
ก.การอุดมศึกษา เล็งให้อำนาจกกอ.ประเมินอุดมศึกษา
กอปศ.เร่งปฎิรูปอุดมศึกษา เตรียม แก้ไขร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ก่อนเสนอตั้งก.การอุดมศึกษา รมว.ศึกษาธิการ และครม.ต่อไป เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างคุณภาพสังคม
ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯได้หารือถึงการปฎิรูปอุดมศึกษา โดยข้อสรุปจากที่ประชุม กอปศ. คือมีการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา และมี พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ขณะนี้พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการปรับแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป
จากสถานการณ์การศึกษาในปัจจุบัน จำเป็นที่ต้องมีการทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทย 4.0 อุดมศึกษาก็ต้อง 4.0 ด้วย เช่น การสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และการทำวิจัยนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้แข่งขันกับนานาประเทศ เป็นต้น ดังนั้น การปฎิรูปอุดมศึกษา จึงต้องเกิดขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศทั้งเศรษฐกิจและสังคม
ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับหลักการและสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เพื่อรองรับการปฏิรูปการอุดมศึกษานั้น ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า ประการแรก สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งรวมถึงนักเรียนและผู้ปกครอง โดยจะต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ผู้เรียนมีงานทำ และมีชีวิตที่ดีขึ้น ประการที่สอง สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีคุณภาพ และผลิตในสาขาที่ขาดแคลน ไม่ใช่ผลิตบัณฑิตแล้วตกงาน ทั้งต้องผลิตโดยคำนึงถึงทิศทางของโลก เช่น การปฏิวัติดิจิตอล ซึ่งจะทำให้โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ หรือ สมาร์ทโฟน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียนระดับอุดม เป็นต้น รวมทั้งเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ประการที่สาม เน้นการวิจัยและสร้างนวัตกรรม ประการที่สี่ มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐหรือกระทรวงการอุดมศึกษา เป็นผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งต้องมีความสมดุลกับความมีเสรีภาพทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาด้วย ประการที่ห้า บทบาทของสาธารณะที่จะเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นสาธารณะที่จำเป็นต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ที่จะต้องรับรู้ให้เพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกเรียน
ทั้งนี้ จากการสอบถามถึงอำนาจของ รมต.การอุดมศึกษาจะเพิ่มขึ้นและแตกต่างจากการกำกับของ รมว.ศึกษาธิการที่ดูแลสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในปัจจุบันอย่างไร ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา จะเขียนอำนาจของ รมต.การอุดมศึกษา ที่ชัดเจนขึ้น โดยสามารถเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และสถาบันอุดมศึกษา ประกอบการพิจารณา รวมทั้งต้องดำเนินการให้เหมาะสมกับปรัชญาการศึกษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายของสถาบันอุดมศึกษาด้วย ซึ่งแม้ รมต.การอุดมศึกษา จะมีอำนาจมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สำหรับที่มาของประธาน กกอ.นั้น จะยึดหลักธรรมาภิบาล แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งสรรหาโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), ทปอ.มหาวิทยาลัยราชภัฎ , ทปอ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล, สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ส่วนการประเมินสถาบันอุดมศึกษานั้น กฎหมายใหม่จะเปิดกว้าง โดยให้ กกอ.เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมิน รวมทั้งกระบวนการรับรองและประเมินจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับ ก็สามารถนำมาใช้ได้ ขึ้นกับ กกอ.เป็นผู้กำหนด



