ไลฟ์สไตล์

โคมประทีปส่องหล้า เพื่อพิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน

โคมประทีปส่องหล้า เพื่อพิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน

08 ต.ค. 2552

ในอดีตเมื่อประมาณกว่า 1,000 ปีที่แล้ว "เวียงท่ากาน" เป็นเมืองที่มีเจ้าเมืองปกครองในสถานภาพภายใต้การปกครองของเมืองเชียงใหม่ เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหาร เพราะเป็นถิ่นอุดมสมบูรณ์ ชื่อของเวียงท่ากานปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณเกี่ยวกับเมืองเชียงใหม่ ในสมัยพระเจ้าติโลก

  สำหรับประวัติความเป็นมาของ "เวียงท่ากาน" เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการขยายตัวทางวัฒนธรรมทวารวดีจากเมืองละโว้สู่เมืองหริภุญไชย และด้วยเหตุของการขยายตัวของ "สังคมเมือง" เข้ามาแทนที่ "สังคมระดับหมู่บ้าน" จึงมีการสร้าง "เวียง" ที่มีคูน้ำล้อมรอบไว้เป็นศูนย์กลางของเมือง

 ความโดดเด่นของเมืองเวียงท่ากานในสมัยนั้น นอกจากด้านความสมบูรณ์ของน้ำท่าข้าวปลาธัญพืชแล้ว ณ ที่แห่งนี้ยังอุดมไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดทางพุทธศาสนา ซึ่งยังคงมีเศษซากปรักหักพังให้เห็นชัดๆ มากถึง 23 แห่ง อาทิ วัดป่าเป้า วัดต้นกอก วัดป่าไผ่รวก วัดน้อย วัดอุโบสถ ซึ่งชาวบ้านได้ทำการสร้างอุโบสถหลังใหม่ครอบทับหลังเดิมและยังคงใช้ในพิธีทางศาสนามาถึงทุกวันนี้ และวัดเวียงกลาง ที่เชื่อว่าเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดของเวียงท่ากาน ทั้งยังมีเจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำฐานแปดเหลี่ยม และเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมในสภาพที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์มากที่สุด อยู่ภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 490X740 เมตร ล้อมรอบด้วยคูเวียง

 นอกจากร่องรอยทางโบราณสถานแล้ว โบราณวัตถุที่ถูกค้นพบมากมาย โดยเฉพาะการขุดพบ "ไห" ลายครามในสมัยราชวงศ์หยวน ที่นักวิชาการต่างวิเคราะห์กันว่าในโลกมีเพียง 9 ใบเท่านั้น อีกทั้งภายในไหใบนี้ยังบรรจุไปด้วยพระพิมพ์ดินเผาขนาดเล็ก ลักษณะทรงเครื่องประทับนั่งสมาธิเพชรปางมารวิชัย บุด้วยทองคำตกแต่งลวดลายแบบหริภุญไชย ที่มีอิทธิพลศิลปะพม่าเมืองพุกามจำนวนมาก เป็นเหตุผลตอกย้ำถึงนัยสำคัญว่า ดินแดนในแถบนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับราชวงศ์หยวนในระดับราชวงศ์หรือบุคคลสำคัญมาก่อน

 ด้วยความสนพระทัยทางด้านศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะล้านนา เมื่อปี 2550 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จทัศนศึกษาศิลปะล้านนาจังหวัดต่างๆ ในแทบภาคเหนืออย่างสม่ำเสมอ จนได้พบ "เมืองโบราณเวียงท่ากาน" อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังคงมีความสมบูรณ์แบบอยู่ค่อนข้างมาก แต่กลับขาดการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ด้วยว่าขาดงบประมาณ จึงมีพระดำริจะทรงสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อมอบให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่น  จนกลายเป็นที่มาของ "กิจกรรมสร้างศิลป์เพื่อถิ่นเวียงท่ากาน" และงาน "โคมประทีปส่องหล้า มรดกล้ำค่า เวียงท่ากาน" ขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2552 ณ โบราณสถานเวียงท่ากาน

 โดยไฮไลท์ของทั้งสองกิจกรรมได้แก่ การรวมตัวของเหล่าศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่มีชื่อเสียงร่วมกันวาดภาพโบรานสถานเวียงท่ากาน รวมถึงการร่วมกันสอนศิลปะให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ และการประกวดวาดภาพ รวมถึงกิจกรรมการประกวดโคมแขวนประเภทสวยงามชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชทาน การแข่งขันโคมลอยลอดบ่วง ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ รวมถึงการจัดนิทรรศการมีชีวิต เรื่อง วิถีชีวิตคนยอง ซึ่งปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนานกว่า 200 ปี และเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในค่ำคืนนี้จะจัดกิจกรรมปล่อยโคมลอยจำนวน 83 ลูกอีกด้วย

 นอกจากความรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมของประเทศไม่ให้สูญหายไป พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ยังทรงต้องการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นได้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะ ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของชาติ ให้สืบทอดทางวัฒนธรรมไม่ให้ขาดช่วง ควบคู่กับการพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมแบบยั่งยืน ทั้งยังเป็นแหล่งให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เพื่อคนรุ่นหลังสืบต่อไป ด้วยการนำเยาวชนในพื้นที่เข้าฝึกอบรมองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้กลับมาดูแลสมบัติของบ้านเกิดตัวเองสืบต่อไป

 "ไม่อยากให้สมบัติทุกชิ้นในเวียงท่ากานต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น อยากให้อยู่กับพื้นที่ เวลานักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม จะไม่เพียงแค่เห็นเฉพาะโบราณสถาน หรือ โบราณวัตถุ แต่จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านภายในชุมชนที่ช่วยกันดูแลทรัพย์สมบัติของส่วนรวมอย่างเข้มแข็งอีกด้วย" พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ตรัส

 และในส่วนของ "พิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน" ได้วางผังเป็นลักษณะ "เวียง" ที่มีน้ำล้อมรอบ และยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นล้านนา ตัวอาคารชั้นเดียว เพราะต้องการเคารพโบราณสถาน คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัดพลังงาน โดยเน้นใช้ช่างและวัสดุท้องถิ่นเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการจ้างงานและพัฒนาฝีมือช่างให้สืบต่อไป แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน โดยส่วนที่ 1 เป็นอาคารประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วยสำนักงานห้องรับรอง โถงต้อนรับ และร้านขายของที่ระลึก และส่วนที่ 2 เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์หลัก 1 หลัง อาคารพิพิธภัณฑ์ย่อย 2 หลัง อาคารเก็บของและลานวัฒนธรรม รวมถึงนิทรรศการกลางแจ้ง สำหรับส่วนที่ 3 เป็นพื้นที่จอดรถ ห้องน้ำ และร้านค้าท้องถิ่นของชุมชน

 หากสนใจจะเดินทางไปร่วมชื่นชม "โคมประทีปส่องหล้า มรดกล้ำค่า เวียงท่ากาน" ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.0-5331-1258 ต่อ 14 งานนี้ใช่เพื่อใครก็เพื่อมรดกทางวัฒนธรรมของพี่น้องคนไทยกันเองนะค้า