ไลฟ์สไตล์

ขอพื้นที่“กราฟฟิตี้”แสดงศิลปะ-ไม่ใช่แค่มือบอน

ขอพื้นที่“กราฟฟิตี้”แสดงศิลปะ-ไม่ใช่แค่มือบอน

04 ต.ค. 2552

"ผมอยากมีพื้นที่ในกรุงเทพฯ 7-8 จุด อาจจะเป็นกำแพงบริษัทก็ได้ ความยาวประมาณ 25 เมตร ให้เด็กๆ เยาวชนที่สนใจงานศิลปะหมุนเวียนกันไปสร้างงานคนละ 2 สัปดาห์ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นงานกราฟฟิตี้เพียงอย่างเดียว อาจมีพื้นที่แสดงผลงานศิลปะแขนงอื่นๆ ร่วมด้วย"

เป็นความฝันของ "ต่อ" ต่อลาภ อินทรเรืองศร ชายหนุ่มวัย 31 ปี มือกราฟฟิตี้อันดับต้นๆ ของเมืองไทย 
ต่อ ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ช่วงที่เขาแตกหนุ่ม ฮิพฮอพ และกราฟฟิตี้บูมมากในเมืองไทย เขาเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองจากหนังสือ ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ หาข้อมูลต่างๆ เอง จากนั้นก็ไปหัดพ่นตามตึกร้าง และพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับเพื่อนคอเดียวกัน ตั้งแต่วัยรุ่นต่อเนื่องไปจนเรียนคณะศิลปกรรม สาขาออกแบบภายใน มหาวิทยาลัยรังสิต

ก่อนจบเขาทำวิทยานิพนธ์โดยใช้งานกราฟฟิตี้ตกแต่ง ในโครงการออกแบบศูนย์กีฬาผาดโผน (X-Treme Sport Center) ขณะนั้นมีคณะกรรมการหลายๆ คน ไม่ค่อยรู้จัก เห็นเป็นงานข้างถนน แต่โชคดีได้อาจารย์ที่ปรึกษาสนับสนุน จึงพยายามปรับและทำให้เห็นว่ากราฟฟิตี้สามารถทำออกมาในรูปแบบของงานศิลปะและใช้ร่วมกับงานตกแต่งภายในอาคารได้

 ต่อ เคยประกวดกราฟฟิตี้เมื่อปี 2545 ที่มาบุญครอง งานนั้นมีนักพ่นทั้งหมด 115 คน แบ่งเป็นมืออาชีพ 23 ทีม และทีมสมัครเล่น 26 ทีม เคยร่วมลงขันกับ "เด๊ะ" กิจจา ยามันสะบีดิน ศิษย์เก่ามัณฑนศิลป์ สาขาประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปินอิสระ เจ้าของรางวัลชนะเลิศการแข่งขันกราฟฟิตี้ ปี 2545 จัดการแข่งขันกราฟฟิตี้ในหัวข้อ “อัจฉริยภาพของในหลวง” เมื่อปี 2549 ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น เพื่อสร้างความเข้าใจให้สังคมในการสร้างสรรค์ศิลปะแขนงที่เขาชื่นชอบ

ต่อเล่าว่า ครั้งนั้นมีเยาวชนจำนวนมากจากทั่วประเทศที่ต้องการเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,000 คน แต่ก็ไม่สามารถรับได้ทุกทีม เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่ จึงใช้เกณฑ์ความรู้ด้านศิลปะเป็นหลัก เช่น องค์ประกอบภาพหรือความชัดเจนของรูปแบบ คัดเลือกจากภาพสเก็ตช์ก่อน หลังจากนั้นจะให้เวลาแต่ละทีม 6 ชั่วโมง ในการสร้างสรรค์ผลงานจากสีสเปรย์ ผลงานที่ชนะเลิศในครั้งนั้นเป็นภาพในหลวงทรงดนตรี ซึ่งแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระองค์ท่าน

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังร่วมกัน ก่อตั้งชมรม GACT หรือ Graffiti Art Club of Thailand มีสมาชิกชมรมประมาณ 20-30 คน เปิดสอนศิลปะแขนงนี้ฟรี ตั้งแต่ Drawing (การวาดเส้น) พาไปพ่นสี ตามปั๊มน้ำมันหรืออาคารร้าง เปิดสอนอยู่ประมาณปีกว่าๆ แต่ก็ต้องหยุดไป เพราะ “ไม่มีพื้นที่” จัดการเรียนการสอน” แต่ ต่อ และเด๊ะ ยังไม่ทิ้งฝัน เขาหันมาทำงานศิลปะตามที่ถูกว่าจ้างแทน

"ผมเชื่อว่ายังมีเยาวชนวัยรุ่นอีกหลายพันคนที่สนใจศิลปะ แต่ว่าไม่มีหน่วยงานไหนให้พื้นที่แสดงออกด้านศิลปะอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ดี หล่อหลอมจิตใจได้ และยังทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ เด็กกลุ่มนี้จะได้ไม่ต้องซ่อนตัวเองอยู่ในซอกหลืบ จะเป็นการดีไม่น้อยหากหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนเปิดใจกว้างให้เด็กๆ เหล่านี้ได้มีพื้นที่แสดงออกบ้าง และเชื่อว่าจะมีรุ่นพี่คอเดียวกันมาถ่ายทอดให้เช่นกัน" ต่อกล่าว

ปัจจุบัน "กราฟฟิตี้” ถูกพัฒนาเป็นงานศิลปะที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้ตกแต่งอาคารสถานที่ แฟชั่นบนเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งฉากหลังในมิวสิกวิดีโอเพลง ฯลฯ และวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ทั้งคู่จะไปโชว์กราฟฟิตี้ "We love the king" ในงานมหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ครั้งที่ 1 บริเวณลานด้านหน้าพาร์คพารากอน ซึ่งจะมีกิจกรรม ร่วมสร้างประเทศไทย ด้วยการให้ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ หอศิลป์กรุงเทพ และอุทยานการเรียนรู้ ไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม ดูรายละเอียดได้ที่ www.scbfoundation.com หรือ www.okkid.net ติดต่อ 2 มือกราฟฟิตี้ได้ที่ E-mail : [email protected]

     0 หทัยรัตน์  ดีประเสริฐ 0