ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์สั่งสพฐ.ขอข้อมูลปูดข่าวทุจริตไทยเข้มแข็ง

จุรินทร์สั่งสพฐ.ขอข้อมูลปูดข่าวทุจริตไทยเข้มแข็ง

05 ต.ค. 2552

“จุรินทร์ “ สั่ง สพฐ.ขอข้อมูลจากคนปูดข่าวทุจริตไทยเข้มแข็ง ด้านเลขาธิการพฐ.แจง ไม่มีทุจริตแน่เพราะยังไม่ทันส่งงบไทยเข้มแข็งลงพื้นที่แม้แต่บัญชีจัดสรรก็ยังไม่เสร็จ ชี้เป็นการคาดเดาไปเองของร.ร. พร้อมยืนยันไม่มีการล็อคสเปก หรือบังคับโรงเรียนจัดซื้อของ

 เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2552  คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุมีข้าราชการครูจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นครราชสีมาเขต 7 ร้องเรียนโครงการไทยเข้มแข็งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่อแววทุจริต โรงเรียนเสนอขออาคารเรียนกลับได้ห้องประชุม หรือเสนอขออุปกรณ์การศึกษาไปแต่กลับได้ของอย่างอื่นที่ไม่ตรงความต้องการและราคาแพงกว่าท้องตลาด ว่า จริง ๆ แล้ว งบไทยเข้มแข็งนั้น สพฐ.จะจัดสรรงบประมาณไปให้สถานศึกษาดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง แต่ปัจจุบัน สพฐ.ยังไม่ได้จัดสรรให้ สพท.หรือสถานศึกษาเลย แม้แต่บัญชีจัดสรรว่า โรงเรียนใดจะได้รับงบประมาณสำหรับก่อสร้างหรือจัดซื้อครุภัณฑ์อุปกรณ์การศึกษาใดบ้าง ก็ยังทำไม่เสร็จ ต้องรอสัปดาห์หน้าจึงจะเรียบร้อย เพราะฉะนั้น เรื่องนี้น่าจะเกิดจากความสับสน คาดเดาไปเองของโรงเรียน

 เลขาธิการกพฐ.กล่าวอีกว่า โดยหลักการแล้ว สพฐ.จะให้สพท.เป็นเสนอโรงเรียนที่จะได้ร่วมโครงการขึ้นมาพร้อมรายละเอียดว่า แต่ละโรงเรียนจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการใด ๆ บ้าง ซึ่งในส่วนของการก่อสร้างนั้น กำหนดไว้ว่า มีแค่ 3 รายการ ดังนี้ 1. ศูนย์พัฒนาครู เป็นหอประชุมขนาดใหญ่ จัดสรรให้ สพท.ละ 1 โรงเรียน 2. ศูนย์วิทยบริการ ด้าน ICT สพท. 2 แห่ง และ3. รายการก่อสร้างอื่นๆ จะเป็นเรื่องของส้วม การก่อสร้างแต่ละรายการนั้นจะมีแบบมาตรฐานอยู่แล้ว เช่น ศูนย์วิทยบริการ เป็นอาคาร 4 ห้องเรียน เพื่อจะแบ่งส่วนหนึ่งมาเป็นห้องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 ทั้งนี้  ส่วนการจัดซื้อครุภัณฑ์อุปกรณ์การศึกษานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับห้องสมุด อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดนตรี กีฬา ซึ่ง สพฐ.จะทำเป็นเมนูสำเร็จรูปเพื่อให้โรงเรียนจัดซื้อครุภัณฑ์อุปกรณ์ตามที่อยู่ในเมนูกลางดังกล่าว โดยเมนูกลางตรงนี้และสเป็กของแต่รายการจัดทำโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนไม่พอใจรายการใดขอเปลี่ยนแปลงเป็นอุปกรณ์อย่างอื่นที่ตรงความต้องการของตัวเองได้ แต่จะต้องชี้แจ้งเหตุผลมายัง สพฐ.ก่อน

 “ สเปกของทุกรายการนั้น สพฐงได้เชิญหน่วยงานจากภายนอกมาช่วยกันกำหนดสเปกทุกรายการ ไม่มีการทำภายในตามลำพัง จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขามาร่วมกำหนด โดยเมื่อยกร่างสเป็คแล้วก็จะขึ้นเว็บให้เห็นหน้าตาเพื่อให้มีการประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวางและในทุกรายการจะต้องมีผู้เสนอขอยื่นประมูลได้อย่างน้อย 3 ราย ส่วนกรณีที่โรงเรียนอยากปรับเปลี่ยนรายการก็สามารถทำได้ แต่จะต้องมีคนภายนอกเข้ามาช่วยยกร่างและขึ้นเว็บ แล้วก็จะต้องมีผู้สามารถยื่นได้อย่างน้อย 3 รายเช่นเดียวกัน จากนั้นสพฐ.จะส่งรายละเอียดเหล่านี้ไปยัง สตง. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง “ คุณหญิงกษมา กล่าว

 เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า  ตามที่เป็นข่าวก็ยินดีตรวจสอบข้อมูล เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณไปและยังไม่ได้แจ้งไปยัง สพท.ว่า โรงเรียนใดจะได้รับงบประมาณใดบ้าง แต่ก็อาจเป็นการคาดการณ์เองว่าจะเป็นแบบนั้น แบบนี้ก็อยากให้รอการแจ้งจัดสรรก่อน แต่ถ้าใครก็ตามมีเบาะแส ว่ามีการเตรียมการจะทุจริตอย่างไร ก็จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นการช่วยศธ.ตรวจสอบ

 นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศธ. กล่าวว่า ในการประชุม 5 องค์กรหลักของ ศธ.ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. ประสานขอข้อมูลจากผู้ที่ให้ข่าวเพื่อนำไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรแล้วรายงานให้ตนทราบ พร้อมกันนี้ ได้กำชับ เลขาธิการ กพฐ. ติดตามการดำเนินงานทุกโครงการไม่เฉพาะในส่วนที่อยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ทุกโครงการจะต้องโปร่งใส ไม่มีปัญหาทุจริตใด ๆเกิดขึ้น

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า  เลขาธิการกพฐ. ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า โครงการไทยเข้มแข็งในส่วนของ สพฐ.นั้น ยังไม่มีการจัดสรรงบใด ๆ ให้กับ สพท.ซึ่งรวมถึงเขต 7 จ.นครราชสีมา ที่ร้องเรียนด้วย ในส่วนการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ ได้รับการชี้แจงว่า ในทางปฏิบัติส่วนกลางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะได้กระจายอำนาจให้สถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการเลือกสเปก รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ในการกำหนดสเปกนั้น สพฐ.ก็ไม่ได้กระทำโดยลำพังได้มีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกียวข้องมาร่วมด้วย

 “ศธ.ไม่ต้องการเห็นสิ่งไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เราเป็นผู้กำหนดนโยบายและกระจายให้แต่ละพื้นที่ทำโดยเป็นไปอย่างโปร่งใส ซึ่งดูได้จากโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพที่ ส่วนกลางก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องการจัดซื้อเครื่องแบบ หรือหนังสือเรียนแต่เราส่งเงินให้ถึงมือผู้ปกครองแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพื่อให้ไปเลือกของอย่างที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม โครงการไทยเข้มแข็งนั้น ชัดเจนแล้วว่ายังไม่มีการจัดสรรเม็ดเงินลงไป หากใครมีข้อมูลที่พบความผิดปกติผมพร้อมที่จะรับฟังและตรวจสอบ”นายจุรินทร์ กล่าว