
รวมกลุ่มสืบสาน "ข้าวสังข์หยด" ปะยี่ห้อ "เขากลาง"-สร้างมูลค่า
ด้วยมีเอกลักษณ์เฉพาะ เริ่มจากรสชาติอร่อย มีกลิ่นหอม นุ่มลิ้น และให้คุณค่าทางโภชนาการสูง จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านบ้านเขากลาง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ภายใต้การนำของ นายนัด อ่อนแก้ว ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันสืบสานตำนาน "ข้าวสังข์หยด" ข้าวพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมข
ผู้ใหญ่นัด ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขากลาง หนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตข้าวสังข์หยด ย้อนอดีตให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มว่า ด้วยเห็นถึงความลำบาก การถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าข้าว โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองแท้ๆ ที่ปลูกยาก ให้ผลผลิตน้อย ปีหนึ่งปลูกได้แค่ครั้งเดียว ขณะที่ข้าวพันธุ์ใหม่ๆ ปลูกได้ไม่น้อยกว่าปีละสองครั้ง ทำให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลายคนท้อใจ และเลิกการปลูกข้าวแบบเดิมไปหมด
"ช่วงสงกรานต์ ชาวบ้านจะนิยมนำข้าวสังข์หยดมามอบเป็นของกำนัลให้ญาติผู้ใหญ่ หุงใส่บาตรพระ ทำให้เราเห็นถึงคุณค่าของข้าวชนิดนี้ จึงอยากช่วยอนุรักษ์ไว้ ปี 2546 จึงชักชวนเพื่อนชาวนาในพื้นที่รวมกลุ่มตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ขึ้น" ผู้ใหญ่นัด แจงถึงที่มาของกลุ่ม
ทั้งนี้ เพื่อให้มีอำนาจต่อรองราคากับพ่อค้าคนกลางได้มากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้สหกรณ์จังหวัดเป็นผู้ดูแล มีการจัดหางบประมาณจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ สร้างโรงสีขนาด 12 ตันต่อวัน เครื่องอบลดความชื้นขนาด 30 ตันต่อวัน และได้รับการสนับสนุนจากโครงการเอสเอ็มแอล สร้างโรงเรือนเก็บข้าวเปลือก โดยกลุ่มรับซื้อข้าวเปลือกราคาเกวียนละ 1.3 หมื่นบาท พอสิ้นปีมีเงินปันผลให้อีก ส่งให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
เกือบ 10 ปีเต็ม วันนี้กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่ออนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของผู้ใหญ่นัด ประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค กับผลิตภัณฑ์ “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง” ยี่ห้อ “เขากลาง” เพราะนอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่เตรียมดิน คัดสรรเมล็ดพันธุ์ ใส่ปุ๋ย สี บรรจุถุง ผ่านการควบคุมจากศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวพัทลุง ผ่านระบบจัดการคุณภาพปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (Good Agriculture Practice :GAP) และนับเป็นข้าวพันธุ์แรกของไทยที่ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) เพื่อคุ้มครองตามกฎหมายในสิทธิชุมชนผู้ผลิตอีกด้วย
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ข้าวสังข์หยดพัทลุงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพรวดเร็ว จนทำให้กลุ่มไม่สามารถกระจายสินค้าให้ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัด จัดหาช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้น เช่น ศูนย์โอท็อปพัทลุง ที่ทำการ อบจ.ไปรษณีย์จังหวัด ม.เกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ และได้รับการสนับสนุนจากห้างเทสโก้ โลตัส สาขาพัทลุง ให้วางจำหน่ายด้วย ส่วนท่านที่สนใจร่วมสืบสานผลิตภัณฑ์ข้าวยี่ห้อนี้ ติดต่อได้ที่ผู้ใหญ่นัด โทร.08-7286-6446
“ทุกวันนี้กลุ่มยืนได้ด้วยตัวเอง อยู่กันอย่างมีความสุขแบบพอเพียง ขณะเดียวกันก็ยังมีหน่วยงานต่างๆ เช่น สนง.เกษตรจังหวัด สนง.พาณิชย์จังหวัด ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวพัทลุง สนง.พัฒนาชุมชน ช่วยเหลือด้านต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ ขยายตลาด การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งอนาคตเราหวังว่าอาจได้รับการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตมากยิ่งขึ้น” ผู้ใหญ่นัดกล่าว
"ธานี กุลแพทย์"



