
ศธ.ชงครม.นำเงินซื้ออ่านลดหย่อนภาษี
ศธ.เตรียมเสนอครม. ให้บุคคลทั่วไปนำค่าหนังสือซื้ออ่านมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1 หมื่นบาท จูงใจคนไทยอ่านมากขึ้น พร้อมให้ผู้ผลิตหนังสือขอคืน VAT ที่แฝงอยู่ในต้นทุนได้ หวังลดต้นทุนการผลิตหนังสือ ช่วยให้ราคาหนังสือถูกลง และให้เพิ่มอัตราลดหย่อนภาษีให้นิติบุคค
(1ต.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ศธ.เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ใช้มาตรการลดหย่อนทางภาษีเพื่อส่งเสริมการอ่าน เริ่มจากมาตรการแรก จะขอให้บุคคลทั่วไปสามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อมาอ่านเองมาเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อยภาษีได้ไม่เกินรายละ 10,000 บาท โดยคาดหวังว่า มาตรการนี้ จะกระตุ้นให้คนไทยซื้อหนังสือมาอ่านมากขึ้น ส่วนนิติบุคคลที่ซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดของหน่วยงานก็ให้สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าหนังสือที่ซื้อจริง
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า มาตรการถัดมา จะเสนอขอให้ผู้ผลิตหนังสือสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบต่าง ๆที่ซื้อมาใช้ผลิตหนังสือได้ เช่น ค่ากระดาษ ค่าหมึกพิมพ์ ฯลฯ ปัจจุบัน ธุรกิจหนังสือไม่ได้เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ผลิตหนังสือจึงต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ซื้อมาพิมพ์หนังสือเอง แต่ถ้าผู้ผลิตหนังสือสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แบกรับไว้ได้ ก็จะเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้ราคาหนังสือถูกลง และจูงใจให้มีการผลิตหนังสือสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า มาตรการสุดท้าย จะเสนอให้นิติบุคคลที่ซื้อหนังสือบริจาคให้สถานศึกษา สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากขึ้น จากเดิมสามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อบริจาคไปเป็นค่าใช้จ่ายในการหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10%ของกำไรของนิติบุคคลก่อนหักค่าหนังสือที่ซื้อบริจาค ให้ปรับเป็น สามารถนำค่าหนังสือที่ซื้อบริจาคไปเป็นค่าใช้จ่ายในการหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30%ของกำไรของนิติบุคคลก่อนหักค่าหนังสือที่ซื้อบริจาค ทั้งนี้เมื่อแปลงเป็นตัวเลขแล้ว การลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นจะมีผลให้นิติบุคคลสามารถซื้อหนังสือบริจาคได้ 13% ของกำไร จากเดิมอยู่ที่ 6.33%
นอกจากนั้น จะเพิ่มรายชื่อหน่วยงานที่สามารถบริจาคหนังสือให้โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีด้วย ปัจจุบัน หากนิติบุคคลใด ซื้อหนังสือบริจาคให้กับสถานศึกษาสังกัด สำนักคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย( กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( สพฐ.) ในจำนวนเงิน 50,000 บาท ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 100,000 บาท แต่ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่สมควรได้รับการหนังสืออีก เช่น มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ห้องสมุดวัด ห้องสมุดในสลัมคลองเตย
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้ให้คณะทำงานที่มี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ไปรวมรวมพร้อมคำนวณงบประมาณโครงการต่าง ๆที่จะดำเนินการในช่วงทศวรรษส่งเสริมการอ่าน 2552-2561 เพื่อให้บุคคลเป้าหมาย 5 ข้อ คือ ประชากรวัยแรงงานรู้หนังสือในระดับใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มจากร้อยละ 97.21 เป็น ร้อยละ 99 ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็น ร้อยละ 95 ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม เพิ่มและพัฒนาแห่งการอ่านให้ครอบคลุมทุกตำบล/ชุมชน และสร้างภาคีเครือข่ายการอ่านเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้



