ไลฟ์สไตล์

ยุทธการถอยหลังเข้าคลอง
ตอน - รักษ์ไม่จางที่บางปะกง (2)

ยุทธการถอยหลังเข้าคลอง ตอน - รักษ์ไม่จางที่บางปะกง (2)

03 ต.ค. 2552

แม่น้ำบางปะกง ถือเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญมากที่สุดสายหนึ่งของประเทศไทย มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำนครนายกไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปราจีนบุรีที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ จ.ฉะเชิงเทรา ความยาวทั้งหมด 122 กิโลเมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำเกือบ 8,000 ตารางกิ

 โดยเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า แปดริ้ว ลำพังชื่อแปดริ้วก็สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงได้อย่างดี เพราะเป็นชื่อที่มีที่มาจากการนำเอาปลาช่อนตัวโตจากแม่น้ำบางปะกง มาผ่าออกได้ถึง แปดริ้ว เสียดายเด็กๆ รุ่นนี้ไม่มีโอกาสได้เห็นปลาช่อนแปดริ้ว ตัวจริง เสียแล้ว ข่าวคราวการจับปลาดุกยักษ์ได้ที่แม่น้ำบางปะกงเมื่อเร็วๆ นี้ได้สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้านมาก แต่นี่เป็นสิ่งสะท้อนว่าปลาดุกยักษ์ไม่ใช่ของแปลกในสมัยก่อน เพราะปลาดุกตัวโตแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่ชาวบ้านลุ่มน้ำบางปะกงเห็นอยู่ทุกวัน

  จากเอกสารบันทึกพบว่า แม่น้ำบางปะกงเป็นที่อยู่อาศัยของปลาชนิดต่างๆ กว่า 26 ชนิด ที่ขึ้นชื่อคือ ปลาดุก ปลากด ปลากระเบน ปลากะพง รวมทั้งปลาที่คนสมัยนี้ไม่รู้จักแล้ว เช่น ปลาเผาะ ปลาสายยู ปลามังกง สำหรับปลามังกงนั้นตามตำนานเล่าว่า เป็นที่มาของชื่อ บางปะกง ที่เพี้ยนมาจากคำว่า บางมังกง แหล่งของปลามังกงนั่นเอง

 นอกจากกุ้งหอยปูปลาที่อุดมสมบูรณ์แล้ว บริเวณป่าชายเลนของเมืองแปดริ้วยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์และนกนานาชนิด หลายชนิดกำลังสูญพันธุ์ กลายเป็นสัตว์หาดูยาก อาทิ นกกาน้ำ นกแสก นกกระเต็น ค้างคาวแม่ไก่ รวมทั้งปลาโลมาอิระวดีที่เป็นเอกลักษณ์แห่งเมืองแปดริ้ว แปดริ้วยังเป็นแหล่งผัก ผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะมะม่วง มีพันธุ์มะม่วงเป็นร้อยๆ สายพันธุ์ นอกจากนี้แปดริ้วยังเป็นแหล่งกำเนิดพันธุ์ข้าวไทยที่มีชื่อเสียงหลายสายพันธุ์ ที่รู้จักกันดีคือข้าวหอมมะลิ 105

 ทั้งหมดคือความอุดมสมบูรณ์และความรุ่งโรจน์ในอดีตของแม่น้ำบางปะกง หลังจากที่ประเทศไทยเข้าสู่แผน “พัฒนาแห่งชาติ” และชาวบ้านเริ่มรู้จักใช้ปุ๋ยเคมี แม่น้ำบางปะกงก็กลายเป็นแหล่งระบายของเสียที่สำคัญของทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ไนโตรเจน ส่วนผสมสำคัญของปุ๋ยเคมี ที่แปรสภาพเป็นไนไตรท์ กลายเป็นอาวุธสำคัญที่ฆ่าชีวิตของสัตว์น้ำ ไนไตรท์มีสภาพเหมือนน้ำกรดที่กัดผิวสัตว์น้ำให้เป็นแผลเหวอะหวะ จนหายใจไม่ได้ ก่อนปุ๋ยเคมีเข้ามาครอบครองที่นาไทย กุ้งหอยปูปลา กบเขียด ก็จะมีความสุข อาศัยทุ่งนาเป็นแหล่งพักพิงให้ร่มเงา เป็นแหล่งวางไข่ แต่กรดจากปุ๋ยเคมีเป็นตัวการสำคัญในการ “ฆ่า” สรรพสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ให้หมดไปจากทุ่งนา มิหนำซ้ำ น้ำเสียจากอุตสาหกรรม สารปนเปื้อนต่างๆ รวมทั้งขยะ ของเสียจากครัวเรือน ยังถูกระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกงจนกลายเป็นคูน้ำขนาดใหญ่ประจำเมืองไป

 คงเป็นเรื่องน่าเศร้าถ้าคนแปดริ้ว เจ้าของบ้านลุ่มน้ำบางปะกง สายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีอดีตอันรุ่งโรจน์จะปล่อยปละละเลยสายน้ำของตนเอง ให้มีสภาพเหมือนคูระบายน้ำ ทางผ่านของขยะของเสีย เพราะเท่ากับคนแปดริ้วกำลัง “ฆ่าตัวตาย” แต่โชคดีคนแปดริ้ว จำนวนมากหลุดออกมาจาก ยุคแห่งความโง่เขลา ไม่ยอมเดินหน้าตามแผน “พัฒนาความโง่” แต่ยอมถอยหลังเข้าครรลองคลองธรรม เคลื่อนขบวนคาราวาน ทัพช้าง ทัพม้า ร่วมร้องเพลง “รักษ์ไม่จางที่บางปะกง” ฟื้นคืนชีวิตให้กับสายน้ำอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ให้เป็นแบบอย่างแก่ลุ่มน้ำอื่น สร้างต้นแบบภารกิจ “ยุทธการถอยหลังเข้คลอง” ทั่วประเทศ

"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู"