
โลกใบนี้ดนตรีไทย - เรื่องนี้ปี่มวย
ช่วงนี้เด็กๆ ในซอยบ้านของผมกำลังได้รับอิทธิพลจากน้องหม่องนักพับจรวดกระดาษชื่อดังเข้าไปอย่างเต็มๆ ในตอนบ่ายๆ เย็นๆ ก็จะมีเด็กๆ ตัวเล็กตัวน้อย เอากระดาษมาพับเป็นจรวด บางคนก็บอกว่าพับเป็นเครื่องบิน แล้วใช้มือพุ่งเจ้ากระดาษขึ้นไปบนอากาศอย่างสนุกสนาน พอตกลง
ก็เพราะว่าในวัยเด็ก ตัวผมเองก็เคยชอบพับจรวดกระดาษเอาไปพุ่งเล่นกับเขาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าในยุคของผมมันไม่ฟีเวอร์ถึงขนาดนี้ ความจริงก็ต้องขอบคุณน้องหม่อง ที่ทำให้การเล่นหรือกีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นลักษณะเรียบง่ายแบบบ้านๆ และไม่ทำให้โลกร้อน กลับมานิยมอีกครั้ง ในความคิดของผม ในขณะที่น้องหม่องยังฟีเวอร์อยู่ ควรที่จะมีองค์กรหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เข้ามาโอบอุ้มกีฬาหรือการเล่นชนิดนี้โดยจัดการแข่งขันให้เป็นเรื่องเป็นราวเผื่อปีหน้าเราอาจจะมีน้องหม่อง 2 และ 3 อีกต่อไป หรึอถ้าจะมองง่ายๆ ก็อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้เยาวชนไทยห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ ไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะครับ
เขียนถึงกีฬาหรือการเล่นแบบไทยแล้วก็พอดีว่ามีคำถามที่ดีเข้ามาทาง hi5 ของผมจากคุณ โบ๊ท บางขุนศรี ถามว่า อยากทราบว่าทำไมมวยไทยถึงต้องมีปี่มีกลองและมีชื่อเรียกหรือเปล่า แล้วอาจารย์ชอบดูมวยไทยไหมครับ และนี่คือคำถามของ คุณโบ๊ท บางขุนศรี ซึ่งจัดว่าเป็นคำถามที่ดี และเข้ามาทาง hi5 เพราะโดยปกติคำถามที่เข้ามาทาง hi5 ของผมจะเป็นการทักทายกันเล่นมากกว่า หรืออาจเป็นเพราะว่าในช่วงนี้เว็บไซต์ของผมยังไม่เสร็จก็เลยทำให้หลายคนตั้งคำถามเข้ามาทาง hi5 ของผม ก็เป็นไปได้ครับ
เอาล่ะครับ ทีนี้ลองมาดูคำถามของคุณโบ๊ท บางขุนศรี ซึ่งผมคิดว่าคำถามน่าจะแบ่งออกเป็น 3 ข้อด้วยกัน โดยเริ่มจากข้อแรกถามว่า ทำไมมวยไทยถึงต้องมีปี่มีกลอง
จากคำถามนี้ผมเข้าใจว่า คุณโบ๊ทกำลังจะถามว่า ทำไมมวยไทยเวลาที่แข่งขันจึงต้องมีปี่และกลองเข้ามาประกอบ ซึ่งมวยหรือกีฬาค่อสู้อื่นๆ เขาจะไม่มีเครื่องดนตรีมาประกอบ ซึ่งตรงนี้ผมขอตอบจากความคิดและความเข้าใจของตัวผมเอง เพราะว่าคำถามนี้ยังไม่น่าจะมีคำตอบที่มีหลักฐานมาประกอบการยืนยันอย่างถูกต้องนั่นเอง
การที่มวยไทยมีปี่และกลองมาประกอบนั้น อย่างแรกก็คือ มวยไทยก่อนที่จะแข่งขันหรือต่อสู้หรือต่อยกัน จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่อย่างหนึ่ง หรือาจจะบอกว่าเป็นธรรมเนียมก็ว่าได้ซึ่งนั่นคือ การไหว้ครู นั่นเอง และการไหว้ครูมวยไทยก็จะมีท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือบอกง่ายๆ ว่า การไหว้ครูมวยไทยไม่เหมือนการไหว้สิ่งอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งจะมีลีลาท่ารำ แถมยังมีชื่อกำกับเอาไว้อีกเช่น พรหมสี่หน้า หนุมานถวายแหวน และอื่นๆ อีกมากมาย โดยการไหว้ที่เป็นลักษณะกึ่งร่ายรำ มันก็จำเป็นที่ต้องมีดนตรีมาประกอบ เพราะการร่ายรำแบบเงียบๆ มันก็จะดูคล้ายกับคนเสียสติอยู่เหมือนกัน ดังนั้นการนำปี่และกลองมาใช้ในการแข่งขันมวยไทยนั้น เบื้องต้นคิดว่าน่าจะมาจากการไหว้ครูเป็นสิ่งแรก และสิ่งต่อมาผมคิดว่า การต่อสู้หรือการแข่งขันมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ร้ายแรงที่สุด โดยเฉพาะศอก โดยสังเกตง่ายๆ ว่าการชกมวยไทยในต่างประเทศ หลายๆ แห่งจะห้ามใช้ศอกและห้ามโน้มคอตีเข่าด้วยสาเหตุที่ว่าเป็นอาวุธที่รุนแรง แต่สำหรับบ้านเราจะไม่มีข้อห้ามเหล่านี้ ดังนั้นเราก็ต้องยอมรับว่ามวยไทยของเรามีการใช้อาวุธจากร่างกายที่รุนแรงมากกว่ากีฬาต่อสู้ทุกๆ ชนิดในโลกนี้ก็ว่าได้และผมก็เลยคิดว่าเจ้าปี่กลองนี่แหละจะเป็นเครื่องประกอบลดความรุนแรงลงไปบ้าง
และในขณะเดียวกันก็จะเป็นเครื่องเร่งเร้าในยก 5 หรือยกสุดท้าย โดยปี่และกลองจะเปลี่ยนเป็น เพลงเชิด ซึ่งก็จะมีทำนองจังหวะกระชับและรวดเร็ว จึงทำให้นักมวยก็ต้องเร่งจังหวะการออกอาวุธมากขึ้น เท่ากับว่าปี่กลองเป็นทั้งเครื่องลดความรุนแรงและเป็นเครื่องกระตุ้นให้แก่นักมวย แถมยังทำให้ลีลาการไหว้ครูดูดีขึ้นอีกต่างหาก จึงทำให้เท่ากับว่าปี่กลองมีความจำเป็นกับมวยไทย เป็นของคู่กันที่ขาดไม่ได้ ซึ่งมันจึงเป็นคำตอบที่ว่ามวยไทยทำไมถึงต้องมีปี่กลองมาประกอบ และยังมีอีกอย่างหนึ่งซึ่งอาจต้องบอกว่าเป็นการแสดงหรือการเล่นมากกว่าการแข่งขัน แต่จะมีความคล้ายคลึงกับมวยไทยอยู่เหมือนกัน ก็คือ กระบี่กระบอง ซึ่งการเล่นหรือการแสดงชนิดนี้ ก็จะมีการไหว้ครูเหมือนกับมวยไทยและก็ใช้ปี่กับกลองที่เหมือนกับมวยไทยเพียงแต่ว่ากระบี่กระบอง ในการต่อสู้จะซ้อมกันมาก่อน หรือรู้กันว่าจะต้องตีหรือจะรับกันอย่างไร ซึ่งผิดกับมวยไทยที่ต้องต่อสู้กันแบบจริงๆ แต่ก็จะมีสิ่งหนึ่งที่ตัวผมเองสงสัยอยู่มานานนั่นก็คือ ระหว่างปี่กลองที่ประกอบมวยไทยกับปี่กลองที่ประกอบกระบี่กระบองอย่างไหนนั้นเกิดขึ้นก่อนกัน
เอาไว้ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ก็แล้วกันนะครับ สวัสดี
"ขุนอิน"



