
ตั้งสถาบันคุรุศึกษาฯซ้ำซ้อนเปลืองงบ"รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช" อธิการบดี มร.สส.
ขณะนี้ความเห็นต่างและหนุนการตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เกิดขึ้นในแวดวงการศึกษาอย่างชัดเจน ฝ่ายหนุนมีนายกรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ และ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะมองว่าเป็นหน่วยงานระดับชาติ ในกำกับของรัฐทำหน้าที่ศึกษา ค้นคว
0 ส่วนฝ่ายที่เห็นต่าง ประกอบด้วย ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) คุรุสภา สภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย ที่ผลิตและพัฒนาครู เหตุผลคือ หากมีการจัดตั้งขึ้นมาจะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่ และวันที่ 5 ตุลาคม จะระดมสมองที่หอประชุมคุรุสภา กทม. เพื่อสรุปเสนอต่อ รมว.ศึกษาธิการ "รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช" อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) อธิบายเหตุผลที่เห็นต่าง
"ถึงวันนี้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ปัญหาการศึกษาไทยคือครูไม่มีคุณภาพ จึงพยายามจัดตั้งสถาบันขึ้นมาพัฒนาครู แต่ว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด ที่สำคัญยังซ้ำซ้อนกับสถาบันเดิมที่เขามีอยู่ การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หาคนเก่งมาเป็นครูให้ได้ และพัฒนาครูที่มีอยู่ร่วม 6 แสนคน ให้มีคุณภาพ ให้นำหลักสูตรที่มีอยู่ไปใช้จัดการเรียนการสอนให้ได้คุณภาพ ต่างหากคือสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่มาตั้งสถาบันใหม่ขึ้นมาอย่างที่พยายามจะทำกันอยู่ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณแล้วยังจะซ้ำซ้อนกับที่มีอยู่ด้วย" รศ.ดร.ช่วงโชติ ให้เหตุผลที่เห็นต่าง
พร้อมทั้งเสนอว่า รัฐบาลควรจะฟื้นโครงการคุรุทายาท หรือ โครงการผลิตครู 5 ปี ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว และเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่ครูให้เป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีสภาวิชาชีพรองรับเหมือนกับแพทย์ วิศวกร พยาบาล และวิชาชีพอื่นๆ เพื่อดึงดูงคนที่เก่งๆ มาเป็นครู ให้สถาบันการศึกษาที่ผลิตครูที่มีอยู่เปิดหลักสูตรเร่งรัด ดึงบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสาขาที่ขาดแคลนไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ มาเรียนครูอีก 1 ปี จบแล้วไปเป็นครูได้ พร้อมกับหาตำแหน่งงานรองรับเป็นหลักประกันว่าเรียนจบแล้วมีงานทำและมีค่าตอบแทนเลี้ยงตัวได้อย่างภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่าอาชีพอื่นๆ หากรัฐบาลทำแบบนี้เชื่อว่าไม่เกิน 5-10 ปี จะสามารถหาครูที่ขาดแคลนในแต่ละสาขาวิชาต่างๆ ได้
"สิ่งที่สำคัญที่ต้องทำไปพร้อมกับคือ ให้ครู ผู้บริหาร ไปศึกษาดูงาน ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น ที่เขาดึงคนเก่งมาเป็นครูได้ โดยเฉพาะที่ประเทศเกาหลี ที่อาชีพครูเป็นอาชีพที่คนต้องการทำงานมากที่สุด เมื่อคนเก่งเป็นครู ก็ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพไปด้วย ไม่ต้องไปดู สหรัฐ หรืออังกฤษ ที่วัฒนธรรมแตกต่างจากคนไทยมากมาย เมื่อลอกหลักสูตรเขามาแล้วก็มีปัญหาต้องปรับแก้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน" รศ.ดร.ช่วงโชติ กล่าว
อธิการบดี มร.สส.เสนอด้วยว่า อยากให้สถานศึกษาที่ผลิตครู 1 แห่ง จับมือกับโรงเรียน 5 แห่ง ให้นักศึกษาไปลงมือฝึกสอนอย่างจริงจัง และพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเป็นจริงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเรียนจบครู 5 ปี เชื่อว่าบัณฑิตที่จบไปจะมีคุณภาพและสอนได้ตรงตามความต้องการ และมีความเข้าใจเนื้อหาลึกซึ้ง ไม่ใช่ว่าเรียนจบมาแล้วสอนได้แค่มัธยมต้นเท่านั้น ซึ่ง มร.สส.ได้ร่วมกับ กทม.นำร่องการจัดการศึกษาลักษณะดังกล่าวแล้ว ซึ่งจากการประเมินผลในเบื้องต้นพบว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดีมาก
นอกจากนี้ต้องปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครู 5 ปี เพิ่มความเข้นข้นของเนื้อหาวิชาการ ให้นักศึกษาไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง ผสมผสานกับเรียนในห้องเรียน เพื่อให้นำปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มาหาคำตอบ เป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ และสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง เข้าถึงปัญหา และสามารถจบออกไปสอนนักเรียนได้อย่างมีคุณภาพ
"หากทำแบบนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะสามารถดึงคนเก่งมาเป็นครู พัฒนาหลักสูตรผลิตครู 5 ปี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพ เช่น ให้คุรุสภาเพิ่มความเข้มข้นในการออกใบประกาศวิชาชีพครู และต้องมีการประเมินคุณภาพครูที่มีใบประกอบวิชาชีพทุกปี น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง มากกว่าการจัดตั้งสถาบันขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิมที่มีอยู่ และที่สำคัญยังสิ้นเปลืองงบประมาณอีกต่างหาก" รศ.ดร.ช่วงโชติ กล่าวทิ้งท้าย
0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0



