
เข้าป่าหากล้วยไม้ครั้งแรกในชีวิต (18)
สุดท้ายนี้ใคร่ขอสรุปเรื่องราวที่เล่ามาแล้วทั้งหมด ไว้เป็นสองประการ คือ ประการแรก ภาพลักษณ์คนทั่วไปที่มองว่าอีสานเป็นดินแดนที่แห้งแล้ง หากมองย้อนกลับไปอดีต ซึ่งยังพบความจริงว่าครั้งหนึ่งเคยมีความอุดมสมบูรณ์มาก และเพราะการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มคนที่ฉลาดกว่
กับอีกประการคือ การเข้าไปเพื่อหากล้วยไม้ แต่กลับปรากฏว่าแม้ป่าจะอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ได้กล้วยไม้มาเพียงกอเดียว จึงรู้สึกว่าน่าประหลาด หากไม่มองเพียงด้านเดียวแล้วด่วนคิดว่าป่าที่เข้าไปศึกษานั้นไม่มีกล้วยไม้
ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงหลังๆ เมื่อมีคนเข้ามาสัมผัสกับผมในขณะที่เดินทางออกต่างจังหวัด ส่วนมากมักอาสาพาไปชมกล้วยไม้ในป่า แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานด้านป่าไม้ ครั้นพอนำผมไปชมจริงๆ ก็เริ่มรู้สึกว่ามักมีแนวโน้มมุ่งไปยังป่าซึ่งอยู่ในสภาพที่มีร่มเงาหนาทึบ มีน้ำตก แล้วก็ต้องผิดหวังที่จะได้พบกล้วยไม้สวยๆ งามๆ
อนึ่ง ช่วงที่ผมเข้าไปดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมได้ไปใช้ชีวิตร่วมกินร่วมนอนและร่วมทำงานกับบรรดาลูกศิษย์ในค่ายอาสาพัฒนาชนบทแทบทุกจังหวัดในภาคอีสาน นานหลายปีในช่วงฤดูร้อน
ช่วงค่ำหลังเลิกงาน ผมเดินไปอาบน้ำร่วมกันกับลูกศิษย์ โดยที่มีชาวบ้านลงไปอาบร่วมด้วย ระหว่างเดินเท้าจากค่ายไปยังหนองน้ำและเดินกลับ เราได้พบต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นอยู่ หลายครั้งผมได้มีโอกาสพบกับกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่บนกิ่งไม้ในสภาพซึ่งแทบจะอยู่กลางแดด เช่น เขาสแกะ Rhynchostylis coelesestis พวงมาลัย หรือ ไอยเรศ Rhynchostylis retusa และ ช้าง Rhynchostylis gigantea และชนิดอื่นๆ
สิ่งดังกล่าวทำให้หาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ได้ว่าจากการเดินทางเข้าป่าเพื่อการศึกษาและหากล้วยไม้เป็นครั้งแรก ไม่ใช่จะต้องสมหวังเสมอไป อาจผิดหวังเพราะไม่มีกล้วยไม้ในป่า ทั้งนี้ เป็นเพราะขาดประสบการณ์ในการมองไปยังที่เกิดและที่อยู่ของกล้วยไม้ เพราะธรรมชาติที่แท้จริงของกล้วยไม้แล้วเป็นต้นไม้ที่มีชีวิต จึงต้องการแสงแดดเพื่อใช้เป็นปัจจัยในการเจริญเติบโต ผลิดอกออกผลเพื่อการสืบทอดพันธุ์ อันถือเป็นระบบของสิ่งมีชีวิตทุกรูปทุกนามนั่นเอง!
"ระพี สาคริก"



