ไลฟ์สไตล์

ศธ.เพิ่มคนชายแดนใต้อ่านเขียนไทยได้คล่อง

ศธ.เพิ่มคนชายแดนใต้อ่านเขียนไทยได้คล่อง

06 ต.ค. 2552

ศธ.เตรียมตั้งศูนย์บริหารจัดการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คุมบังเหียนการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่ มอบรองปลัด ศธ. นั่งเป็นประธานกรรมการบริหารศูนย์ฯ ตั้งเป้าหมายการทำงานเพื่อเพิ่มคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตของเด็กในภาคใต้ เพิ่มจำนวนคนอ่านเขียนไทยได้คล่อง พร้อมลดจำนวน

 (6ต.ค.) นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ. ) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ได้ข้อยุติเรื่องการบริหารจัดการด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะตั้งศูนย์บริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ดูแลการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่นี้ โดยมีคณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่ให้นโยบาย กำกับติดตามผลการจัดการศึกษา พร้อมบูรณาการแผนงานการศึกษาทั้งหมดจาก 5 องค์กรหลัก เข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถยกระดับคุณภาพขยายโอกาสและสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้มอบหมายให้ นายนิวัติ นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด.ศธ) เป็นผู้รับผิดชอบและเป็นประธานกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสำนักยุทธศาสตร์ 12 จังหวัดยะลา เป็นเลขานุการของคณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนผู้อำนวยการศูนย์บริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้นายกมล รอดคล้าย ผู้ตรวจราชการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องลงไปอยู่ประจำ ในการดำเนินการบริหารจัดการที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

 ทั้งนี้อำนาจของคณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้และศูนย์บริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ การบริหารงานบุคคล สามารถที่จะดำเนินการในการเสนอความเห็นในเรื่องการโยกย้าย แต่งตั้งและการปูนบำเหน็จความชอบและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง การบริหารงบประมาณ สามารถดำเนินการจัดทำแผนงบประมาณการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งหมดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศธ. จากทุกองค์กรหลัก กำกับ เร่งรัด ติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณ และการบริหารงานด้านวิชาการ

 อย่างไรก็ตามมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปกำหนดเป้าหมายเป็นตัวชี้วัดในรายละเอียด เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก จะต้องเพิ่มขึ้นเท่าใด อาจจะวัดจากการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Testing) หรือโอเน็ต จำนวนผู้ที่อ่านเขียนภาษาไทยคล่อง ในแต่ละช่วงชั้นจะต้องเพิ่มขึ้น เท่าไหร่ในแต่ละปี ผู้ที่ไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ต้องลดลงในปริมาณเท่าใด ในแต่ละปี การจัดการศึกษาระบบทวีภาคี ที่จะต้องจับคู่กันระหว่างร.ร.สอนศาสนากับสายสามัญและสายอาชีพ เพื่อส่งเสริมให้กับร.ร.ปอเนาะ และร.ร.สอนศาสนา ต้องเพิ่มขึ้นเท่าไร เป็นต้น และนำเสนอที่ประชุมองค์กรหลัก อีกครั้ง ในวันที่ 12 ต.ค. นี้ เพื่อที่จะสามารถดำเนินการได้ทันที