกือบ 100% เชื่อถือได้ เพราะการรับเด็กกว่า 2 แสนคน ต้องทำอย่างโปร่งใส ไม่มีเด็กฝาก แต่ทุกระบบมีจุดเด่น และจุดด้อย นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ไปปรับปรุงระบบแอดมิชชั่นส์ และ ทปอ.ก็รับจะประชุมกลางปีนี้” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า กระทรวงศึกษาธิการ และ สกอ. ไม่ได้สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงมากขึ้น แต่หากคณะใดจำเป็นต้องเปิดรับตรงจริงๆ อยากให้นำคะแนนแอดมิชชั่นส์กลางไปใช้ เช่น จุฬาฯ บางคณะรับตรง 80% หรือ 100% นั้นทำได้ แต่ให้นำคะแนนการจัดสอบความถนัดทั่วไป (General Aptitude Test) หรือจีเอที และความถนัดเฉพาะด้าน/วิชาการ (Professional Aptitude Test) หรือพีเอที ไปใช้ โดยกำหนดสัดส่วนให้เหมาะสมกับการวัดความรู้ความสามารถของเด็กในวิชานั้นๆ ส่วนจะจัดสอบจีเอที พีเอทีฟรี เหมือนการสอบทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต คงทำไม่ได้ เพราะการสอบจีเอที-พีเอทีเป็นการสอบแข่งขันเหมือนเอเน็ต แต่โอเน็ตรัฐบาลจัดสอบฟรีให้ได้เพราะสอบวัดความรู้เด็กทุกคน
นายชัยวุฒิกล่าวด้วยว่า ส่วนที่เสนอให้ถอดคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือ จีแพ็กซ์ออกนั้น ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย แต่โดยส่วนตัวไม่อยากให้ถอดจีแพ็กซ์ออก เพราะอาจทำให้เด็กไปกวดวิชา ไม่สนใจเรียนในห้องเรียน ส่วนที่บางโรงเรียนปล่อยเกรดเฟ้อนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พยายามกำหนดมาตรฐานเรื่องนี้อย่างจริงจัง และแอดมิชชั่นส์กลางในปีการศึกษา 2553 ได้ลดคะแนนจีแพ็กซ์เหลือ 20%
ดร.สุเมธกล่าวว่า สกอ.ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ดูแลสนามสอบ ร.ร.วรนารีเฉลิม และ ร.ร.มหาวชิราวุธ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ ว่ามีนักเรียนเข้าสอบเอเน็ต 2 ราย ใช้บัตรประจำตัวเข้าห้องสอบเอเน็ตปลอม เข้าสอบวิชาภาษาไทย วิชาแรกของการสอบเอเน็ตในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบัตรประจำตัวเข้าห้องสอบ ซึ่งประกอบด้วยเลขประจำตัว 13 หลัก เลขที่นั่งสอบ ห้องสอบ ซึ่งนักเรียนจะปริ๊นท์มาจากอินเทอร์เน็ต ปรากฎว่านักเรียนทั้ง 2 ราย ใช้บัตรปลอมในการเข้าสอบเอเน็ต โดยอ้างผ่านเลขที่นั่งสอบ และห้องสอบ แต่พบว่า เลขที่นั่งสอบเหล่านั้นมีผู้ที่นั่งอยู่แล้ว และเมื่อตรวจสอบ เด็กทั้ง 2 รายก็ยอมรับผิด
“นักเรียนทั้ง 2 ราย ยอมรับว่าได้ปลอมบัตรประจำตัวเข้าห้องสอบขึ้น โดยเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเดียวกันที่กำลังจะสอบวิชาคณิตศาสตร์ในช่วงบ่าย เป็นผู้จัดทำให้ ขณะนี้ผมให้เจ้าหน้าที่กรรมการคุมสอบตรวจสอบอยู่ว่านักเรียนอีกคนเป็นคนทำบัตรปลอมให้เพื่อนหรือไม่ หากพบว่านักเรียนทำบัตรปลอมให้เพื่อนจริง จะถูกปรับตกทุกวิชา และตัดสิทธิ์ไม่ให้สมัครสอบเข้าสถาบันอุดมศึกษา 3 ปี เหมือนนักเรียน 2 รายที่ยอมรับผิด" ดร.สุเมธ กล่าว
เลขาธิการ กกอ.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เท่าที่ได้รับรายงานพบนักเรียนทุจริตเพียงกรณีนี้กรณีเดียว สกอ.ได้กำชับสนามสอบ ศูนย์สอบทุกแห่ง ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตเกิดขึ้น ทั้งนี้ จะแถลงข่าวสรุปผลการจัดสอบเอเน็ตและกรณีการทุจริตสอบในวันที่ 1 มีนาคมนี้ เวลา 16.00 น.ที่ สกอ.
ดร.สุเมธกล่าวอีกว่า การป้องกันทุจริตเอเน็ตนั้น สกอ.ให้เจ้าหน้าที่คุมสอบพยายามตรวจสอบว่านักเรียนที่เข้าสอบเป็นตัวจริงหรือไม่ โดยช่วยตรวจสอบอย่างเข้มงวด เด็กทุกคนที่เข้าสอบต้องมีบัตรที่ราชการออกให้ มีรูปตัวเองอยู่ เช่น บัตรประชาชน ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมามีเด็ก 25% ที่มีสิทธิสอบเอเน็ตแต่ไม่ได้มาสอบ ดังนั้น การที่นักเรียนไม่ได้มาสอบเอเน็ตตามจำนวนนั้น จึงไม่ใช่ปัญหา
น.ส.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวหลังตรวจเยี่ยมสนามสอบเอเน็ตที่สนามสอบ ร.ร.หอวัง กรุงเทพฯ ว่า ภาพรวมการสอบเรียบร้อยดี มีเด็กมาสาย 4-5 ราย เพราะมาจาก จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าสอบแต่บันทึกไว้ว่าเข้าสอบกี่โมง ซึ่งที่นี่มีเด็กสอบรวม 1,680 คน
"มีปัญหาเล็กน้อยคือ ร.ร.หอวังกำลังก่อสร้างอาคาร ผู้ปกครองห่วงว่าเสียงจะดังรบกวนสมาธิเด็กที่สอบ จึงเชิญตัวแทนผู้ปกครองขึ้นไปชั้นบน ลองฟังเสียงดู เพราะสถานที่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ชั้นล่าง แต่เด็กสอบชั้น 3-4 ซึ่งผู้ปกครองก็พอใจ หลังขึ้นไปแล้วไม่ได้มีเสียงดัง อีกทั้งผู้คุมสอบแจ้งว่า เด็กไม่ได้มีอาการหงุดหงิด อย่างไรก็ตาม ได้หารือกับโรงเรียน ให้ขอความร่วมมือผู้ก่อสร้างหยุดก่อสร้างช่วงเวลาสอบ ส่วนช่วงพักกลางวันให้ทำได้เต็มที่" รองเลขาธิการ กกอ.กล่าว



