6 อันดับคำซ้ำๆในคำขวัญวันเด็กแต่ไร้ผลปฏิบัติ!!!
เทียบ!! วันเด็กไทยกับ 11 ประเทศ พบคนละเรื่อง ไทยเน้นแต่กิจกรรม-คำขวัญ ขาดแก่นสารนโยบายเฉพาะเพื่อเด็ก จี้ปฏิรูป
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2561 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “ วันเด็ก ... ขอนโยบายดีกว่าคำขวัญ” โดย ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว กล่าวว่า ข้อค้นพบที่น่าสนใจกรณีวันเด็กใน 11 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อังกฤษ ลัตเวีย สหรัฐอเมริกา โรมาเนีย สวีเดน เยอรมนี ฟินแลนด์ แคนาดา และออสเตรเลีย พบว่า มีการจัดทำนโยบายที่สำคัญด้านเด็ก การเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และการรับฟังเสียงเด็ก โดยประเทศที่เด็กมีส่วนร่วมจัดกิจกรรม เช่น อังกฤษ จัดตั้งกองทุนอิสระ #iwill เพื่อส่งเสริมให้เด็กเยาวชนอายุ 10-20 ปี เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม โรมาเนีย เด็กมีส่วนร่วมลดความรุนแรงในโรงเรียนและพัฒนาคู่มือเล่นเกมสำหรับใช้จัดกิจกรรมในสถานศึกษา
ส่วนประเทศที่มีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเด็กเยาวชน เช่น ฝรั่งเศส เน้นแก้ปัญหาเด็กติดมือถือ โดยออกเป็น “กฎระเบียบ ก.ย. 2018” ห้ามนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นใช้มือถือในโรงเรียน เพื่อลดปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว สมาธิสั้น ไม่ออกกำลังกาย ไอซ์แลนด์ แก้ปัญหาวัยรุ่นเป็นนักดื่มหนักที่สุดในยุโรป โดยโครงการ Youth in Iceland สามารถทำให้สถิติวัยรุ่นดื่มสุรา บุหรี่ และยาเสพติดลดลงอย่างชัดเจนผ่านการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ ลัตเวีย พยายามลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของชาวโรมาชนกลุ่มน้อยผ่านโครงการฝึกครูผู้ช่วยชาวโรมา เพื่อส่งเสริมให้เด็กโรมาเรียนร่วมกับนักเรียนคนอื่น และพัฒนาชาวโรมาให้เป็นครูผู้ช่วยเพื่อดึงเยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษา สหรัฐอเมริกา เน้นการแก้ปัญหายาเสพติด เพศ และการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กเยาวชน จึงทำโครงการ Let’s Talk รณรงค์การพูดคุยในครอบครัวเชิงบวก ฟินแลนด์ มีพ.ร.บ.สวัสดิการเด็ก เพื่อปฏิรูปการดูแลเด็กทั่วประเทศ ทั้งสิทธิการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก เงินสนับสนุนเด็กและครอบครัว และกิจกรรมสร้างสรรค์ ออสเตรเลีย ออกกฎหมายและตั้งคณะกรรมการอิสระ รักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กบนโลกออนไลน์ พร้อมกับมีบริการสายด่วนให้คำปรึกษาเด็กเยาวชนเพื่อป้องกันความรุนแรงบนโลกไอที
ประเทศที่รับฟังเสียงเด็ก เช่น สวีเดน มีการสำรวจความคิดเห็นเด็ก 12-16 ปีทั่วประเทศ ในโครงการ Young Voices เพื่อนำไปสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายจากเสียงของเด็กเยาวชน เยอรมนี ใช้โอกาสวันเด็กรณรงค์เรื่องสิทธิเด็ก เช่นปี 2017 ใช้ชื่อ Give children a voice เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสภาในการกำหนดนโยบาย แคนาดา มี “วันพา ส.ส. ไปโรงเรียน” เป็นกิจกรรมประจำวันเด็กแคนาดา โดยส.ส. จะต้องเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ตนเอง 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ส.ส.และนักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้จักกันและกัน
ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับวันเด็กของประเทศไทย เกิดขึ้นเป็นเวลา 61 ปี ส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรมการละเล่นที่แต่ละหน่วยงานจัดขึ้น และการให้คำขวัญวันเด็กจากทุกรัฐบาล ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำสืบเนื่องกัน โดยพบ 6 คำสำคัญที่ถูกใช้ซ้ำในคำขวัญวันเด็ก ได้แก่ 1.วินัยและการเรียน 18 ครั้ง 2.ชาติ 17 ครั้ง 3.คุณธรรม 15 ครั้ง 4.ขยัน 11 ครั้ง 5.ประหยัด สามัคคี ซื่อสัตย์ 9 ครั้ง และ6.ประชาธิปไตย 4 ครั้ง ซึ่งล้วนเป็นการสะท้อนถึงสิ่งที่ผู้ใหญ่ในสังคมคาดหวังต่อเด็กมาทุกยุคสมัย จะเห็นได้ว่าวันเด็กของไทยยังขาดความคมชัดต่อนโยบายเฉพาะที่สำคัญ กลายเป็นทุกเรื่องสำคัญำปหมด ไม่มีการเน้นนโยบายในเรื่องเฉพาะให้มีความคม ชัด และลึก ที่สำคัญ เด็กไม่ได้มีส่วนร่วมหรือเป็นเจ้าของโจทย์ในนโยบายที่เกี่ยวกับเด็กเอง
"ทิศทางและแนวโน้มงานวันเด็กในปี 2561 ต้องปฏิรูปงานวันเด็กใหม่ ให้มีสาระแก่นสาร นโยบายทิศทางใหม่ที่มีคุณค่า ส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมโดยเอาเสียงเด็กที่สะท้อนมากำหนดนโยบายด้านเด็ก อย่ากลัวเด็ก รวมถึง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส.พบปะเด็กบ่อยๆต่อเนื่องๆ ไม่ใช่เจอแค่ปีละครั้ง มีกองทุนเพื่อกิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กเป็นเจ้าของโจทย์ปัญหาของเด็ก และมีการศึกษาเปรียบเทียบ เลิกธรรมเนียมนิยมเดิมๆ ซึ่งวันเด็กขอนโยบายดีๆมาจากเสียงของเด็กมีส่วนร่วม เด็กเป็นเจ้าของโจทย์ ไม่ใช่มีแค่คำขวัญหลอกเด็กไปปีแล้วปีเล่า แต่ไม่เกิดผลในเชิงปฏิบัติ"ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว



