
เปิดโลกการศึกษามุสลิม-อยู่อย่างตะวักกัลให้ปลอดภัย
วันนี้มีตัวอย่างการใช้ชีวิตของนักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปร่ำเรียนเพื่อต้องการความก้าวหน้าเพื่อกลับไปพัฒนาประเทศบ้านเกิดเมืองนอนอย่าง จีฟีเด่น มะเซ็ง หรือ เป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนฝูง จู นักศึกษาปี 4 คณะศาสนาศาสตร์ วิทยาเขตซากอซิก มห
เป็นคนปัตตานี ลูกชายคนสุดท้องของ ยา และบิเดาะ มะเซ็ง อาชีพกรีดยางทำสวน เรียนศาสนา ที่โรงเรียนธรรมศาสนิสลาม ยาลอ ลามอ จ.ยะลา ที่ใฝ่ฝัน อยากเรียนมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ที่ประเทศอียิปต์ตั้งแต่เด็ก
จู ใช้ “ตะวักกัล อาลัล ลอฮ์” คือการมอบหมายให้อัลลอฮ์เป็นผู้จัดการหลังจากที่เราได้ทำการป้องกันทุกอย่างแล้ว เป็นหลักในการดำเนินชีวิต ทำให้อยู่ในประเทศอียิปต์อย่างมีความสุข 8 ปี ที่ "จู" ใช้ชีวิตในดินแดนแห่งนี้ จึงไม่เคยมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับเขาเลย
"ผมอยากให้ทุกคนที่เรียนศาสนาตระหนักถึงเรื่องนี้ เพราะอิสลาม มีตัวบทอยู่แล้ว การตะวักกัล คือการมอบหมายให้อัลลอฮ์เป็นผู้จัดการหลังจากที่เราได้ทำการป้องกันทุกอย่างแล้ว การใช้ชีวิตในประเทศอียิปต์ทำให้ผมรู้จักตัวเองและคุณค่าของตัวเองมาก เป็นประเทศมุสลิมได้สอนให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตจริง ทุกแง่มุม ทั้งด้านมืดด้านสว่าง เป็นเรื่องปกติของทุกประเทศที่มีกันอยู่" จูกล่าว
"จู" บอกว่า เพราะไม่ว่าประเทศไหน ก็มีทั้งคนดีและไม่ดี การยึดหลักที่ว่า แม้ศาสดามูฮัมหมัดผู้เป็นที่รักของอัลลอฮ์ยังโดนทำร้าย โดนรังแก แล้วเราคนธรรมดาคนหนึ่งจะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ได้อย่างไร ขอแค่เราทำในสิ่งที่รักและเป็นผลดีกับประเทศและประชากรโลกเป็นพอ เพราะไม่ว่าที่ใดๆ ในโลกนี้ สังคมหรือศาสนาไหนๆ ก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีคนดีและไม่ดีปะปนกันอยู่เสมอไป จึงเป็นหน้าที่ของสถานทูตไทยในไคโรและสมาคมนักเรียนไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ทางการของอียิปต์ถึงเรื่องความปลอดภัยเพื่อเป็นผลดีในระยาวกับนักศึกษาต่างชาติอีกหลายประเทศที่ศึกษาอยู่ในดินแดนแหน่งนี้
“ผมไม่เคยคิดถอยหลังกลับ เมื่อมาถึงประเทศที่ผมใฝ่ฝัน คือประเทศอียิปต์แห่งนี้ แม้บางครั้งการเป็นอยู่ที่นี่จะสร้างความกดดันหรือมีหลายๆ อย่างที่ไม่ตรงกับที่วาดหวังเอาไว้ แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะจุดหมายหลักคือการสำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรให้ได้ เพื่อกลับไปพัฒนาประเทศไทย ถิ่นกำเนิดของผม" จูกล่าวทิ้งท้าย



