ไลฟ์สไตล์

คาถาปราบซอฟต์แวร์ผีเกลื่อนเมือง"ประชาชนต้องเลิกอุดหนุน"

คาถาปราบซอฟต์แวร์ผีเกลื่อนเมือง"ประชาชนต้องเลิกอุดหนุน"

04 ต.ค. 2552

ผีญี่ปุ่น ผีจีน ผีเกาหลี หรือผี 5 แพร่งบวกกับบุปผาราตรี 3.2 ครึ่ง ก็ยังไม่น่ากลัวเท่า "ซอฟต์แวร์ผี "

ต่อให้มีอาจารย์ขมังเวท มือปราบแหวนอัศวินหน้าไหนก็ยังไม่เคยเอาชนะผีซอฟต์แวร์ได้เลย เชื่อไหมว่า ยังไม่ทันวินโดวส์ 7 วางตลาดอย่างเป็นทางการเลย โอเอสเถื่อนของค่ายไมโครซอฟท์โลงแตกออกอาละวาดทำรายได้ทะลุหลายล้านเนียนๆ

 “คนไทยต้องเลิกค่านิยมการบริโภคของลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โทรศัพท์มือถือ การดูหนังฟังเพลง หรือแม้แต่การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในองค์กร เพราะจะทำให้ผู้ซื้ออยู่ในสถานะผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ประเทศชาติในระยะยาว” เป็นทางออกจากใจของ พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)

 ถ้าเลิกค่านิยมผิดๆ อย่างที่ท่านรองฯ ว่าได้ง่ายก็ดีนะสิ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ค่านิยมผิดอย่างเดียว มันอยู่ที่ผู้ผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยต่างหาก
 
 กระนั้น รองผู้บังคับการ บก.ปอศ. ยังเห็นความเป็นไปได้ว่า หากจะปราบปรามซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ให้หมดได้ คนที่ต้องมีส่วนร่วมคือ ประชาชนที่ปฏิเสธซอฟต์แวร์เถื่อน และหันมาใช้ซอฟต์แวร์แท้ รวมถึงมีจิตสำนึกที่จะซื้อทุกอย่างที่ไม่ลอกเลียนแบบด้วย

 “การจะให้กระบวนการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญามีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการรณรงค์ให้ชาวบ้านเห็นถึงความสำคัญถึงการใช้ซอฟต์แวร์ของจริง และเลิกใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน เพื่อให้ผู้ที่ผลิตซอฟต์แวร์เถื่อนหมดช่องทางทำมาหากิน” พ.ต.อ.ศรายุทธ ทำเสียงขึงขัง

 บก.ปอศ.ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) จัดตั้งโครงการป้องปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ขึ้นในปี 2551 ทีมงานสามารถจับผู้กระทำผิดใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ 85 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท

 ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ถูกจับกุมได้มากสุด เป็น โปรแกรมสำนักงาน รองลงมาเป็นโปรแกรมการออกแบบ โปรแกรมดิกชันนารี และแอนตี้ไวรัส ซึ่งปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้ในองค์กรต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานขั้นพื้นฐาน

 การทำงานภายใต้โครงการดังกล่าว บก.ปอศ. มีหน้าที่สืบสวนปราบปรามผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์สนับสนุนในส่วนการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

 ในปีที่ 2 ของโครงการป้องปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทีมงานมีรายชื่อผู้ที่เข้าข่ายใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ 1,000 ราย คาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้ละเมิดใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จากเดิมที่ประเทศไทยมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนถึง 76% ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการคนไทยและต่างชาติที่ลงทุนในไทย

 “เหตุที่สังคมไทยมีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์มาก เพราะสังคมไทยมองว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาเป็นเรื่องที่ไม่เสียหายมาก แถมยังได้ประโยชน์ทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อที่เสียเงินน้อยแต่ได้ของใกล้เคียงของคุณภาพ” รองผู้บังคับการ สะท้อนปมปัญหา

 การปราบซอฟต์แวร์เถื่อน และของละเมิดลิขสิทธิ์เหมือนกับเล่นโปลิสจับขโมย เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายไม่เคยหยุดนิ่ง แต่พอปราบตรงนี้ ไปโผล่ตรงนั้น

 พ.ต.อ.ศรายุทธ ยอมรับว่า อุปสรรคในการทำงานที่สำคัญคือ การสืบค้นข้อมูลประกอบการกระทำความผิด เพราะกว่าจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนต้องใช้เวลา เรื่องการเข้าตรวจค้นก็ต้องทำให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายพิจาณาความอาญา ภายใต้จำนวนคนที่จำกัดอยู่เพียง 200 กว่าเท่านั้น แต่ต้องรับผิดชอบงานถึง 3 กลุ่มทั้ง การเงินการธนาคาร ทรัพย์สินทางปัญญา และทางภาษี

 รายชื่อ "แบล็กลิสต์" กว่า 1,000 รายมาจากหลายทาง ทั้งบริษัทเจ้าของซอฟต์แวร์เป็นผู้แจ้ง พนักงานในองค์กรให้ความร่วมมือ รวมถึงชาวบ้านเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส เป็นต้น จากการเข้าตรวจค้น 100% จะผิดจริงแทบทั้งหมดและยินยอมที่จะเปลี่ยนมาซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายใช้งาน

 “สำหรับคนที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายนตอนนี้ อยากให้หันมาซื้อของถูกกฎหมายใช้ดีกว่า หากคุณยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนอยู่โดยไม่ถูกจับกุม ไม่ได้หมายความว่ารายชื่อคุณจะไม่ติดเป็น 1 ใน 1,000 คนที่ทางการมีอยู่” รองผู้บังคับการฝากคำเตือน

 ไม่ได้ขู่เล่นๆ นะจะบอกให้

 

กานต์ดา บุญเถื่อน