
ระวังอีแอบในประชาคม
ตอนนี้หลายฝ่ายต่างวิตกพวกกลุ่มมิจฉาชีพ ที่หากินอยู่กับงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ที่เห็นชัดเจนเมื่อครั้งที่รัฐบาลมีมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ด้วยวิธีการ รับจำนำสินค้าเกษตร ปรากฏว่าไม่สามาร
ที่จริงโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรนั้น พิเรนทร์ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วครับ มีที่ไหนรับจำนำในราคาที่สูงกว่าราคาจริง การรับจำนำต้องไม่เกินราคาจริง และให้เจ้าของไถ่คืนด้วย แค่เห็นรูปแบบของโครงการก็ชัดแจ๋วแล้วครับว่า ถึงอย่างไรก็ต้องเจ๊ง เกษตรกรเห็นยิ้ม กลุ่มมิจฉาชีพเห็นแล้วหวานแน่ ในด้านของเกษตรกรนั้น เห็นแล้ว เพราะไม่จำเป็นที่ต้องคำนึงถึงเรื่องของคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรหรอกครับ เพราะถึงอย่างไรเสียรัฐบาลก็รับจำนำอยู่แล้ว
ตอนนี้โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรยกเลิกแล้วครับ แต่มีนโยบายใหม่คือ การประกันราคาสินค้าเกษตร โดยกำหนดประกันราคาพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในรูปแบบที่ไม่บิดเบือนกลไกตลาด และช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐบาลด้วย เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับส่วนต่างระหว่างราคาตลาดอ้างอิงกับราคาประกันเป็นเงินสดโดยตรงจากรัฐ กรณีราคาตลาดตกต่ำกว่าราคาประกัน ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรไม่ขาดทุนจากการขายผลผลิต
จากบทเรียนที่กลุ่มมิจฉาชีพสวมรอยของโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องหามาตรการในหลายด้าน เพื่อมิให้กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้คืนชีพอีก ที่ดำเนินการอยู่คือ ให้เกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจทั้ง 3 ชนิดที่ว่านี้ ขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยมอบกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้ดำเนินการ
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนนั้น คุณโอฬาร พิทักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า เบื้องต้นต้องตรวจสอบข้อมูลของเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการว่าปลูกจริงไม่ หรือเป็นลูกจ้างหรือเปล่า จากนั้นให้ยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียน แล้วมาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยคณะกรรมการตรวจสอบระดับตำบล เมื่อทุกอย่างถูกต้อง ต้องทำประชาคม ที่คุณโอฬารคิดว่าเป็นกระบวนการที่มีความโปร่งใสที่สุด เพราะการทำประชาคมเป็นการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ หากข้อมูลไม่ตรงกันสามารถท้วงติง ร้องคัดค้านได้
ส่วนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบระดับตำบล ที่ประกอบด้วย ปลัด อบต., กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเกษตรตำบล ลงไปตรวจสอบ เมื่อข้อมูลถูกต้องตรงกัน ก็ยังมีการออกไปสุ่มตรวจอีก และก่อนที่จะไปทำสัญญากับ ธ.ก.ส.ต้องผ่านการทำประชาคม และได้ใบรับรองจากสำนักงานเกษตรอำเภอก่อน โดยที่เกษตรกรต้องยื่นเอกสารคำร้องขอขึ้นทะเบียนก่อนภายในวันที่ 30 กันยายน 2552 ที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล และสำนักงานเกษตรอำเภอ มิฉะนั้นถือจะเสียสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประราคาสินค้าของรัฐบาลครับ
แต่อย่าลืมว่า ที่ผ่านมากลุ่มมิจฉาชีพที่สวมรอยคอยตอด และคอยดูดเลือดเกษตรกรผู้ยากไร้ ส่วนใหญ่จะแอบแฝงอยู่ในคณะกรรมการต่างๆ นั่นแหละครับ



