
ศธ.ใช้งบMOENet ขยายฐานUniNet
"หมอธี"เดินหน้าไฮสปีดอินเตอร์เน็ต แจงปี 61 วางโครงสร้างเครือข่าย UniNet เพิ่มอีก 20,000 โรงเรียน เตรียมนำงบ MOENet ขยายฐานUniNet ให้ครอบคลุมทั้ง 30,000 โรง
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกล กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศ ”ศธ.มอบของขวัญนักเรียนไทย ปีใหม่ 2561” พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานในปี 2561 โดยมี ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เข้าร่วมว่า การประชุมทางไกลครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ทุกคนมีความพึงพอใจ เพราะได้สอบถามในสิ่งที่เป็นข้อสงสัยและกังวล โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งนายบุญรักษ์ ยืนยันกับทุกโรงเรียนไปแล้วว่า สามารถเบิกจ่ายได้ ไม่มีปัญหา จึงเป็นบทสรุปและจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันเปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของเรา ให้มีประสิทธิภาพ เด็กและครูได้ใช้งานจริง ตอบสนองต่อการเรียนรู้และตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0
โดยศธ.มีนโยบายสำคัญ จะปรับปรุงระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ทุกโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ สามารถใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชน ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กยุคยุคดิจิตอลที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการเรียนรู้อย่างมาก โดยตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะเป็นเริ่มวางโครงสร้างเครือข่าย UniNet เพิ่มเติมอีก 20,000 โรงเรียน นอกเหนือจากที่ให้บริการแก่โรงเรียน สพฐ.แล้วกว่า 10,000 โรงเรียนแล้ว พร้อมยกเลิกเครือข่าย MOENet ซึ่งไม่ถือเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และจากการรายงาน 1 ใน 3 ของโรงเรียนที่ใช้ MOENet ก็ได้รับสัญญาณไม่เต็มที่ ทำให้ใช้งานไม่ได้ รวมทั้งเด็กก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะส่วนใหญ่ใช้เพื่องานบริหาร ไม่ใช่เพื่อตัวเด็กอย่างแท้จริง
ส่วนงบประมาณของ MOENet ที่ตั้งไว้แล้วในปี 2561 นั้น จะปรับนำไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย UniNet เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 30,000 โรงเรียนภายในรัฐบาลชุดนี้ โดยจะนำเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่าการขยายดังกล่าวจะต้องดำเนินการเป็นระยะ เพราะโรงเรียนมีความแตกต่างหลากหลาย โดยเฉพาะโรงเรียนใหญ่อาจต้องวางโครงสร้างใหม่ หรือบางโรงเรียนแม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ยังไม่สามารถใช้สัญญาณ UniNet ได้เต็มศักยภาพ ทั้งนี้ ไม่ได้บังคับให้ทุกโรงเรียนต้องใช้สัญญาณ UniNet หากไม่สามารถรับสัญญาณได้ สามารถเลือกใช้บริการเครือข่ายเอกชนที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้
“ต้องยอมรับว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีสาเหตุมาจากการบริหารงานแบบ รวมศูนย์ คือระดับนโยบายหรือข้างบนเป็นผู้คิดแทนโรงเรียน 30,000 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะโรงเรียนของ สพฐ.ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโรงเรียนละกว่า 5,000 บาทต่อเดือน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกว่า 4 แสนบาทต่อเดือน ดังนั้น ผู้บริหารศธ.จึงมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ด้านการศึกษา โดยจะใช้ภาษาเท่ ๆ ว่า “Decentralized” หรือการกระจายอำนาจไปให้โรงเรียนเป็นคนตัดสินใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ข้างล่างจัดการกันเอง ทั้งจัดการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีศักยภาพเหมาะสมสูงสุดในพื้นที่นั้น ๆ ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และจัดการระบบรองรับสัญญาณภายในโรงเรียน โดยมีทีมที่จะลงไปดูแลเรื่องเทคนิคจากทั้ง สอศ. มหาวิทยาลัย และเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้เด็กได้ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”นพ.ธีระเกียรติกล่าว



