ไลฟ์สไตล์

เดินป่าศึกษาธรรมชาติเรียนนอกห้องศูนย์วิจัยพืชสวน

เดินป่าศึกษาธรรมชาติเรียนนอกห้องศูนย์วิจัยพืชสวน

28 ก.พ. 2552

ปิดเทอมนี้หากพ่อแม่ผู้ปกครอง พาลูกๆ หลานๆ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเที่ยวในประเทศไทย แทนการขนเงินไปเที่ยวต่างประเทศ น่าจะเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ นอกจากได้ความรู้แล้วยังเป็นการสานสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วย

โดยเฉพาะโครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรสำหรับเยาวชนและผู้ปกครอง ของกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เปิดศูนย์วิจัยและศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต 15 ศูนย์ 16 แห่ง ใน 13 จังหวัด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชาชนทั่วไป

น้อง กันต์ฤทัยเทียนประภาส อายุ12 ปี ชั้นม.1/1 โรงเรียนสตรีนนทบุรี จ.นนทบุรี เล่าว่า เคยมีโอกาสไปท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงรายหรือที่เรียกกันชื่อเดิม คือเกษตรที่สูงวาวี กับครอบครัวเมื่อช่วงปิดเทอมปีที่ผ่านมา ชอบมากได้ชมสวนป่าสมุนไพรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เก็บชาและเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีกด้วย ได้เห็นดอกไม้และพันธุ์ไม้แปลกๆ เช่น ต้นโปรเตีย แบงค์เซีย ซากุระ ดอกลำโพง และไม้ผลเมืองหนาว เช่น ลูกท้อ สาลี่ พลัม เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นในห้องเรียน

 

"การไปทัศนศึกษา ท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศทำให้ได้เรียนพืชสมุนไพรมากมาย ที่หาดูไม่ได้ในห้องเรียน ได้สัมผัสของจริง แถมยังได้ความรู้ สนุก และประะหยัดค่าใช้จ่าย ที่จริงๆ แล้วในเมืองไทย ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ อีกมากมายให้ศึกษา ปิดเทอมนี้อยากให้เพื่อนๆ เที่ยวในเมืองไทยกันให้มากขึ้น ช่วยสร้างได้ให้ประเทศ ไม่ต้องขนเงินไปช็อปปิ้งในต่างประเทศ"

น้อง

กันต์ฤทัยกล่าว

เช่นเดียวกับภัทรียาอมร คุณแม่ลูก1 วัย 40 ปี ที่ตั้งใจว่าจะพาลูกชายอายุ 9 ขวบ ไปดูโลมา ที่จ.จันทบุรี จากนั้นจะแวะไปที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์งดงาม ทั้งภูเขา สวนผลไม้นานาชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย สละ และลองกอง แถมยังอยู่เลยน้ำตกพลิ้วซึ่งเป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อของภาคตะวันออกอีกด้วย

จะว่าไปแล้วหากคนไทยทุกคนช่วยกันเที่ยวเมืองไทยจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยคึกคักได้ไม่ยาก "สมชาย ชาญณรงค์กุล" อธิบดีกรมวิชาการเกษตรอธิบายว่า แต่ละศูนย์วิจัย มีพันธุ์ไม้หลากหลายทั้งไม้ดอก ไม้ผลให้นักเรียนและผู้ปกครองได้ศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี นั้นถือแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์งดงาม แถมยังมีสถานีเรียนรู้พันธุ์กล้วยไม้ป่า สถานีเรียนรู้เส้นทางศึกษาธรรมชาติเลียบคลองหนองเสม็ด เป็นต้น

รวมทั้งการจัดวอล์กแรลลี่ ค้นหาชื่อพันธุ์ไม้หอมเฉลิมพระเกียรติคาดว่าจะได้รับจากโครงนี้คือ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ปิดภาคเรียนได้ใช้เวลาสำหรับการหาความรู้เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้รับความรู้ด้านการเกษตร และการดูแลรักษาไม้ผลที่มีมูลค่าในการส่งออก สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตในอนาคตได้อีกด้วย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรฝากทิ้งท้ายว่า อยากให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากขึ้นและหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น จากที่ผ่านมาเวลาปิดเทอมพ่อแม่ก็พาลูกๆ ไปเที่ยวในต่างประเทศ ปีนี้ก็หันมาเที่ยวในประเทศนอกจากได้ความรู้แล้วยังเป็นการเสริมสร้างอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย ใกล้ที่ไหนเที่ยวที่นั่นไทยเที่ยวไทย ช่วยเศรษฐกิจไทยให้ครึกครื้น ดูข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่ www.doa.go.th สอบถามโทร.0-2561-4757, 0-2579-0583 ต่อ126