ไลฟ์สไตล์

 ขำ นุชิตศิริภัทรา 
 เจ้าตำรับยางพารา"เคที 311"

ขำ นุชิตศิริภัทรา เจ้าตำรับยางพารา"เคที 311"

07 ต.ค. 2552

ด้วยที่ นายขำ นุชิตศิริภัทรา นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดตรัง วัย 70 ปี คลุกคลีอยู่ครอบครัวของคุณปู่ ที่ทำสวนยางพาราที่ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มาตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ขวบ ทำให้วันนี้เขาจึงกลายเป็นนักพัฒนาพันธุ์ยางพารา "เคที 311" (KT311) ที่มีคุณสมบัติไม่

 เมื่อครั้งที่อยู่กับคุณปู่ หรือ "ก๋ง" (สีหมู่ แซ่ภู่) เขาต้องตื่นแต่เช้าไปเก็บเศษยางให้ย่า และเก็บน้ำยางจากต้นยางวันละ 200 ต้น พอเรียนจบชั้น ป.4 ก็รับจ้างกรีดยางในสวนของคุณปู่ ได้วันละ 10-12 แผ่น ขณะที่คนอื่นได้เพียง 5-8 แผ่นต่อวัน

 ด้วยความขยันคุณปู่จึงยกที่ดินให้ 16 ไร่ นายขำจึงเริ่มทำสวนยางพาราเป็นของตัวอง ต่อมาปี 2498-2500 นายขำมีโอกาสไปดูงานที่สถานีการยางคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ศูนย์วิจัยการยางปัจจุบัน) ทำให้ได้ความรู้มาว่า น้ำยางที่ได้นั้นมาจากต้นยางพันธุ์ดี ซึ่งผลผลิตสูงกว่ายางพันธุ์พื้นเมือง เขาจึงสนใจและเรียนรู้วิธีการขยายพันธุ์ยางการติดตา หรือ การติดตาสีน้ำตาล

 ต่อมาได้ไปดูการให้น้ำต้นตางแบบสปริงเกลอร์ (Sprinkler) ที่องค์การสวนยางนาบอน จ.ครศรีธรรมราช จึงได้เห็นการขยายพันธุ์ยางแบบใหม่ เรียกว่า การติดตาเขียว เขาจึงมาติดตาเขียวขายปีละนับแสนต้น

 กระทั่งปี 2521 ได้เข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการระหว่างประเทศ ที่มาเลเซีย จึงได้ศึกษาดูงานที่สวนยาง ปรัง เบซาเอสเทส แหล่งวิจัยยางที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอกชน และเป็นแหล่งผลิตยางพันธุ์ดี อาทิ พีบี (PB) และได้ไปร่วมสัมมนาที่ประเทศมาเลเซียอีกครั้ง พร้อมกับการเดินทางไปส่วนตัวอีก เพื่อเรียนรู้ในการพัฒนาพันธุ์ยางพารา อาทิ การติดตาฝอย การกรีดยางหน้าสูง และมีการการนำพันธุ์ยางพีบี 311 (PB311) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงเข้ามาเผยแพร่ด้วย

 ในที่สุด นายขำได้การพัฒนายางพาราพันธุ์เคที 311 (KT311) เป็นลูกผสมจากพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 เป็นพันธุ์แม่ พีบี 235 เป็นพันธุ์พ่อ มีคุณสมบัติคือ ไม่มีโรคใบร่วง ให้ผลผลิตสูงกว่าไร่ละ 500 กิโลกรัมต่อปี และบางแห่งได้ถึงไร่ละ 570 กิโลกรัมต่อปี ขณะที่ยางพาราทั่วไปให้ผลผลิตราว 270 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

 วันนี้นอกจากนายขำจะมีสวนยางพารากว่า 200 ไร่ เขายังผลิตต้นกล้าเคที 311 ขายในราคาต้นละ 35 บาทด้วย

"ดลมนัส  กาเจ"