ไลฟ์สไตล์

ทอมก.ตั้งคณะทำงานถกม.นอกระบบ13ต.ค.

ทอมก.ตั้งคณะทำงานถกม.นอกระบบ13ต.ค.

06 ต.ค. 2552

ม.นอกระบบค้านร่างระเบียบมอบอำนาจฝ่ายการเมืองตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุหากนำออกมาใช้ เชื่อกระทบต่อความอิสระในทุกๆด้าน เป็นเครื่องมือทางการเมือง กลัวงบประมาณตกถึงมือคนใดคนหนึ่ง ย้ำผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ด้าน ทอมก.จัดตั้งทำงานศึกษาประชุมหารือ13 ต.ค.นี้

 จากกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ สั่งชะลอร่างระเบียบว่าด้วยระบบประเมินผลและการจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐในการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่า ร่างดังกล่าวให้อำนาจกับฝ่ายการเมืองในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมากเกินไป อาจทำให้มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐขาดความเป็นอิสระ พร้อมกับเร่งให้มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐเสนอความเห็นมายังครม.นั้น

 ศ.ดร.ประสาท  สืบค้า  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่รมช.ศึกษาธิการ ออกมากระตุ้นเตือนมหาวิทยาลัยให้พิจารณาร่างระเบียบว่าด้วยระบบประเมินผลฯ อย่างรอบคอบ เพราะหากปล่อยให้ร่างดังกล่าวออกมามีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยที่เรียกร้องมาตลอดทั้งเรื่องการบริหารบุคคล การเงิน วิชาการ จะกลับเข้าสู่ระบบราชการอีก แม้ว่าระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีศักดิ์และสิทธิ์ต่ำกว่า พ.ร.บ.ของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ทางที่ดี การไม่มีระเบียบอะไรมาครอบคลุมน่าจะดีกว่า

 “ทางออกของเรื่องนี้จะต้องดำเนินการไปควบคู่กัน โดยที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ทอมก.) จำนวน 13 แห่ง และสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ควรแสดงจุดยืนร่วมกัน และร่วมใจกันให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับรัฐบาลว่าระเบียบนี้ส่งผลต่อความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพราะหากใช้ได้ผลดีระเบียบนี้ก็จะบังคับใช้กับมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการด้วย ในอีก 3 ปีข้างหน้า” ศ.ดร.ประสาท กล่าวและว่า ขณะเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งก็น่าจะส่งหนังสือชี้แจงต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ และสำนักงบประมาณด้วยพร้อมกัน

 ด้าน รศ.ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีม.วลัยลักษณ์ ในฐานะประธาน ทอมก. กล่าวว่า ทอมก.ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นชุดหนึ่งเพื่อวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะต่อรมว.ศึกษาธิการและนายกฯ โดยมี ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร รองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ เป็นประธาน ซึ่งจะหารือกันในวันที่ 13 ต.ค.นี้ที่จุฬาฯ และนำข้อสรุปเสนอต่อ ที่ประชุม ทอมก. ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่ โรงแรมสยามซิตี้

 ทั้งนี้ จากการชี้แจงด้วยวาจาของ รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ กพร. เกี่ยวกับร่างระเบียบว่าด้วยการประเมินผลฯ ค่อนข้างแตกต่างจากเอกสาร ขณะที่ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบฯดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทั้ง 13 แห่ง ไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบฯนี้และเห็นว่า ควรใช้กลไกที่มีอยู่เดิมดำเนินการคือ สำนักงบประมาณและสกอ. หากจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ ก็ควรปรับสัดส่วนของผู้แทนโดยให้มีผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และปรับที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งปรับบทบาทอำนาจหน้าที่ เช่น ให้ สกอ. ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอแนะอย่างแท้จริง และทดลองใช้ระบบนี้ 3 ปี หากดีหรือจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายก็แก้ไข

 “หากให้ร่างระเบียบนี้ผ่านและมีผลบังคับใช้ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ในอนาคต งบประมาณอุดมศึกษา 3 หมื่นล้านจะตกกับคนเพียง 9 คน และ 6 ใน 9 คน ก็มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมืองแล้วการจัดสรรงบฯ จะดีกว่าเก่าได้อย่างไร ทั้งยังทำให้น่าเป็นห่วงกว่าเดิมอีกด้วย” รศ.ดร.ไทย กล่าว