
อภิสิทธิ์อยากเห็นระบบ3จีเดินหน้ารับท้าทายฝีมือรบ.
นายกฯอยากเห็นระบบ 3 จี เดินหน้า รับท้าทายฝีมือรัฐบาล เหตุกติกายังเหลื่อมล้ำกันอยู่เป็นงานหนัก กทช.ชี้แจงต่อสังคม ระบุถ้ารออะไรที่สมบูรณ์สุด เราคงไม่มีอะไรที่ดีที่สุด ชี้ปัจจุบันสงครามข่าวสารรุนแรง ห่วงกระทบความมั่นคง บอกแม้อยู่รัฐบาลพูดโทรศัพท์ยังไม่ปลอ
เมื่อเวลา 11.45 น . วันที่ 5 ต.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถา “บทบาทขององค์กรอิสระต่อการพัฒนาประเทศ” ที่หอประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมเเห่งชาติ ความตอนหนึ่งว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจการบางกิจการเป็นกิจการที่สำคัญที่ไม่ใช่แค่ต่อชีวิตประจำวันของประชาชน แต่รวมถึงความมั่นคงของประเทศในภาพรวม
การสื่อสาร โทรคมนาคม เป็นตัวอย่างที่มีเรื่องมิติความมั่นคงเกี่ยวข้องชัดเจน และประวัติศาสตร์ การทำงานด้านนี้ภาครัฐเป็นผู้เข้ามาดำเนินกิจการเสียเองในรูปรัฐวสาหกิจ ต่อมามีการยกสิทธิในการรูปแบบของการสัมปทาน การทำสัญญาผูกขาดกับเอกชนไม่มากก็น้อย
“องค์กรอิสระจึงเข้ามาดูแลให้การประกอบการกิจการในลักษณะอย่างนี้ไม่ประสบปัญหาความล้มเหลวกลไกตลาด หลีกหนีความล้มเหลวของรัฐบาล ที่มีการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงาน หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ของตัวองค์กรที่ทำหน้าที่ประกอบกิจการ และในอดีตทำหน้าที่กำกับดูแลและทำงานในเชิงนโยบายซ้อนกันไปด้วย ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่ไม่สอดคล้องในการแข่งขันในลักษณะมีความเสรีมากขึ้น ” นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่ขององค์กรอิสระประเทศนี้มี 2 ประการ คือ1.ปัญหามรดกตกทอด ระบบการกำกับดูแลตัวเอง จะกำหนดกติกาอย่างไร ใครจะเป็นองค์กรกำกับดูแล จะวางโครงสร้างการแข่งขันอย่างไร ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก กรณีโทรคมนาคม ตนว่าทุกท่านผ่านมา 5 ปีรู้ดีว่า ความรุงรังที่มารับมาในเชิงมรดกมาวางกันใหม่ แกะของเก่าไม่จบไม่สิ้น ซึ่งไม่เรื่องง่ายเลย ปัจจัยกฎหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ข้อสัญญาก็เป็นอีกปัจจัย ซึ่งธุรกิจนี้มีผลประโยชน์มหาศาล 2 2. ความยากงานด้านนี้คือ เส้นแบ่งระหว่างเรื่องนโยบายกับการกำกับดูแล ในการแยกการประกอบกิจการออกมา กับความรับผิดชอบด้านความมั่นคง มีเส้นแบ่งไม่ชัดเจน แรงกดดันทั้งหลายจึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้ง 2 ปัจจัยแค่กระบวนการสรรหาก็มีกระบวนการที่คนจำไม่ได้แล้ว
“ความคาดหวังที่เป็นประเด็นร้อนอยู่คือเรื่อง 3 จี เป็นประเด็นที่ท้าทาย ตนเป็นคนเร่งรัดเข้ามาพบปะกันในช่วงแรกที่รับตำแหน่ง เพราะว่าต้องการให้โครงสร้างพื้นฐานปรับปรุงยกระดับอย่างรวดเร็ว และคาดว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย รับปากมาตลอดเวลาภายในปีนี้ ขณะเดียวกันมีความเห็นที่ยังหลากหลายอยู่และต้องรับฟัง อยู่ที่ความพอดี ว่าทำอย่างไรเราจะเดินหน้าได้ อย่าปล่อยให้อุดมคติ หรือสิ่งที่ดีที่สุด สมบูรณ์มาเป็นตัวที่ทำให้เราเองไม่มีแม้แต่สิ่งที่ดี ขณะเดียวกันคงไม่ได้หมายความว่า จะมองข้ามความเห็นที่ท้วงติง ยังคาดหวังงานนี้จะเดินหน้ารวดเร็วพอสมควร แต่ก็ต้องมีความรอบคอบที่ชัดเจน ถือเป็นประเด็นที่ท้าทายที่สุดถ้าช้าไปกว่านี้ ต้องเลิกคิดถึง 3 จีต้องไปสูงกว่านั้น เพราะว่าถ้าเราช้า ก็ต้องมานั่งทำของใหม่กันอีกรอบ” นายกฯ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การก้าวเข้าสู่ 3 จี เท่ากับเป็นการก้าวเข้าสู่การวางโครงสร้างการแข่งขันใหม่ ถ้าเรามีเชื่อว่าโดยธรรมชาติจะต้องก้าวไปสู่สิ่งที่ทันสมัยกว่า รวดเร็วกว่า จริงอยู่ตอนแรกอาจมีต้นทุนที่สูง คนชอบบอกว่า ของไฮเทคทั้งหลายไม่ต้องรีบร้อน รอไปสักพักเดี๋ยวก็ถูกลง ไม่ถูกหรอกครับ เพราะเขาต้องเพิ่มสเป๊กไปเรื่อยๆ ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ดีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของศักยภาพ แต่ก็อยากมี 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกสังคม การก้าวสู่ยุค 3 จีเป็นการดีในการก้าวไปสู่การแข่งขัน ยังหวังจะเดินหน้าไปใช่แค่เรื่องทางเทคนิค โครงสร้างการแข่งขันโทรคมนาคม ยุค 3 จี บทบาทรัฐวิสาหกิจเดิม 2 แห่งเขาจะอยู่อย่างไร แต่ความเข้าใจของคนอีกจำนวนมาก ยังไม่มีความมั่นใจชัดเจนว่าโครงสร้างการแข่งขัน
"หากรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งถ้าเดินหน้าโครงการของเขา และมีการประมูลคลื่นความถี่สุดท้ายจะเป็นยังไง การประกอบการที่เหลื่อมกันอยู่ บางรายมีโครงข่าย บางรายไม่ได้เป็นเจ้าของ บางรายมีลักษณะเป็นองค์กรของรัฐอยู่ จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า ในที่สุดโครงสร้างกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ต่อไป หวังว่าคณะกรรมการ กทช.ให้ความกระจ่างกับสังคมนี้ได้ตรงนี้จะเป็นตัวที่บ่งบอกที่สุดแล้วการคุ้มครองประชาชนผู้ใช้เป็นอย่างไร และจะมีผลอย่างมากต่อการทำงานคณะกรรมการ กทช.ต่อไป ถ้ากติกายังเหลื่อมอยู่ การกำกับดูแลของท่านก็จะถูกโต้แย้ง โต้เถียงตลอดเวลาในทุกเรื่อง เพราะแต่ละรายจะอ้างเงื่อนไขพิเศษของตัวเอง"นายกฯกล่าว
ความผิดพลาดที่ถูกหยิบยกมามากที่สุด คือการประมูลที่มุ่งเน้นการเสนอค่าตอบแทนที่สูง ๆ เป็นปัญหาโดยธรรมชาติของการประมูลอยู่แล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครประเมินผิด เสนอจ่ายสูง แล้วต้องคำสาปว่าต้องเป็นคนที่เดือดร้อน ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่เป็นไร คนเดือดร้อนจริง ๆ หนีไม่พ้นผู้ใช้บริการ เสนอค่าตอบแทนที่สูงถูกส่งต่อเป็นค่าบริการที่สูงสำหรับธุรกิจอย่างนี้ ส่วนใหญ่ที่ปวดหัวคือ ในไม่ช้ามีการยื่นเงื่อนไขปรับกติกา ยกสภาวะเศรษฐกิจ เป็นความลำบากใจของผู้บริหารสัญญา ถ้าไปทำก็ถูกจับจ้องเอื้อผลประโยชน์ ดังนั้นต้องออกแบบที่ดี อยากให้การเดินหน้านี้มีคำตอบ หากการแข่งขันคือการกำหนดกติกาไม่เอื้อให้ผู้ยื่นเข้ามาแข่งขันได้หลากหลาย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง ในที่สุดแล้วการแข่งขันเป็นเรื่องที่สุด ความหนาแน่นเรื่องของเงินทุนแล้ว ผู้ประกอบการในประเทศอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ ต้องคิดกลับจะแก้ไขอย่างไร
มิติด้านความมั่นคงกรุณาอย่ามองข้าม ภาวะที่เราเห็นชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันสงครามเรื่องข่าวสารเป็นสงครามที่รุนแรงที่สุด และเดี๋ยวนี้กิจการของวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กับโทรคมนาคมมาหลอมรวมกันเข้าเรื่อย ๆ ไม่รู้แล้วว่า อะไรสื่อมวลชน อะไรสื่อ มาจากเอสเอ็มเอส ผมว่าพวกรับข่าวบางทีมาโดยไม่ได้ขอ บางทีไม่รู้จะเลิกอย่างไร ก็เป็นสมาชิกตลอดไป การใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทำให้การต่อสู้ทางด้านข่าวสารมากขึ้น
หากเป็นการต่อสู้ที่ไม่นำไปสู่ความรุนแรง ไม่กระทบต่อความมั่นคงภาพรวมไม่เป็นไร แต่ใครจะให้ประกันได้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น และสถานการณ์การเมือง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ชี้ให้เห็นว่า ล่อแหลมเรื่องของการใช้เทคโนโลยีทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวาย ความมั่นคงได้ โดยยังไม่ชัดเจนระบบการดูแลขอบเขตอยู่ที่ไหน
" ผมอยู่ในวงการเมือง แม้อยู่ในรัฐบาลพูดโทรศัพท์ก็ไม่ปลอดภัย ผมไม่อยากให้สังคมทั้งธุรกิจและการเมืองมีปัญหาอย่างนี้ ทำให้ในที่สุดมีเทคโนโลยีมีก็เหมือนไม่มี หลายคนไม่ยอมพูดกับผม เสียเวลาต้องมานัดพบกัน อย่างนี้เป็นต้น แน่นอนที่สุดเทคโนโลยีเข้ามากระทบสิทธิส่วนบุคคลก็เป็นปัญหา ผมก็โดนคลิปสั่งฆ่า และหลังสุดคนหน้าหล่อผมก็ยังงง ๆ ว่าคืออะไร เข้าใจว่า ไม่ใช่ผมหรอกครับ เข้าใจผิดแน่ ของอย่างนี้มีตลอดในทางการเมือง ” นายกฯ กล่าว



